Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 761/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องชำระหนี้เงินกู้แก่จำเลย 450,000 บาท แต่สิทธิในการบังคับคดีดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 271 กำหนดให้เป็นสิทธิของคู่ความฝ่ายที่ชนะคดี (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา) เท่านั้น ที่จะร้องขอให้บังคับคดีได้ โจทก์มิใช่บุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดี จึงไม่มีสิทธิตามมาตรา 271 และโจทก์ไม่อาจเข้าสวมสิทธิในการบังคับคดีของจำเลย ซึ่งเป็นสิทธิที่กฎหมายให้ไว้แก่บุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดี โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยก่อนวันที่พระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542 ใช้บังคับและคดียังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาลจึงต้องบังคับตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ที่เป็นกฎหมายว่าด้วยล้มละลายซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2542 ใช้บังคับตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542มาตรา 34 จึงไม่อาจนำหลักเกณฑ์จำนวนหนี้ขั้นต่ำที่อาจฟ้องขอให้ลูกหนี้ล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับดังกล่าวมาเปรียบเทียบและถือเป็นเหตุอันไม่สมควรให้จำเลยล้มละลายในคดีนี้ได้ กรณีจึงไม่มีเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 14

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 271 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 Section 14 พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2542 Section 34

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวานันท์ เมื่อ พ.ศ. 2529 เจ้าพนักงานประเมินภาษีอากรท้องที่จังหวัดเชียงใหม่มีเหตุอันควรเชื่อว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวานันท์ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 15 ธันวาคม 2526 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2527 ไว้ไม่ถูกต้องครบถ้วน จึงหมายเรียกให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวานันท์โดยจำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการนำบัญชีและเอกสารหลักฐานประกอบการลงบัญชีไปให้เจ้าพนักงานประเมินภาษีตรวจสอบ แต่ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวานันท์ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียก เจ้าพนักงานประเมินภาษีได้ประเมินภาษีอากรที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวานันท์ต้องชำระภาษีการค้าและภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2525 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม2527 เพิ่มอีก 390,597 บาท และแจ้งการประเมินให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวานันท์ทราบ

ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวานันท์ได้รับแจ้งการประเมินแล้วแต่มิได้นำเงินภาษีอากรมาชำระภายในกำหนดและไม่ยื่นอุทธรณ์คัดค้านการประเมิน จำเลยต้องรับผิดในหนี้ภาษีอากรที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวานันท์ค้างชำระ ต่อมาโจทก์ได้ยึดทรัพย์ของจำเลยออกขายทอดตลาดเป็นเงิน160,500 บาท มาชำระหนี้ภาษีอากรที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวานันท์ค้างเมื่อหักเงินดังกล่าวออก จำเลยยังต้องรับผิดชำระหนี้ภาษีอากรที่ค้างชำระจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2539 เป็นเงิน 287,577.16 บาท โดยไม่รวมเงินเพิ่มที่ต้องคำนวณเพิ่มภายหลังตามกฎหมาย โจทก์มีหนังสือทวงถามให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวานันท์ชำระหนี้ภาษีอากรที่ค้างดังกล่าวไม่น้อยกว่า2 ครั้ง และมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวานันท์และจำเลยเพิกเฉย

ปิดสถานที่ประกอบธุรกิจและไม่ประกอบธุรกิจการค้าอีก จำเลยหลบหนีไปเสียจากเคหสถานที่อยู่อาศัยเพื่อประวิงการชำระหนี้และไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ ประกอบกับห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวานันท์และจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใดมาชำระหนี้แก่โจทก์ หนี้ภาษีอากรดังกล่าวเป็นหนี้ที่กำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนและมีจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 บาทขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายจำเลยไม่ยื่นคำให้การศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษากลับ ให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14จำเลยฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยอาจชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์ได้ทั้งหมด เพราะจำเลยเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 665/2540 ของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาคดีดังกล่าวต้องชำระหนี้เงินกู้แก่จำเลย 450,000 บาท ตามสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความและสำเนาคำพิพากษาตามยอมท้ายฎีกาซึ่งโจทก์สามารถสวมสิทธิเข้าเรียกร้องให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาชำระหนี้แก่โจทก์ได้ โจทก์จึงไม่อาจฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายได้นั้น เห็นว่าแม้จำเลยเพิ่งยกข้อต่อสู้คดีดังกล่าวขึ้นในชั้นฎีกา โดยมิได้นำสืบข้อเท็จจริงไว้ในชั้นพิจารณาทั้งที่มูลหนี้ตามคำพิพากษานั้นเกิดขึ้นก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้และศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชได้พิพากษาตามยอมก่อนการสืบพยานจำเลยในคดีล้มละลายก็ตาม แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

จำเลยย่อมมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ก็ตามแต่แม้จำเลยจะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาดังที่กล่าวอ้าง ข้อเท็จจริงก็ไม่ปรากฏว่าในระหว่างการพิจารณาคดีนี้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาคดีดังกล่าวสามารถชำระหนี้แก่จำเลยซึ่งเป็นโจทก์ตามกำหนดระยะเวลาในสัญญาประนีประนอมยอมความหรือมีทรัพย์สินที่จำเลยอาจร้องขอให้บังคับคดีชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมหรือไม่ นอกจากนั้นสิทธิในการบังคับคดีดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 271 เป็นสิทธิแก่คู่ความฝ่ายที่ชนะคดี (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา)เท่านั้นที่จะร้องขอให้บังคับคดี โจทก์มิใช่บุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีจึงไม่มีสิทธิตามบทบัญญัติดังกล่าว และโจทก์ไม่อาจเข้าสวมสิทธิในการบังคับคดีของจำเลย ซึ่งเป็นสิทธิที่กฎหมายให้แก่บุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีดังกล่าวมาแล้วตามนัยแห่งคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6378/2539คดีระหว่างนายเหม

เปี่ยมสุวรรณ โจทก์ นายชัยวัฒน์ เลิศนวพันธุ์ ผู้ร้องนางอุมาพร สมภู่ จำเลย ประกอบกับจำเลยไม่เคยขวนขวายชำระหนี้แก่โจทก์แต่อย่างใด ข้ออ้างของจำเลยว่าอาจชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์ได้ดังกล่าวจึงไม่น่าเชื่อถือ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นส่วนปัญหาที่จำเลยฎีกาว่า คดีมีเหตุอันไม่ควรให้จำเลยล้มละลายโดยอ้างเหตุประการแรกว่า มูลหนี้ตามฟ้องขาดอายุความแล้วนั้น เห็นว่าเมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า มูลหนี้ดังกล่าวที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยล้มละลายยังไม่ขาดอายุความ จำเลยมิได้ยกปัญหานี้ขึ้นเป็นประเด็นพิพาทในชั้นอุทธรณ์จึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฎีกาของจำเลยในข้อนี้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย สำหรับฎีกาของจำเลยที่อ้างเหตุในประการที่สองว่าหนี้ค่าภาษีการค้ากับค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จำเลยค้างชำระโจทก์มีจำนวนเพียง 287,577.16 บาท ต่ำกว่าเกณฑ์การฟ้องให้ล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2542 มาตรา 4 ที่ลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาจะต้องเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาทจึงไม่สมควรให้จำเลยล้มละลายนั้น เห็นว่า โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยก่อนวันที่พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542 ใช้บังคับและคดียังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาล จึงต้องบังคับตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 ที่เป็นกฎหมายว่าด้วยล้มละลายซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5)

พ.ศ. 2542 ใช้บังคับตามพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542 มาตรา 34 จึงไม่อาจนำหลักเกณฑ์จำนวนหนี้ขั้นต่ำที่อาจฟ้องขอให้ลูกหนี้ล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับดังกล่าวมาเปรียบเทียบและถือเป็นเหตุอันไม่สมควรให้จำเลยล้มละลายได้ในคดีนี้กรณีจึงไม่มีเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 14 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดนั้น ชอบแล้ว"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมชาย พงษธา · พิชัย เตโชพิทยากูล · ประพันธ์ ทรัพย์แสง
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5478/2553

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมกำหนดไว้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ หนี้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้เงินกู้รวม 36,130,856.01 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 ตกลงร่วมรับผิดใ…

Supreme Court Judgment No. 8716/2550

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ให้ล้มละลายโดยอาศัยมูลหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งเป็นสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้วมีกำหนดอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/32 การที่โจทก์ดำเนินการบังคับคดีตามคำ…

Supreme Court Judgment No. 5119/2549

การที่โจทก์นำหนี้ตามคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดแล้วมาเป็นมูลฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย มิใช่เรื่องการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามที่บัญญัติไว้ในภาค 4 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงไม…

Supreme Court Judgment No. 266/2545

การบังคับคดีเป็นสิทธิตามกฎหมาย โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องดำเนินการบังคับคดีตาม ขั้นตอนให้ครบถ้วนภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาและตามคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษานั้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา…

Supreme Court Judgment No. 265/2545

การจะพิจารณาว่าจำเลยทั้งสองสมควรล้มละลายหรือไม่ ต้องพิจารณาตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ขณะที่มีการยื่นฟ้องและคดีนั้นยังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาล ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542 มาตรา 34 ที่บัญญัติว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up