Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7732/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ข้อที่จำเลยฎีกาว่า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ของโจทก์ได้ออกโดยไม่ชอบด้วยมาตรา 5 แห่ง พระราชบัญญัติสิทธิบัตรพ.ศ. 2522 จึงไม่สมบูรณ์นั้นจำเลยมิได้ให้การไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ซึ่งในชั้นอุทธรณ์จำเลยได้ยกประเด็นนี้ขึ้นอุทธรณ์ด้วยแต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยให้อย่างไรก็ดี ประเด็นนี้เป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะยกขึ้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249วรรคสอง และหากศาลฎีกาเห็นสมควร ก็ชอบที่จะวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวให้ได้ ก่อนที่โจทก์จะยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ม่านเหล็กบังตาชนิดติดกับประตูเหล็กยึดและพับได้ ได้มีการออกสิทธิบัตรการประดิษฐ์ใบม่านชนิดพับซ้อนแบบยึดและพักได้ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นการประดิษฐ์ประเภทเดียวกันกับการประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์ มีข้อถือสิทธิตามคำขอรับสิทธิบัตรของโจทก์แตกต่างกับข้อถือสิทธิของประเทศอังกฤษคือ ตามคำขอรับสิทธิบัตรของโจทก์ขอบด้านหนึ่งของใบม่านหักเป็นมุม และอีกด้านหนึ่งไม่หักเป็นมุม ส่วนตามสิทธิบัตรของประเทศอังกฤษขอบใบม่านทั้งสองด้านหักเป็นมุม ดังนี้ ข้อแตกต่างตามข้อถือสิทธิดังกล่าวเป็นข้อแตกต่างเพียงเล็กน้อย การใช้งานมีลักษณะทำนองเดียวกันไม่ปรากฎว่าการประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์ใช้งานหรือมีประสิทธิภาพดีกว่าการประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของประเทศอังกฤษที่ได้ออกไว้ก่อนที่โจทก์จะยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของโจทก์ การประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์จึงมิใช่การประดิษฐ์ที่ไม่เป็นที่ประจักษ์โดยง่ายแก่บุคคลที่มีความชำนาญในระดับสามัญสำหรับงานประเภทนั้น อันจะถือว่าเป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นได้ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 การประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์เป็นการประดิษฐ์ที่ไม่อาจขอรับสิทธิบัตรได้สิทธิบัตรการประดิษฐ์ของโจทก์จึงเป็นสิทธิบัตรที่ได้ออกไปโดยไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 5(2)ซึ่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่งให้ถือว่าสิทธิบัตรนั้นเป็นสิทธิบัตรนั้นเป็นสิทธิบัตรที่ไม่สมบูรณ์ โจทก์ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวและไม่ถูกโต้แย้งสิทธิแต่อย่างใดโจทก์จึงหามีอำนาจฟ้องขอให้ห้ามจำเลยที่ 2 อธิบดีกรมทะเบียนการค้ารับจดทะเบียนและออกสิทธิบัตรให้แก่จำเลยที่ 1 หรือให้ยกคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 3ในฐานะประธานคณะกรรมการสิทธิบัตรได้ไม่

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 55 ป.วิ.พ. Section 142 ป.วิ.พ. Section 177 ป.วิ.พ. Section 225 ป.วิ.พ. Section 246 ป.วิ.พ. Section 247 ป.วิ.พ. Section 249 พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 Section 5 พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 Section 7 พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 Section 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ม่านเหล็กบังตาชนิดติดกับประตูเหล็กยึดและพับได้ ซึ่งโจทก์เป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นใหม่มีข้อถือสิทธิว่า "ม่านเหล็กบังตาติดกับประตูเหล็กและพับได้โดยออกแบบม้วนขอบใบม่านเหล็กบังตาตามความยาวด้านข้างทั้งสองข้างเป็นรูปก้นหอย มีทิศทางการม้วนที่ต่างกัน และขอบด้านหนึ่งหักเป็นมุม แผ่นใบม่านนี้จะสอดสวมเข้าด้วยกันในลักษณะยึดออกและพับได้" ตามคำขอเลขที่ 000468 อธิบดีกรมทะเบียนการค้าโมษณาคำขอของโจทก์และออกสิทธิบัตรให้เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2528 ตามสิทธิบัตรเลขที่ 261 จำเลยที่ 1 ซึ่งรู้เห็นการประดิษฐ์ของโจทก์ได้ลอกเลียนการประดิษฐ์ของโจทก์โดยเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2525ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ม่านเหล็กบังตาอย่างเดียวกันของโจทก์โดยทุจริตรวม 2 รายการ

คือคำขอเลขที่001069 และ 001071 โจทก์จึงยื่นคำคัดค้านว่าคำขอของจำเลยที่ 1ไม่ใช่ของใหม่และลอกเลียนแบบของโจทก์ แต่อธิบดีกรมทะเบียนการค้ายกคำคันค้าน อ้างว่าคำขอของจำเลยที่ 1 เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ตามมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่สุจริตและไม่ถูกต้อง โจทก์จึงยื่นอุทธรณ์คัดค้านข้อวินิจฉัยดังกล่าวต่อคณะกรรมการสิทธิบัตร คณะกรรมการสิทธิบัตรมีจำเลยที่ 3 เป็นประธานวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ ปรากฎตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสิทธิบัตรที่ 1/2530 และที่ 2/2530คำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ชอบด้วยเหตุผลและกฎหมายขั้นตอนการผลิตของจำเลยที่ 1 ใช้วิธีเดียวกับของโจทก์ทุกประการ จึงมิใช่ขั้นตอนการผลิตที่สูงขึ้น และมิใช่การคิดค้นขึ้นเอง แต่เป็นการลอกเลียนแบบตามคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของโจทก์

ขอให้ยกคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสิทธิบัตรที่ 1/2530 และ 2/2530 และยกคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์เลขที่ 001069 และ 001071 ห้ามจำเลยที่ 2ในฐานะอธิบดีกรมทะเบียนการค้ารบจดทะเบียนและออกสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ตามคำขอดังกล่าวของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ทั้งสองคำขอโดยสุจริตและถูกต้องตามกฎหมาย มิได้ลอกเลียนการประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์ ไม่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์อย่างเดียวกับผลิตภัณฑ์ของโจทก์ คำวินิจฉัยของอธิบดีกรมทะเบียนการค้าและคณะกรรมการสิทธิบัตรถูกต้องและใช้ดุลพินิจโดยสุจริต คำขอรับสิทธิบัตรของจำเลยที่ 1 เป็นคนละประเภทกับของโจทก์เพราะเป็นการขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่ออุตสาหกรรมรวมทั้งหัตถกรรมตามมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร

พ.ศ. 2522ส่วนสิทธิบัตรของโจทก์เป็นการประดิษฐ์ตามมาตรา 5 และ 6 สิทธิบัตรของโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีลักษณะต่างกันตลอดจนรูปแบบและลวดลายจึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การและแก้ไขคำให้การว่าคำวินิจฉัยของอธิบดีกรมทะเบียนการค้าที่ 9/2527 และที่ 10/2527 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสิทธิบัตรที่ 1/2530 และที่ 2/2530 ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสิทธิบัตร ซึ่งมีจำเลยที่ 3 เป็นประธานคณะกรรมการ ตามคำวินิจฉัยที่ 1/2530 และ2/2530 ห้ามจำเลยที่ 2 ในฐานะอธิบดีกรมทะเบียนการค้ารับจดทะเบียนและออกสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้แก่จำเลยที่ 1 ตามคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์เลขที่ 001069 และ 001071จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยชั้นนี้ว่า แบบผลิตภัณฑ์ของจำเลยที่ 1 ตามคำขอรับสิทธิบัตรเลขที่ 001069 และ001071 ลอกเลียนแบบการประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรเลขที่ 261 ของโจทก์หรือไม่ แต่อย่างไรก็ดี ยังปรากฎว่าจำเลยทั้งสามได้ยกเป็นประเด็นปัญหาในชั้นฎีกาอีกว่า สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 261 ของโจทก์ได้ทำโดยไม่ชอบด้วยมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522จึงไม่สมบูรณ์และไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติดังกล่าวหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ประเด็นปัญหาดังกล่าวนี้จำเลยทั้งสามมิได้ให้การไว้ จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ส่วนในชั้นอุทธรณ์จำเลยทั้งสามได้ยกประเด็นปัญหานี้ขึ้นอุทธรณ์ด้วยแต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยให้ อย่างไรก็ดี เห็นว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งจำเลยทั้งสามย่อมมีสิทธิที่จะยกขึ้นฎีกาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ มาตรา 249 วรรคสองและศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยให้ตามปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 บัญญัติว่า "การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้ต้องประกอบด้วยลักษณะดังต่อไปนี้ (1) เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่(2) เป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น และ (3) เป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม" และมาตรา 7 บัญญัติว่า"การประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นได้แก่การประดิษฐ์ที่ไม่เป็นที่ประจักษ์โดยง่ายแก่บุคคลที่มีความชำนาญในระดับสามัญสำหรับงานประเภทนั้น"

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ก่อนที่โจทก์จะยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ม่านเหล็กบังตาชนิดติดกับประตูเหล็กยึดและพับได้ตามคำขอเลขที่ 000468 ได้มีการออกสิทธิบัตรการประดิษฐ์ใบม่านชนิดพับซ้อนและยึดและพับได้ที่ประเทศอังกฤษ ตามสิทธิบัตรเลขที่ 705, 473 ซึ่งเป็นการประดิษฐ์ประเภทเดียวกันกับการประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์ มีข้อถือสิทธิตามคำขอรับสิทธิบัตรของโจทก์แตกต่างกับข้อถือสิทธิตามสิทธิบัตรเลขที่ 705, 473 ของประเทศอังกฤษ คือ ตามคำขอรับสิทธิบัตรของโจทก์ขอบด้านหนึ่งของใบม่านหักเป็นมุม และอีกด้านหนึ่งไม่หักเป็นมุม ส่วนตามสิทธิบัตรเลขที่ 705, 473 ของประเทศอังกฤษขอบใบม่านทั้งสองด้านหักเป็นมุมเห็นว่า ข้อแตกต่างตามข้อถือสิทธิดังกล่าวเป็นข้อแตกต่างเพียงเล็กน้อย

การใช้งานมีลักษณะทำนองเดียวกัน ไม่ปรากฎว่าการประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์ใช้งานหรือมีประสิทธิภาพดีกว่าการประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของประเทศอังกฤษที่ได้ออกไว้ก่อนที่โจทก์จะยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของโจทก์ ดังนี้ การประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์จึงมิใช่การประดิษฐ์ที่ไม่เป็นที่ประจักษ์โดยง่ายแก่บุคคลที่มีความชำนาญในระดับสามัญสำหรับงานประเภทนั้น อันจะถือว่าเป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นได้ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 การประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์เป็นการประดิษฐ์ที่ไม่อาจขอรับสิทธิบัตรได้สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 261 ของโจทก์จึงเป็นสิทธิบัตรที่ได้ออกไปโดยไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติสิทธิบัตร

พ.ศ. 2522 มาตรา 5(2) ซึ่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ให้ถือว่าสิทธิบัตรนั้นเป็นสิทธิบัตรที่ไม่สมบูรณ์ โจทก์ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวและไม่ถูกโต้แย้งสิทธิแต่อย่างใด โจทก์จึงหามีอำนาจฟ้องขอให้ห้ามจำเลยที่ 2 รับจดทะเบียนและออกสิทธิบัตรให้แก่จำเลยที่ 1 หรือให้ยกคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 3ในฐานะประธานคณะกรรมการสิทธิบัตรได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โดยให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ปฏิบัติตามที่โจทก์ฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วจึงไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นตามฎีกาจำเลยทั้งสามว่าแบบผลิตภัณฑ์ของจำเลยที่ 1 ตามคำขอรับสิทธิบัตรเลขที่ 001069 และ 001071ลอกเลียนแบบการประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรเลขที่ 261 ของโจทก์และคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 2 ในฐานะอธิบดีกรมทะเบียนการค้ากับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสิทธิบัตรที่ 1/2530 และที่ 2/2530 ซึ่งมีจำเลยที่ 3เป็นประธานชอบด้วยกฎหมายหรือไม่อีกต่อไปพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ด้วยนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
สมบัติ เดียวอิศเรศ · ยงยุทธ ธารีสาร · วุฒิ คราวุฒิ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7377/2538

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของจำเลยโดยโจทก์ทั้งสองอ้างว่าสิทธิบัตรดังกล่าวของจำเลยเป็นสิทธิบัตรที่ไม่สมบูรณ์เพราะขัดต่อ พ.ร.บ. สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 5 และปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองซึ…

Supreme Court Judgment No. 2750/2537

ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 เรื่อง ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ลงวันที่ 29 กันยายน 2515 ข้อ 30 และข้อ 29 อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ได้บัญญัติให้โจทก์เป็นส่วนราชการอิสระไม…

Supreme Court Judgment No. 4757/2533

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย และเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามคำสั่งศาล ที่ดินและตึกแถวพิพาทเป็นมรดกของผู้ตาย โดยตึกแถวพิพาทเป็นสินสมรสของผู้ตายกับโจทก์ เมื่อวันที่ 5 กุมภ…

Supreme Court Judgment No. 6271/2558

หนังสือรับสภาพความผิดจำเลยทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานว่าได้นำเงินของโจทก์ไปใช้ส่วนตัวในระหว่างดำรงตำแหน่งเหรัญญิกของโจทก์ และจำเลยยินยอมชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยให้ครบถ้วนภายในวันที่ 1 มิถุนายน…

Supreme Court Judgment No. 1602/2551

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยร่วมแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยร่วมถูกโต้แย้งสิทธิในชั้นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up