Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 791/2478

พ.ศ. 2478 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำมั่นในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือมีการวางมัดจำหรือชำระหนี้บางส่วนจึงจะบังคับกันได้โรงเรือนที่ผู้อาศัยปลูกลงในที่ดินที่อาศัยเขาอยู่ไม่กลายเป็นส่วนควบของที่ดินนั้นเจ้าของที่ดินที่ให้บุคคลเข้ามาปลูกโรงเรือนอาศัยอยู่ในที่ของตน ไม่มีหน้าที่ ๆ จะต้องออกเงินชดใช้ราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้น แต่มีสิทธิที่จะซื้อหรือไม่ซื้อโรงเรือนนั้นก็ได้หากว่าจะซื้อแล้ว ผู้อาศัยซึ่งได้ปลูกสร้างโรงเรือนนั้นต้องขายให้เจ้าของที่ดินจำต้องใช้ราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นต่อเมื่อตนประมาทเลินเล่อปล่อยให้บุคคลผู้ทำการโดยสุจริตเข้ามาปลูกสร้างโรงเรือนในที่ของตน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ข้อเท็จจริงในคดีนี้ ได้ความว่า โจทก์ซื้อที่ดินจาก ง.แล้วให้ ง.อาศัยปลูกเรือนอยู่จนตลอดชีวิต โดยทำหนังสือจดทะเบียนที่หอทะเบียน ต่อมา ง.ตายโจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมฤดกของ ง.ให้รื้อถอนสิ่งที่ปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อที่จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์จะซื้อสิ่งปลูกสร้างในเมื่อ ง.ไม่อาศัยนั้นเป็นการนอกออกไปจากสัญญาที่ได้จดทะเบียนไว้ และการที่จำเลยจะขอสืบความข้อนี้ จำเลยก็ไม่รับรองว่าได้มีสัญญาต่อกันหรือมีการวางมัดจำหรือชำระหนี้บางส่วนซึ่งกฎหมายต้องการให้เป็นหลักฐานแห่งคำมั่นในการซื้อขาย และจะสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญาอาศัยไม่ได้ ส่วนข้อเถียงของจำเลยที่ว่าตึกตกเป็นกรรมสิทธิของโจทก์แล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่นั้น เห็นว่าตามมาตรา ๑๔๑๐ และ ๑๔๑๖ ตึกซึ่งปลูกสร้างอยู่ในที่นั้น ความเป็นเจ้าของยังอยู่แก่ฝ่ายจำเลย และกฎหมายยังให้สิทธิแก่เจ้าของที่ดินที่จะบังคับซื้อเอาได้ด้วย ส่วนข้อที่ว่าตึกรายนี้จะเป็นส่วนควบของที่ดินด้วยหรือไม่นั้น

เห็นว่าข้อเท็จจริงในคดีเรื่องนี้เข้ามาตรา ๑๐๙ ซึ่งว่าตึกรายนี้ไม่กลายเป็นส่วนควบของที่ดินไปด้วย ส่วนมาตรา ๑๓๑๐ ซึ่งจำเลยยกขึ้นอ้างว่า จำเลยทำโดยสุจริตเจ้าของจึงต้องใช้ราคาที่ดินซึ่งเพิ่มขึ้นก็หาตรงกับคดีนี้ไม่ เพราะมาตรานี้เป็นเรื่องที่เจ้าของที่ละเลยให้ปลูกด้วยความประมาทส่วนคดีนี้ทั้ง ๒ ฝ่ายตกลงยินยอมให้ปลูกกันโดยดี คดีจึงไม่เข้ามาตรา ๑๓๑๐ และจะยกเอาเรื่องเรือนหอมาใช้บังคับในเรื่องนี้ก็ไม่ได้ เพราะเป็นกฎหมายพิเศษบัญญัติขึ้นสำหรับเรื่องครอบครัวโดยฉะเพาะ จึงตัดสินยืนตามศาลล่างทั้ง ๒ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์

Matter details

Panel of judges
อมาตย · มนธา · นล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1994/2566

คณะอนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยสรุปได้ความว่า ข้อเสนอที่จะขายที่ดินพิพาทในราคาพิเศษให้ผู้คัดค้านนั้นไม่ถือว่าเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 และไม่ขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 152 ทั้งประเด็นเรื…

Supreme Court Judgment No. 4741/2565

แม้ที่ดินพิพาทมีข้อกำหนดห้ามโอนภายในสิบปี ตามมาตรา 58 ทวิ แห่ง ป.ที่ดิน นับแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2553 และโจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2556 ภายในเวลาสิบปีตามข้อกำหนดห้ามโอนก็…

Supreme Court Judgment No. 1457/2563

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้บรรยายฟ้องถึงองค์ประกอบความผิดว่าจำเลยกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง…

Supreme Court Judgment No. 1433/2563

โจทก์ไม่ได้ตกลงโอนสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทให้แก่จำเลยร่วมเนื่องจากจำเลยที่ 2 ปลอมหนังสือโอนสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จะขายจึงมีหน้าท…

Supreme Court Judgment No. 5721/2562

การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองว่าร่วมกันค้าขายพืชไร่โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า "ท่าข้าว ก." สั่งซื้อข้าวโพดจากโจทก์แล้วไม่ชำระราคา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย แล้วจำเลยทั้งสองให้การว่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up