คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ในศาลชั้นต้นพิพากษากันเป็น ๓ สำนวนซึ่งศาลได้ พิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนที่นายจงลี้ แซ่โซว ฟ้อง น.ส. ปิ๊ดหยุ่น แซ่เลี้ยว คงยุติเพียงศาลชั้นต้น อีก ๒ สำนวนพิพาทต่อมาถึงศาลฎีกา แต่สำนวนที่นายยินซิน แซ่เลี้ยวฟ้องนายจงลี้ แซ่โซว นั้นปรากฎว่าส่งสำเนาให้นายจงลี้ แซ่โซวไม่ได้ ศาลฎีกาจึงสั่งให้จำหน่ายคดี คงวินิจฉัยเฉพาะสำนวนที่พนักงานอัยการ กรมอัยการฟ้อง น.ส.ปี๊ดหยุ่น แซ่เลี้ยว เป็นจำเลย อัยการฟ้อง น.ส.ปี๊ดหยุ่น เป็นจำเลยว่าขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้รถจำเลยชนรถยนต์ของบริษัทยี่เทียนถองซึ่งนายจงลี้ แซ่โซว เป็นคนขับ ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ ม.๑๓,๒๙,๓๒,๖๖ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๔๘๑ ม.๔ ก.ม. อาญา ม.๓๓๖(๕) จำเลยต่อสู้ว่าไม่ประมาท ฝ่ายนายจงคนของบริษัทยี่เทียนถอง ฯ เป็นฝ่ายประมาท ขอให้ยกฟ้อง บริษัทยี่เทียนถอง ฯ เจ้าของรถขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม โดยบรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้องของพนักงานอัยการ ศาลแขวงพระนครใต้เห็นว่าความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ๒๔๗๗ และก.ม. อาญา ม.๓๓๕ ข้อ ๑๕ เป็นความผิดเกี่ยวกับสาธารณชนและสาธารณประโยชน์ราษฎรไม่มีอำนาจฟ้อง ไม่เชื่อพยานโจทก์เและเห็นว่าพยานจำเลยมีน้ำหนักดีกว่าพิพากษาให้ยกฟ้องของพนักงานอัยการกับให้ยกคำร้องและยกฟ้องคดีที่บริษัทยี่เทียนถอง ฯ โจทก์ร่วม และคดีที่นายยินซิน และนายจงลี้ เป็นโจทก์แต่สำนวนเสีย บริษัทยี่เทียนถองและนายยินซีน อุทธรณ์ข้อ ก.ม. ว่ามีอำนาจฟ้อง ส่วนในข้อเท็จจริงพนักงานอัยการและบริษัทยี่เทียนถอง ฯ อุทธรณ์ขอให้ลงโทษ น.ส.ปิ๊ดหยุ่น จำเลย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า น.ส. ปิ๊ดหยุ่น จำเลยมีความผิด ตาม พ.ร.บ. จราจร ทางบก ๒๔๗๗ ม.๑๓,๒๙,๓๒,๖๖ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๘๑ ม.๔ ก.ม.อาญา ม.๓๓๖ (๑๕) ปรับ ๕๐ บาท ส่วน นายจงลี้ จำเลยมิได้กระทำผิดให้ยกข้อของนายยินซินโจทก์ น.ส.ปิ๊ดหยุ่นฎีกาว่ามิได้กระทำผิด บริษัทยี่เทียนถอง ฯ ฎีกาว่ามีอำนาจฟ้องนายยินซินโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษนายจงลี้ จำเลย แต่ส่งสำเนาฎีกาให้ไม่ได้ ศาลฎีกาจึงสั่งจำหน่างเฉพาะคดีที่นายจงลี้ จำเลย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องของบริษัทยี่เทียนถอง ฯ บรรยายการกระทำของจำเลยรับอยู่ว่าเป็นเหตุน่าหวาดเสียวอาจเกิดอันตรายแก่ประชาชน ก.ม.อาญา ม. ๓๓๖(๑๕) เป็นความผิดเกี่ยวกับการประทุษร้ายต่อทางไปมาของสาธารณชน เนื่องจากทำให้ยานที่ขับขี่ไปมาในถนนหลวงโดนกันเพราะไม่ได้ประพฤติตามข้อบังคับสำหรับการขับขี่ยานซึ่งมีบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. จราจร ความมุ่งหมายของ พ.ร.บ.นี้มีข้อความชัดว่าเป็นการวางระเบียบจราจรทางบกเพื่อความสดวกและปลอดภัยของประชาชนเอกชนจึงไม่มีอำนาจฟ้องตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๗๔/๒๔๙๗ ระหว่างนายเบ่งเกี่ยง แซ่จิง โจทก์นายจงเฮี้ยง แซ่ฉัว
จำเลยฎีกาของบริษัทยี่เทียนถอง ฯ ฟังไม่ขึ้น ส่วนข้อเท็จจริงนั้นก็ฟังได้ตามศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา
Result
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาจำเลยและบริษัทยี่เทียนถอง ฯ