Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 768/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

รถยนต์พิพาทเป็นของโจทก์ น้องชายโจทก์เช่าไปขับรับจ้างชักลากไม้ให้บริษัทจำเลยที่ 3 โดยน้องชายโจทก์ได้เบิกเงินค่าจ้างล่วงหน้าไปจากจำเลยที่ 3 แล้วยังชักลากไม้ให้ไม่ครบตามจำนวนเงินที่ขอเบิกล่วงหน้าไปต่อมาโจทก์ต้องการใช้รถยนต์พิพาท จึงให้น้องชายโจทก์พาคนไปขับรถยนต์พิพาทไปเสียจากบริษัทจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานของบริษัทจำเลยที่ 3 มีหน้าที่ควบคุมรถยนต์บรรทุกไม้รู้อยู่แล้วว่ารถยนต์พิพาทเป็นของโจทก์ ได้ไปขอกำลังตำรวจติดตามไปยึดรถยนต์พิพาทไว้โดยคำนึงอยู่แต่อย่างเดียวว่าน้องชายโจทก์ยังติดค้างหนี้สินบริษัทจำเลยที่ 3 อยู่ ดังนี้ การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมายและเป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย ถือว่าเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการกระทำนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 3 ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ในระหว่างที่ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของบริษัทจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดในความเสียหายซึ่งเกิดจากผลของการละเมิดที่จำเลยที่ 1 ก่อขึ้นในฐานะเป็นผู้แทนนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76 กรณีไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นตามมาตรา 451 ส่วนจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้ติดตามรถยนต์พิพาทไปกับจำเลยที่ 1 และแจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจอีกท้องที่หนึ่งยึดรถยนต์พิพาทไว้ เมื่อปรากฏว่าได้กระทำไปตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยสุจริตใจจึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์ติดปั้นจั่นหมายเลข ก.ท.ษ. 1629 จำเลยทั้งสี่ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ยึดรถยนต์ดังกล่าวพร้อมทะเบียนไว้โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของกลางในคดีอาญาข้อหาฉ้อโกง ยักยอก ความจริงรถของโจทก์มิได้เป็นทรัพย์ของกลางแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสี่ใช้ค่าเสียหายส่งมอบรถยนต์และทะเบียนคืนจำเลยทั้งสี่ให้การว่า รถคันพิพาทน้องชายโจทก์นำไปรับจ้างชักลากซุงให้บริษัทจำเลยที่ 3 น้องชายโจทก์ได้ขอเบิกค่าจ้างล่วงหน้าจากจำเลยที่ 3 เป็นเงินจำนวนหนึ่งโดยให้คำมั่นว่าจะใช้รถคันที่พิพาททำงานรับจ้างให้แก่จำเลยที่ 3 จนครบจำนวนเงินที่ขอเบิกล่วงหน้าไป

ต่อมาน้องชายโจทก์ได้บิดพลิ้วไม่ทำงานให้แก่จำเลยที่ 3 และยังได้ถอนรถอื่นที่นำมารับจ้างอีก 2 คันไปขายเสีย รถคันพิพาทได้มอบให้ไว้กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการค้าให้แก่จำเลยที่ 3 เพื่อเป็นประกันจำนวนเงินที่ขอเบิกล่วงหน้าไปจากจำเลยที่ 3 พร้อมกับมอบคนขับรถไว้ควบคุมดูแลรถพิพาทด้วยได้ตกลงกันว่าห้ามมิให้ผู้ใดนำรถที่พิพาทไปจากจำเลยที่ 1 เว้นแต่จะได้รับหนังสืออนุญาตของจำเลยที่ 2 ในฐานะเป็นผู้จัดการของบริษัทจำเลยที่ 3 หรือน้องชายโจทก์กับจำเลยที่ 2 มาขอรับรถไปพร้อมกัน ในวันเกิดเหตุน้องชายโจทก์พาคนขับไปบอกจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 3 โดยจำเลยที่ 2 อนุญาตให้น้องชายโจทก์นำรถที่พิพาทไปทำงานรับจ้างให้แก่จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1 สงสัยจึงตามไปที่ที่น้องชายโจทก์อ้างว่าจะไป

ก็ปรากฏว่าน้องชายโจทก์นำรถพิพาทหนีไปที่อื่น จำเลยที่ 1 จึงไปแจ้งความกับเจ้าพนักงานตำรวจ แล้วออกติดตามไปทันกันที่ท้องที่หนึ่ง แต่น้องชายโจทก์ยังขืนนำรถพิพาทไป จำเลยจึงขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่นั้น (คือจำเลยที่ 4) ออกติดตามแล้วยึดรถไว้ที่สถานีตำรวจ เพราะรถยนต์เสียนำกลับไม่ได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยได้ ค่าเสียหายที่เรียกร้องไม่มีมูลที่จะเรียกได้และมากเกินกว่าเหตุศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องรถพิพาทเป็นของโจทก์ แต่จำเลยไม่รู้ว่ารถพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยจึงยึดรถพิพาทไว้เพราะเข้าใจว่าเป็นรถน้องชายโจทก์ที่ตกลงให้จำเลยยึดไว้เป็นประกันการชำระหนี้การกระทำของจำเลยไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์

พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่าการกระทำของโจทก์และน้องชายโจทก์ทำให้จำเลยเข้าใจว่ารถที่พิพาทเป็นของน้องชายโจทก์ ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าได้มีการแสดงทะเบียนรถและใบมอบอำนาจของโจทก์ต่อจำเลยแล้วเมื่อตอนที่ยึดรถไว้ที่สถานีตำรวจ แต่จำเลยก็ยังไม่ยอมคืนรถให้ การอายัดรถพิพาทของจำเลยไม่เป็นการละเมิด พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังว่าขณะเกิดเหตุการละเมิดตามฟ้องโจทก์นั้นรถพิพาทเป็นของโจทก์ น้องชายโจทก์เช่าไปขับรับจ้างลากไม้ให้จำเลยที่ 3 โดยน้องชายโจทก์ได้เบิกเงินค่าจ้างล่วงหน้าไปจากจำเลยที่ 3 แล้วยังชักลากไม้ให้ไม่ครบตามจำนวนเงินที่ขอเบิกล่วงหน้าไป ต่อมาโจทก์ต้องการใช้รถยนต์พิพาท จึงให้น้องชายโจทก์พาคนไปขับรถยนต์พิพาทไปเสียจากบริษัทจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานของบริษัทจำเลยที่ 3 มีหน้าที่ควบคุมรถยนต์บรรทุกไม้รู้อยู่แล้วว่ารถพิพาทเป็นของโจทก์ได้ไปขอกำลังตำรวจติดตามไปยึดรถพิพาทไว้ โดยคำนึงอยู่แต่เพียงอย่างเดียวว่าน้องชายโจทก์ยังติดค้างหนี้สินบริษัทจำเลยที่ 3 อยู่

ดังนี้ การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย และเป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย ถือว่าเป็นการละเมิดต่อโจทก์ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการกระทำนั้น ส่วนจำเลยที่ 2 ยังฟังไม่ได้ว่าได้ร่วมกระทำละเมิดต่อโจทก์ด้วย เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 3 ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ในระหว่างที่ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของบริษัทจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดในความเสียหายซึ่งเกิดจากผลของการละเมิดที่จำเลยที่ 1 ก่อนขึ้นในฐานะเป็นตัวแทนนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76 กรณีไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นตามมาตรา 451 ส่วนจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้ติดตามรถยนต์พิพาทไปกับจำเลยที่ 1 และแจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจอีกท้องที่หนึ่งยึดรถพิพาทไว้

เมื่อปรากฏว่าได้กระทำไปตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยสุจริตใจ จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ นอกจากที่แก้นี้คือคดีสำหรับตัวจำเลยที่ 2 และที่ 4 คงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในผลที่ให้ยกฟ้อง

Matter details

Panel of judges
ชลอ จามรมาน · อุดม ทันด่วน · โสพิทย์ คังคะเกตุ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2571/2534

จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ไปเบิกน้ำมันตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ในระหว่างนั้นได้ขับรถไปเพื่อซื้อยาให้คนงานของจำเลยที่ 2 จึงเกิดเหตุเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ที่โจทก์…

Supreme Court Judgment No. 5079/2533

จำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการอยู่ในสังกัดของจำเลยที่ 2 มีหน้าที่ขับรถยนต์บรรทุกน้ำของจำเลยที่ 2 รดน้ำต้นไม้ ได้ขับรถไปปฏิบัติงานตามหน้าที่ เสร็จแล้วได้ขับรถไปบ้านของตนแม้จะเป็นธุระส่วนตัวไม่ใช่เวลาปฏิบัติร…

Supreme Court Judgment No. 2512/2529

นิติบุคคลจะรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของนิติบุคคลได้กระทำให้เกิดความเสียหายหรือทำละเมิดขณะทำการตามหน้าที่และอยู่ภายในขอบวัตถุที่ประสงค์ของนิติบุคคลเท่านั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและ…

Supreme Court Judgment No. 3208/2528

จำเลยที่ 2 เป็นทหารพลขับ มีหน้าที่ขับรถยนต์คันเกิดเหตุของจำเลยที่ 1 เป็นประจำและเป็นผู้ครอบครองดูแลรถ ดังกล่าว ได้ขับรถไปปฏิบัติราชการตามคำสั่งของ ผู้บังคับบัญชา เมื่อเสร็จภาระกิจแล้วได้นำรถออกจาก ค่า…

Supreme Court Judgment No. 2816/2528

ตามพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2519 ที่บัญญัติให้ใช้พระราชบัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ พุทธศักราช 2477 เท่าที่ไม่ขัดหรือแย่งกันนั้น ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ดังกล่าวบัญญ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up