Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 780/2502

พ.ศ. 2502 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เหตุหย่าในข้อจงใจละทิ้งร้างเกินกว่า 1 ปีนั้น ตราบใดที่ยังทิ้งร้างกันอยู่ ก็ย่อมมีสิทธิฟ้องขอหย่าได้ ไม่ขาดอายุความ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 10/2502) คดีก่อน ศาลพิพากษายกฟ้อง โดยอ้างเหตุว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมในข้อที่กล่าวหาว่าจำเลยร้องเรียนต่อกรมมหาดไทย เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ และที่ว่าจำเลยลงใจละทิ้งร้างโจทก์นั้น ในฟ้องไม่กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อใด ทิ้งร้างไปเมื่อใด โดยยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นข้อโต้เถียงเรื่องการหย่าเลย โจทก์ฟ้องคดีหลังกล่าวหาว่าจำเลยร้องเรียนต่อกรมมหาดไทย และร้องเรียนต่อสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายอันเป็นการกระทำเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันและว่าจำเลยจงใจทิ้งร้างโจทก์เป็นเวลากว่า 1 ปี เป็นคนละประเด็น คนละเหตุไม่เป็นฟ้องซ้ำ กล่าวฟ้องว่า จำเลยมีเจตนาจงใจละทิ้งร้างโจทก์ไป ย่อมแสดงความหมายอยู่ในตัวแล้ว ไม่จำต้องกล่าวว่ากระทำการอย่างใด อันได้ชื่อว่าเป็นการจงใจละทิ้งร้าง ฟ้องเช่นนี้ไม่เคลือบคลุม เมื่อปรากฏว่า โจทก์เองก็ไม่ต้องการจะให้จำเลยมาอยู่ร่วมกับโจทก์ โจทก์จะกลับมาฟ้องขอหย่าโดยอ้างเหตุว่าจำเลยมีเจตนาจงใจละทิ้งร้างโจทก์หาได้ไม่ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอหย่าจำเลยตามข้ออ้างเช่นว่านี้ โจทก์ฟ้องขอหย่าอ้างเหตุว่า จำเลยกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากัน แต่ปรากฏว่า เป็นเรื่องเกิดขึ้นก่อนที่โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมกัน โจทก์จะอ้างเหตุที่ว่านั้นมาเป็นข้อฟ้องหย่าหาได้ไม่ เพราะผลของสัญญาประนีประนอมนั้น ย่อมทำให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญานั้นว่าเป็นของตน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับจำเลย โดยอ้างว่าจำเลยกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันหลายประการ และจำเลยลงใจละทิ้งร้างโจทก์ไปตั้งแต่วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๔๙๖ ตลอดมาถึงวันฟ้องได้ ๒ ปี ๔ เดือนเศษ โจทก์ได้ฟ้องขอหย่ามาครั้งหนึ่ง แต่ศาลพิพากษายกฟ้อง เพราะฟ้องโจทก์เคลือบคลุม

จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแดงที่ ๑๕๓๕/๒๔๙๘ และว่าจำเลยไม่เคยทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากับโจทก์ จำเลยไม่ได้จงใจละทิ้งร้าง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ไม่อาจทราบได้ว่า โจทก์อาศัยเหตุไหนเป็นเหตุหย่า และเหตุหย่าที่โจทก์อ้างปรากฏว่า โจทก์ทราบเรื่องเกิน ๓ เดือน แล้วคดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลแพ่งฟังว่า จำเลยละทิ้งร้างโจทก์ไปเกินกว่า ๑ ปี และการทิ้งร้างไปนี้เป็นความผิดของจำเลยเป็นส่วนใหญ่ การทิ้งร้างได้เกิดต่อเนื่องกันมา คดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากับโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ในปัญหาเรื่องฟ้องซ้ำ ได้ความว่า คดีก่อนศาลแพ่งพิพากษายกฟ้อง โจทก์โดยอาศัยเหตุที่ว่า ฟ้องโจทก์มิได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะไม่กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อใด ทิ้งร้างไปเมื่อใด หาได้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นข้อโต้เถียง เรื่องการหย่าอย่างใดไม่ แต่ฟ้องของโจทก์คดีหลังนี้ กล่าวหาว่า จำเลยร้องเรียนต่อกรมมหาดไทย และร้องเรียนต่อสภาวัฒนธรรมแห่งชาติเห็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย อันเป็นการกระทำเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากัน และจำเลยจงใจทิ้งร้างโจทก์เป็นเวลากว่า ๑ ปี เป็นคนละประเด็น คนละเหตุ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๘ ในปัญหาว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า การกล่าวว่าจำเลยมีเจตนาจงใจละทิ้งร้างโจทก์ไป ย่อมแสดงความหมายอยู่ในตัวแล้ว ไม่จำต้องกล่าวว่า กระทำการอย่างใดอันได้ชื่อว่าเป็นการจงใจละทิ้งร้าง ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมดังจำเลยอ้าง ในปัญหาเรื่องอายุความซึ่งจำเลยฎีกาว่า เหตุหย่าเรื่องจงใจละทิ้งร้างนั้น โจทก์ทราบดี และมิได้ฟ้องร้องในกำหนด ๓ เดือน คดีโจทก์ขาดอายุความแล้วนั้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า เรื่องจงใจละทิ้งร้างนั้น ตราบใดที่ยังทิ้งร้างกันอยู่ ก็ย่อมมีสิทธิฟ้องขอหย่าได้ ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ คดีนี้ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เองก็ไม่ต้องการจะให้จำเลยมาอยู่ร่วมกับโจทก์เมื่อเช่นนี้แล้ว โจทก์จะกลับมาฟ้องขอหย่าโดยอ้างเหตุว่าจำเลยมีเจตนาจงใจละทิ้งร้างโจทก์ย่อมไม่ได้

โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอหย่าจำเลยตามข้ออ้างที่กล่าวนี้ได้ ส่วนข้ออ้างที่ว่า จำเลยกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันหลายประการนั้น เป็นเรื่องเกิดขึ้นก่อนที่โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมกัน ผลของสัญญาประนีประนอมนั้น ย่อมทำให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้น ระงับสิ้นไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญาว่าเป็นของตน ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๘๕๒

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ไม่มีเหตุที่จะขอหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับจำเลยทีอ้างมาในฟ้อง

Result

พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ โดยให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
ชวน สิงหลกะ · มนูภันย์วิมลสาร · สารรักษ์ประนาท
Lower court
ศาลแพ่ง - นายเสรี ลิมปนันทน์
ศาลอุทธรณ์ - นายยง เหลืองรังษี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 499/2541

คดีก่อนศาลชั้นต้นได้พิพากษาโดยวินิจฉัยว่า ขณะที่โจทก์ฟ้องสัญญาเช่าตึกแถวและที่ดินพิพาทยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาเช่า จำเลยยังมีสิทธิอยู่อาศัยในอาคารและที่ดินพิพาทตามสัญญาเช่า กรณีจึงเป็นเรื่องที่ยังมิได้มี…

Supreme Court Judgment No. 3375/2538

คดีเดิมภริยาโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่1ชำระหนี้ตามสัญญา ประนีประนอมยอมความ ประเด็นข้อพิพาทจึงมีว่าจำเลยที่1ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่1ชดใช้ ค่าสินไหมทดแทน…

Supreme Court Judgment No. 1113/2519

บรรยายฟ้องว่าจำเลยประพฤติชั่วติดยาเสพติดและประพฤติตัวเป็นนักเลงอันธพาล ไม่ทำมาหากิน ไม่ยอมทำนาเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัวและ หาความเดือดร้อนมาสู่ครอบครัวอยู่เสมอ และได้กลั่นแกล้งโจทก์และลูก ๆ โดยกา…

Supreme Court Judgment No. 945/2515

ลักษณะสำคัญของภารจำยอม คือ ต้องมีอสังหาริมทรัพย์อย่างน้อยสองอสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์หนึ่งต้องตกอยู่ในภาระรับกรรมบางอย่างหรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างเพื่อประโยชน์แก่อีกอสังหาริมทรัพย์หนึ…

Supreme Court Judgment No. 677/2506

ภรรยาเอาเล็บข่วนหน้าสามีเป็นรอยถูกข่วนเพียงเล็กน้อยเลือดออกซิบๆ เท่านั้น จะถือว่าเป็นการทำร้ายร่างกายถึงบาดเจ็บจนเป็นเหตุหย่าตามนัยมาตรา 1500(2) ยังไม่ได้ สามีภรรยาเป็นชาวออสเตรเลีย สามีเป็นผู้จัดการบ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up