เนื้อความคำพิพากษา
คดีนี้เปนเรื่องชั้งบังคับคดี สาลชั้นต้นพิพากสาไห้จำเลยยอมไห้โจทไถ่การขายฝากที่ดิน บังคับไน ๑ เดือน ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องว่า โจทไม่นำเงินมาไถ่ที่ดินไน ๑ เดือน ขอไห้สาลสั่งว่าที่พิพาทตกเปนสิทธิแก่จำเลยสาลสั่งว่าโจทไม่จัดการตามคำบังคับของสาลพายไน ๑ เดือนไห้ที่ดินตกเปนของจำเลย โจทอุธรน์ สาลอุธรน์เห็นว่าคำว่าบังคับไน ๑ เดือนเข้าไจได้ว่าบังคับฝ่ายแพ้คือจำเลย ไม่ไช่บังคับโจท สาลชั้นต้นสั่งนอกเหนือคำพิพากสา จึงไห้ยกคำสั่งสาลชั้นต้น จำเลยดีกา สาลชั้นต้นสั่งว่าเรื่องนี้เปนการดีกาคำสั่งชั้นบังคับคดี จึงไม่ต้องเสียค่าขึ้นสาลตามดีกาที่ ๗๐๐/๒๔๘๒ สาลดีกาเห็นว่าดีกาคำสั่งชั้นบังคับคดีเปนฟ้องดีกาตามประมวนกดหมายวิธิพิจารนาความแพ่งมาตรา ๑(๓) จึงต้องเสียค่าขึ้นสาลตามมาตรา ๑๔๙,๑๕๐ และเรื่องนี้เปนเรื่องแปลความหมายไนคำพิพากสา จึงเปนคำขอไห้ปลดเปลื้องทุขไม่อาดคำนวนเปนราคาเงินได้
ต้องเรียกค่าขึ้นสาลตามข้อ ๒ ไนตาราง ๑ คือ ๑๕ บาท ส่วนที่สาลชั้นต้นมีคำสั่งหลังคำพิพากสาว่า บังคับไน ๑ เดือนหมายถึงบังคับโจทฝ่ายชนะคดีด้วยนั้น เมื่อพิเคราะห์ถ้อยคำแล้ว เห็นว่าเปนการสั่งบังคับจำเลยฝ่ายเดียวและส่วนที่สั่งไห้ที่ดินตกเปนสิทธิแก่จำเลยก็เปนการสั่งที่นอกเหนือจากข้อความที่กำหนดไว้ไนคำพิพากสา จึงพิพากสายืน