คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างฟ้องขอให้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งจำเลยที่ 2 ที่ 11/2542 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน2541 ที่สั่งให้โจทก์จ่ายเงินค่าจ้าง ค่าจ้างในวันลาคลอด ค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ารวมเป็นเงินจำนวน 64,500บาท แก่จำเลยที่ 3 ลูกจ้าง โดยโจทก์ได้นำเงินที่ต้องจ่ายตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวมาวางต่อศาลแรงงานกลางจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ออกคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วไม่มีเหตุเพิกถอน ขอให้ยกฟ้องโจทก์ขาดนัดพิจารณา
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจากสารบบความโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งสั่งยกคำร้อง คดีถึงที่สุดจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอรับเงินที่โจทก์นำมาวางศาลแรงงานกลางดังกล่าวศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า ศาลมิได้มีคำพิพากษาแต่ได้จำหน่ายคดีเพราะโจทก์ขาดนัด จึงไม่สามารถจ่ายเงินให้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 125 ได้ ให้ยกคำร้องจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 125 วรรคสี่ บัญญัติว่าเมื่อคดีถึงที่สุดและนายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินจำนวนใดให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายให้ศาลมีอำนาจจ่ายเงินที่นายจ้างวางไว้ต่อศาลให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายได้
จะเห็นได้ว่าศาลมีอำนาจจ่ายเงินที่นายจ้างวางไว้ต่อศาลเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วดังนั้น แม้คดีถึงที่สุดในชั้นใดศาลก็มีอำนาจจ่ายเงินดังกล่าวได้ทั้งนั้นและมิได้จำกัดว่าคดีจะต้องถึงที่สุดด้วยคำพิพากษาของศาลเท่านั้น ศาลจึงจะมีอำนาจจ่ายเงินได้ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าคดีนี้ถึงที่สุดแล้ว และโจทก์มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินดังกล่าว ศาลแรงงานกลางจึงมีอำนาจจ่ายเงินที่โจทก์นำมาวางไว้ให้แก่จำเลยที่ 3 ลูกจ้างได้ ตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวคำสั่งของศาลแรงงานกลางไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้จ่ายเงินจำนวน 64,500 บาท ที่โจทก์นำมาวางศาลแรงงานกลางไว้แก่จำเลยที่ 3