Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7810/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์การของรัฐบาลพ.ศ. 2496 โดยจัดตั้งขึ้นตาม พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ. 2517 โจทก์จึงมีอำนาจเป็นตัวการที่จะกระทำ การใดหรือทำนิติกรรมใด ๆ ได้ด้วยตัวเองตามกฎหมาย เป็นการ ดำเนินการในฐานะตัวแทนของ รัฐบาลและกระทรวง ทบวง กรม ที่รับนโยบายรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม มาปฏิบัติในนามของโจทก์เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกร หาใช่โจทก์กระทำการใด ๆ ในฐานะที่เป็นตัวแทนกระทำการแทนตัวการที่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจตั้งตัวแทนไม่ โจทก์จึงมีอำนาจกระทำนิติกรรมใด ๆ กับจำเลยได้ โดยไม่ต้องได้รับมอบอำนาจจากกระทรวงทบวง กรม แต่อย่างใด และมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ตามกฎหมาย องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรโจทก์มีอำนาจกระทำการใด ๆหรือนิติกรรมใด ๆ ได้ด้วยตนเองตามกฎหมายแล้ว เมื่อป. ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการของโจทก์ ป. จึงมีอำนาจกระทำการใดหรือทำนิติกรรมใด ๆ รวมทั้งการฟ้องคดีและอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับกิจการของโจทก์ตามวัตถุประสงค์ที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ. 2517 แทนโจทก์ได้ โดยไม่ต้องได้รับมอบอำนาจแต่งตั้ง เป็นตัวแทนของกระทรวง ทบวง กรมใด ๆ จำเลยทำสัญญาซื้อเชื่อปุ๋ยจากโจทก์และได้รับปุ๋ยจากโจทก์ทุกครั้ง อีกทั้งตามข้อบังคับของจำเลยได้ระบุผู้ที่มีอำนาจลงลายมือชื่อในนิติกรรมและเอกสารทั้งปวงแทนจำเลยว่าจะต้องเป็นประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการหรือเลขานุการหรือเหรัญญิกหรือผู้จัดการคนใดคนหนึ่ง เมื่อตามสัญญาซื้อเชื่อปุ๋ยดังกล่าวมี ผ.ประธานกรรมการและส.เลขานุการเป็นผู้ลงลายมือชื่อในสัญญาตามความประสงค์ในการประชุมคณะกรรมการของจำเลย สัญญาซื้อเชื่อปุ๋ยดังกล่าวจึงมีผลผูกพันจำเลยตามกฎหมาย แม้ในการซื้อปุ๋ยแต่ละครั้งผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรไม่เคยอนุมัติวงเงินซื้อปุ๋ยและไม่เคยให้ความเห็นชอบให้จำเลยซื้อเชื่อปุ๋ยก็ตาม ก็เป็นเรื่องไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของจำเลยเท่านั้น หามีผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของสัญญาซื้อเชื่อปุ๋ยระหว่างจำเลยที่ 1 กับโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรจัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกรพ.ศ. 2517 มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่บัญญัติไว้ในมาตรา 6 (1) (8) หาใช่ประกอบ การค้าโดยทำการซื้อสินค้ามาแล้วขายไปเพื่อหากำไรตามปกติ จึงมิใช่เป็นพ่อค้าตามมาตรา 165 (1) จะนำอายุความ 2 ปี มาใช้บังคับในกรณีขอให้ลูกหนี้ชำระค่าปุ๋ยไม่ได้ ต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามมาตรา 164 (เดิม)

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 113 ป.พ.พ. Section 164 ป.พ.พ. Section 165 ป.พ.พ. Section 456 ป.พ.พ. Section 797 ป.วิ.พ. Section 55 พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ.2517 Section 6

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล พ.ศ.2496 โดยจัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ. 2517 มีวัตถุประสงค์ให้การช่วยเหลือเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในการผลิตและการจำหน่ายซึ่งผลิตผลของเกษตรกรดำเนินการในฐานะตัวแทนของรัฐบาลและกระทรวง ทบวง กรมเพื่อจัดหาปัจจัยในการผลิตและเครื่องอุปโภคอันจำเป็นจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาอันสมควรปัจจุบันมีร้อยตรีประจวบ บุรพรัตน์เป็นผู้อำนวยการทำหน้าที่บริหารงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของโจทก์ จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสหกรณ์พ.ศ. 2511 โดยจดทะเบียนเป็นกลุ่มเกษตรกรต่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรจังหวัดนนทบุรีและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกดำเนินกิจการร่วมกันเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการประกอบอาชีพเกษตรกร

รวมทั้งซื้อผลิตผลและผลิตภัณฑ์จากบุคคลอื่นมาจัดการหรือแปรรูปออกขายเท่าที่จำเป็นแก่การดำเนินงานโดยประหยัดและจัดหาสิ่งที่สมาชิกต้องการมาจำหน่าย มีคณะกรรมการดำเนินการเป็นผู้ดำเนินกิจการทั้งปวงและในการดำเนินกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก คณะกรรมการดำเนินการจะมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนทำการแทนก็ได้ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 17 เป็นผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ค่าซื้อปุ๋ยของจำเลยที่ 1 กับโจทก์ขอให้บังคับจำเลยที่ 1ชำระต้นเงินพร้อมทั้งดอกเบี้ยจำนวน 2,586,719.37 บาทโดยให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ร่วมรับผิดจำนวน 999,962.11 บาทให้จำเลยที่ 6 ถึงที่ 11 ร่วมรับผิดจำนวน 814,146.30 บาทและให้จำเลยที่ 12 ถึงที่ 17 ร่วมรับผิดจำนวน 185,815.81 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

สำหรับจำเลยที่ 1จากต้นเงินจำนวน 1,576,286 บาท จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5จากต้นเงินจำนวน 609,155 บาท จำเลยที่ 6 ถึงที่ 11จากต้นเงินจำนวน 492,400 บาท และจำเลยที่ 12 ถึงที่ 17จากต้นเงินจำนวน 116,755 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 7 ให้การว่า หนี้ของโจทก์ทั้งหมดที่ฟ้องขาดอายุความ จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 7 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ที่ 4 ถึงที่ 6 และที่ 8 ถึงที่ 17 ให้การว่าร้อยตรีประจวบ บุรพรัตน์ มิได้เป็นผู้อำนวยการซึ่งทำหน้าที่บริหารงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและฟ้องโจทก์ล่วงเลยกำหนดอายุความ 2 ปีแล้ว นับแต่วันที่โจทก์สามารถใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าปุ๋ยให้โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ค่าปุ๋ยในปี 2520 จำนวน 967,131 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2524เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 619,626.26 บาท ให้จำเลยที่ 1ชำระหนี้ค่าปุ๋ยในปี 2522 จำนวน 492,400 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2523เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 321,746.30 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 11 ชำระแทน และให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ค่าปุ๋ยในปี 2524 จำนวน 166,755 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2525 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 69,060.81 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 และจำเลยที่ 12 ถึงที่ 17 ชำระแทน จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์การของรัฐบาลพ.ศ. 2496 โดยจัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ. 2517 มีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในการผลิตการจำหน่ายซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมของเกษตรกรดำเนินการในฐานะตัวแทนของรัฐบาลและกระทรวง ทบวง กรมเพื่อจัดหาปัจจัยในการผลิตเครื่องอุปโภคและบริโภคอันจำเป็นจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาอันสมควร โจทก์จึงมีอำนาจเป็นตัวการที่จะกระทำการใดหรือทำนิติกรรมใด ๆ ได้ด้วยตัวเองตามกฎหมาย เป็นการดำเนินการในฐานะตัวแทนของรัฐบาลและกระทรวง

ทบวง กรมที่รับนโยบายรัฐบาลกระทรวง ทบวง กรม มาปฏิบัติในนามของโจทก์เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกร หาใช่โจทก์กระทำการใด ๆ ในฐานะที่เป็นตัวแทนกระทำการแทนตัวการที่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจตั้งตัวแทนตามที่จำเลยที่ 1 ฎีกาไม่ โจทก์จึงมีอำนาจกระทำนิติกรรมใด ๆ กับจำเลยที่ 1 ได้โดยไม่ต้องได้รับมอบอำนาจจากกระทรวง ทบวง กรมแต่อย่างใด และมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีนี้ได้ตามกฎหมาย และเมื่อโจทก์มีอำนาจกระทำการใด ๆ หรือนิติกรรมใด ๆ ได้ด้วยตนเองตามกฎหมายแล้วเมื่อร้อยตรีประจวบ บุรพรัตน์ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการของโจทก์ ร้อยตรีประจวบจึงมีอำนาจกระทำการใดหรือทำนิติกรรมใด ๆ เช่น การขายปุ๋ยให้แก่กลุ่มเกษตรกร

การฟ้องคดีและอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับกิจการของโจทก์ตามวัตถุประสงค์ที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ. 2517 แทนโจทก์ได้ โดยไม่ต้องได้รับมอบอำนาจแต่งตั้งเป็นตัวแทนของกระทรวง ทบวง กรมใด ๆ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ในข้อต่อไปมีว่าการที่จำเลยที่ 1 ซื้อปุ๋ยและรับปุ๋ยไปจากโจทก์ทุกครั้งโดยนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดนนทบุรีคือผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรียังไม่ได้อนุมัติวงเงินซื้อปุ๋ยให้จำเลยที่ 1 จะถือว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ซื้อปุ๋ยและรับมอบปุ๋ยจากโจทก์โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาซื้อเชื่อปุ๋ยจากโจทก์และได้รับปุ๋ยจากโจทก์ทุกครั้ง

เมื่อปรากฏว่าตามข้อบังคับของจำเลยที่ 1 ข้อ 71(2) ได้ระบุผู้ที่มีอำนาจลงลายมือชื่อในนิติกรรมและเอกสารทั้งปวงแทนจำเลยที่ 1 ว่าจะต้องเป็นประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการหรือเลขานุการหรือเหรัญญิกหรือผู้จัดการคนใดคนหนึ่ง ซึ่งตามสัญญาซื้อเชื่อปุ๋ยดังกล่าวมีนายผล พรหมยิ้มแย้ม ประธานกรรมการ และนายสุข น้อยลา เลขานุการเป็นผู้ลงลายมือชื่อในสัญญาเหล่านั้นตามความประสงค์ในการประชุมคณะกรรมการของจำเลยที่ 1 สัญญาซื้อเชื่อปุ๋ยดังกล่าวจึงมีผลผูกพันจำเลยที่ 1ตามกฎหมาย แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าในการซื้อปุ๋ยแต่ละครั้งผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีในฐานะนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรไม่เคยอนุมัติวงเงินซื้อปุ๋ยและไม่เคยให้ความเห็นชอบให้จำเลยที่ 1 ซื้อเชื่อปุ๋ยก็ตาม

ก็เป็นเรื่องไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของจำเลยที่ 1 เองเท่านั้น หามีผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของสัญญาซื้อเชื่อปุ๋ยระหว่างจำเลยที่ 1 กับโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อสุดท้ายมีว่าฟ้องของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ประเด็นข้อนี้จำเลยที่ 1อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2ไม่รับวินิจฉัยให้ซึ่งเป็นการไม่ชอบ แต่เมื่อจำเลยที่ 1ได้ยกประเด็นดังกล่าวเป็นข้อฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรวินิจฉัยประเด็นข้อนี้เสียเองโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาพิพากษาใหม่ และเห็นว่าองค์การตลาดเพื่อเกษตรกรจัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร

พ.ศ. 2517 มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่บัญญัติไว้ในมาตรา 6(1)(8) หาใช่ประกอบการค้าโดยทำการซื้อสินค้ามาแล้วขายไปเพื่อหากำไรตามปกติ จึงมิใช่เป็นพ่อค้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 165(1) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้น จะนำอายุความ 2 ปี มาใช้บังคับในกรณีขอให้ลูกหนี้ชำระค่าปุ๋ยไม่ได้ต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามมาตรา 164

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
จำลอง สุขศิริ · สมบัติ เดียวอิศเรศ · ไสว จันทะศรี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1249/2506

(1) องค์การสรรพาหารเป็นราชการไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ไม่ว่าเป็นเอกสารประเภทใด (2) กรณีที่จำเลยมิใช่แต่เพียงเป็นสื่อกลางให้เขาทำสัญญากัน หากแต่จำเลยยังรับสินค้าไปจำหน่าย และชำระเงินค่าสินค้าคืนให้ตัวการโด…

Supreme Court Judgment No. 8502/2538

ตามหนังสือมอบอำนาจในการสั่งซื้อสั่งจ้างได้ระบุชัดแจ้งว่าเลขาธิการเร่งรัดพัฒนาชนบทได้มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงและระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารงบประมาณในระดับจังหวัด ข้อ 5 ก็มีข้อ…

Supreme Court Judgment No. 2744/2534

การที่ผู้ร้องสั่งซื้อหุ้นกับจำเลยโดยผู้ร้องออกตั๋วสัญญาใช้เงินนำไปวางเป็นหลักประกัน ผู้ร้องมีสิทธิสั่งซื้อหุ้นได้เป็นเงินไม่เกิน 3 เท่า ของจำนวนเงินที่วางประกัน เมื่อซื้อหุ้นได้แล้วจำเลยจะออกเงินทดรอง…

Supreme Court Judgment No. 746/2533

การไฟฟ้านครหลวงโจทก์มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ มีวัตถุประสงค์ในการจ่ายกระแสไฟฟ้าแก่ประชาชนเป็นสาธารณูปโภคและได้รับทุนในการดำเนินการจากงบประมาณแผ่นดิน จึงมิใช่พ่อค้าตามมาตรา 165(1)แห่ง ป.พ.พ. การฟ้องเรียกค่…

Supreme Court Judgment No. 3134/2529

กรณีที่จะอยู่ในบังคับของบทบัญญัติมาตรา165(1)ซึ่งมีอายุความ2ปีต้องเป็นกรณีที่พ่อค้าผู้ประกอบหัตถกรรมผู้เป็นช่างฝีมือหรือบุคคลจำพวกประกอบศิลปอุตสาหกรรมฟ้องเรียกเอาค่าที่ได้ส่งมอบของทำของหรือค่าดูแลกิจกา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up