Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7809/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ระหว่างพิจารณาคดีนี้จำเลยที่ 1 ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ได้รับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองคดีนี้เฉพาะในส่วนของจำเลยที่ 1 จำนวน 2,528,918.34 บาทกรณีย่อมต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 27,95 และ 96 โจทก์ซึ่งอ้างว่าได้ฟ้องจำเลยทั้งสามร่วมกับบริษัทจึงย่อมปฏิบัติการขอรับชำระหนี้จากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีดังกล่าวได้ดุลกันโจทก์ไม่มีอำนาจนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองในส่วนของจำเลยที่ 1 ซึ่งศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ไปชำระหนี้ในคดีที่โจทก์ประสงค์โดยไม่ได้ปฏิบัติการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อโจทก์คดีนี้ได้รับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองในคดีนี้ในส่วนของจำเลยที่ 1เป็นเงิน 2,528,918.34 บาท แล้วก็ต้องถือว่าโจทก์ได้รับชำระหนี้ในคดีนี้แล้วบางส่วนจากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองในส่วนของจำเลยที่ 1 จากการที่จำเลยที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์ฉะนั้น จำเลยที่ 2 และ ที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันหนี้จำเลยที่ 1จึงย่อมได้รับประโยชน์ในผลของการชำระหนี้นั้นด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 698

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน9,429,383.73 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16.5 ต่อปี ของต้นเงิน6,734,589.04 บาท นับแต่วันถัดวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระก็ให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างบทที่ดินโฉนดเลขที่ 105976 ถึง 105979 ตำบลลาดยาว(บางซื่อฝั่งเหนือ) อำเภอบางเขน (บางซื่อ) กรุงเทพมหานครออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์หากได้เงินไม่ชำระก็ให้ยึดทรัพย์อื่น ๆ ของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วนจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาค้ำประกันหนี้สินของจำเลยที่ 1 ในวงเงิน 1,735,000 บาท เท่านั้น และไม่เคยจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินโฉนดเลขที่ 105976 ถึง 105979ตำบลลาดยาว (บางซื่อฝั่งเหนือ)

อำเภอบางเขต (บางซื่อ)กรุงเทพมหานคร ประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ฉะนั้นจำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดในวงเงินประกันดังกล่าวเท่านั้น และเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน2532 โจทก์ได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ 1 โดยโจทก์ยอมผ่อนผันลดหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ยบางส่วนให้จำเลยที่ 1 และได้มีการชำระหนี้กันบางส่วนแล้ว ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้การว่า หนี้ตามฟ้องเดิมเคยมีที่ดินโฉนดเลขที่ 59960 ถึง 59961 ตำบลบางจาก อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานครจำนองประกันหนี้รวมอยู่ด้วย ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้ชำระหนี้แก่โจทก์จำนวน 2,000,000 บาท แล้วไถ่ถอนจำนองที่ดินดังกล่าวไป หนี้ตามฟ้องจึงไม่ถูกต้อง ต่อมาวันที่ 31 พฤษภาคม 2532 โจทก์และจำเลยทั้งสามได้ตกลงกันว่าบรรดาหนี้สินทั้งหมดที่มีอยู่ให้บริษัทเซ้าท์อีสออโตสะแพพาทส์ (1978) จำกัด มาเป็นผู้รับผิดแทนแล้วหนี้ระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสามจึงระงับไปแล้ว ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 6,900,465.39 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16.5 ต่อปีในต้นเงิน 6,734,589.04 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ปฏิบัติตามให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ดินโฉนดเลขที่ 105976 ถึง 105979 ตำบลลาดยาว(บางซื่อฝั่งเหนือ) อำเภอบางเขน (บางซื่อ)กรุงเทพมหานคร ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

การแถลงรับข้อเท็จจริงในระหว่างพิจารณาตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 19 ธันวาคม 2534แสดงว่าระหว่างพิจารณาคดีนี้จำเลยที่ 1 ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ได้รับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองคดีนี้เฉพาะในส่วนของจำเลยที่ 1 จำนวน 2,528,918.34 บาท กรณีย่อมต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 27, 95 และ 96 โจทก์ซึ่งอ้างว่าได้ฟ้องจำเลยทั้งสามร่วมกับบริษัทเซ้าท์อีสออโตสะแพพาสท์ (1978) จำกัด จึงย่อมปฏิบัติการขอรับชำระหนี้จากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ในคดีดังกล่าวได้ดุจกันโจทก์ไม่มีอำนาจนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองในส่วนของจำเลยที่ 1 ซึ่งศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ไปชำระหนี้ในคดีที่โจทก์ประสงค์ โดยไม่ได้ปฏิบัติการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

เมื่อทนายโจทก์คดีนี้แถลงรับตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ลงวันที่ 19ธันวาคม 2534 ว่า โจทก์คดีนี้ได้รับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองในคดีนี้ในส่วนของจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 2,528,918.34 บาทจริงแล้ว โดยไม่ปรากฎว่าฝ่ายโจทก์ได้ขอแก้ไขคำแถลงดังกล่าว ก็ต้องถือว่าโจทก์ยอมรับว่าโจทก์ได้รับชำระหนี้ในคดีนี้แล้วบางส่วนจากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองในส่วนของจำเลยที่ 1 จากการที่จำเลยที่ 1ถูกพิทักษ์ทรัพย์ ฉะนั้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันหนี้จำเลยที่ 1 จึงย่อมได้รับประโยชน์ในผลของการชำระหนี้ นั้นด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามมาตรา 698ซึ่งบัญญัติว่า "อันผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดในขณะเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใด

ๆ" ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดในหนี้ของจำเลยที่ 1 จำนวน9,429,383.73 บาท โดยหักยอดเงิน 2,528,918.34 บาท ที่โจทก์ได้รับชำระหนี้แล้วคงเหลือยอดเงินที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดเป็นจำนวนเงิน 6,900,465.39 บาท พร้อมดอกเบี้ยในต้นเงิน6,734,589.04 บาท นั้น ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · มหินทร์ สุรดินทร์กูร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6390/2567

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 97 มิได้ให้ความหมายของคำว่า "พลั้งเผลอ" ไว้ จึงต้องให้ความหมายของคำว่า "พลั้งเผลอ"ตามพจนานุกรม คือ ผิดพลาดเพราะหลงลืมไปชั่วขณะ ซึ่งความผิดพลาดเพราะหลงลืมไปชั่วขณะนั้น ถื…

Supreme Court Judgment No. 2081/2567

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ผู้คัดค้านชำระหนี้ค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระเพื่อการออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้อันได้แก่ ค่าใช้จ่ายส่วนกลางและเงินเพิ่ม ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 18 วรรคสอง จากเงินที่ผู้คัดค…

Supreme Court Judgment No. 1463/2567

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับชำระหนี้จากเจ้าหนี้ไม่มีประกันเป็นเจ้าหนี้มีประกันโดยขอเพิ่มเติมหลักประกันที่ดินโฉนดเลขที่ 12446 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง อันเป็นการกล่าวอ้างว่าผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี…

Supreme Court Judgment No. 2416/2566

เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดแล้ว อำนาจในการจัดการทรัพย์สินของจำเลยย่อมตกอยู่แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่เพียงผู้เดียว และทรัพย์สินของจำเลยทั้งหมดย่อมต้องถูกรวบรวมเข้ามาเพื่อการจัดการ…

Supreme Court Judgment No. 8437/2561

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 702 วรรคสอง ผู้รับจำนองชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญมิพักต้องพิเคราะห์ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือไม่ และตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up