Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7966/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ.2517มาตรา13,14,17และ30สำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดจำเลยที่2จะต้องดำเนินการจัดรูปที่ดินให้อยู่ในกรอบกำหนดของคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางกับคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดและเป็นเพียงเจ้าหน้าที่เบื้องต้นในการจัดรูปที่ดินการดำเนินการของจำเลยที่2ยังไม่มีผลบังคับแก่เจ้าของที่ดินในโครงการเพราะต้องมีการเสนอการดำเนินการจัดรูปที่ดินดังกล่าวต่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดเพื่อพิจารณาแล้วนำเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางซึ่งมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการจัดรูปที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดินชั้นที่สุดดังนั้นลำพังการดำเนินการจัดรูปที่ดินของจำเลยที่2หาใช่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ไม่โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่2 พระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ.2517มีบทบัญญัติกำหนดองค์กรให้มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการจัดรูปที่ดินและกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องในรูปของคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางและคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดไว้เป็นเอกเทศหากผู้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการจัดรูปที่ดินได้กระทำการใดอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของเจ้าของที่ดินในโครงการจัดรูปที่ดินหรือของโจทก์โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องร้องต่อศาลได้แม้ผู้มีอำนาจหน้าที่ดังกล่าวจะมิได้เป็นนิติบุคคลก็ตามดังนั้นเพียงแต่สำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดจำเลยที่2เป็นส่วนราชการอยู่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำเลยที่1ก็ดีหรือจำเลยที่1มีหน้าที่ควบคุมดูแลแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวก็ดีหรือแม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานกรรมการของคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางก็ดีหาถือได้ว่าจำเลยที่1เป็นผู้กระทำหรือต้องรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวกับวิธีการในการจัดรูปที่ดินของจำเลยที่2ไม่จำเลยที่1จึงมิได้เป็นผู้โต้แย้งสิทธิของโจทก์โดยตรงทั้งศาลไม่อาจบังคับให้จำเลยที่1จัดรูปที่ดินให้ใหม่ตามคำฟ้องของโจทก์ได้เพราะจำเลยที่1ไม่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเองในเรื่องนี้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่1

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 55 พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2517 Section 13 พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2517 Section 17 พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2517 Section 14 พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2517 Section 30

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และนางสาวจำปี เสือเอี่ยม เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินโฉนดเลขที่ 9427 เนื้อที่ 24 ไร่ 3 งาน50 ตารางวา จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทกระทรวง มีหน้าที่ควบคุมดูแลและแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2517สำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดชัยนาท จำเลยที่ 2 จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติดังกล่าวมีอำนาจจัดการสำรวจ กำหนดเขตโครงการและอื่น ๆ เพื่อดำเนินการจัดรูปที่ดินตามกฎหมาย เมื่อปี 2522ได้มีการกำหนดเขตโครงการจัดรูปที่ดินในท้องที่ตำบลสร้อยทองอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยที่ 2 ก่อนมีการจัดรูปที่ดินของโจทก์

นางหวาน มากพงษ์และนางสมปองหรือปรีชา เสือวงษ์ ติดต่อกัน ต่อมาปี 2524จำเลยที่ 2 ได้ดำเนินการจัดรูปที่ดิน คือ โจทก์และนางสาวจำปีได้ที่ดินแปลงหมายเลข 454 1/2 เนื้อที่ 13.876 ไร่ และแปลงหมายเลข454 2/2 เนื้อที่ 9.287 ไร่ นางหวานได้ที่ดินแปลงหมายเลข 452เนื้อที่ 20.823 ไร่ นายสมปองหรือปรีชาได้ที่ดินแปลงหมายเลข 454 3/3 เนื้อที่ 2.866 ไร่ (ที่ถูกได้ที่ดินแปลงหมายเลข 454 1/3 เนื้อที่ 17.193 ไร่ และแปลงหมายเลข 454 2/3เนื้อที่ 2.866 ไร่ อีกด้วย) การจัดรูปที่ดินของจำเลยที่ 2 ทำให้โจทก์ไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะที่ดินถูกแบ่งเป็น 2 แปลงไม่ติดกัน ห่างจากบ้านโจทก์ ไม่มีทางเดินไม่สามารถนำรถไถนาเข้าไปสู่ที่ดินได้

นอกจากนี้ที่ดินเดิมของโจทก์มีความอุดมสมบูรณ์มีต้นผลไม้และไม้ยืนต้นจำนวนมาก แต่ต้องตกเป็นของผู้อื่นโจทก์และนางสาวจำปีร้องขอความเป็นธรรม จำเลยที่ 2 จึงจัดรูปที่ดินใหม่ให้โจทก์และนางสาวจำปีได้ที่ดิน 3 แปลง นางหวานได้ 1 แปลง นายสมปองหรือปรีชาได้ 3 แปลง แต่โจทก์ไม่เห็นด้วยเพราะทำให้ที่ดินของโจทก์แบ่งออกเป็น 3 แปลง และไม่มีความอุดมสมบูรณ์ จึงได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อจำเลยที่ 2 และนายกรัฐมนตรีจำเลยที่ 2 ได้จัดรูปที่ดินใหม่เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2524โดยให้โจทก์และนางสาวจำปีได้ที่ดิน 3 แปลง นางหวานได้ 2 แปลงนางสมปองหรือปรีชาได้ 2 แปลง (ที่ถูก 3 แปลง) โจทก์เห็นว่าเป็นธรรมแล้ว แต่นางหวานและนางสมปองหรือปรีชาไม่พอใจและร้องขอให้จัดรูปที่ดินใหม่

จำเลยที่ 2 จึงได้จัดรูปที่ดินใหม่โจทก์เห็นว่าไม่เป็นธรรมและไม่มีหลักเกณฑ์ในการจัดรูปที่แน่นอนเปลี่ยนแปลงไปตามการร้องเรียน ต่อมาวันที่ 23 มีนาคม 2526จำเลยที่ 2 ได้แจ้งมติการจัดรูปที่ดินของจำเลยที่ 2 ในการประชุมครั้งที่ 3/2526 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2526 ให้โจทก์ทราบ โจทก์ได้อุทธรณ์ต่อสำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง สำนักงานจัดรูปที่ดินกลางพิจารณาแล้วเห็นชอบตามมติการจัดรูปที่ดินของจำเลยที่ 2 โจทก์ไม่เห็นพ้องด้วย เพราะโจทก์ได้ที่ดินในส่วนที่เป็นที่ดินเดิมเพียง 3 ไร่เศษ ส่วนนางหวานได้ที่ดินแปลงเดียวกัน โดยเป็นที่ดินเดิมถึง 15.998 ไร่ สำหรับนางสมปองหรือปรีชาได้ที่ดินแปลงเดียวกันถึง 17 ไร่เศษ นอกจากนี้โจทก์ต้องเพิ่มต้นทุนในการผลิตการกระทำของจำเลยทั้งสองไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ในการจัดรูปที่ดินและทำให้โจทก์เสียหาย

ขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 2ดังกล่าว และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันจัดรูปที่ดินให้โจทก์ได้ที่ดินแปลงหมายเลข 454 1/3 เนื้อที่ 9.351 ไร่ แปลงหมายเลข 454 2/2เนื้อที่ 6.531 ไร่ และแปลงหมายเลข 454 3/3 เนื้อที่ 7.281 ไร่ให้นางหวานได้ที่ดินแปลงหมายเลข 452 1/2 เนื้อที่ 4.525 ไร่และแปลงหมายเลข 452 2/2 เนื้อที่ 15.998 ไร่ ให้นางสมปองหรือปรีชาได้ที่ดินแปลงหมายเลข 454 1/3 เนื้อที่ 17.193 ไร่ และแปลงหมายเลข 454 2/3 เนื้อที่ 2.866 ไร่ หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสองจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะจำเลยที่ 1ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการจัดรูปที่ดิน และมิได้กระทำการอันมิชอบด้วยกฎหมายต่อโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นเพียงส่วนราชการหนึ่งของจำเลยที่ 2 ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นเพียงผู้ดำเนินการจัดรูปที่ดินให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางและคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดกำหนดขึ้นเท่านั้น ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 หรือไม่ พระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2517 มาตรา 13 บัญญัติว่า ให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางมีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการของสำนักงานจัดรูปที่ดินกลางและสำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดรวมทั้งอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (3) ดำเนินการจัดรูปที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน (5) ให้ความเห็นชอบในแผนผังการจัดแปลงที่ดินที่คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดเสนอ (9) วินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับปัญหาการจัดรูปที่ดินตามคำร้องหรือคำอุทธรณ์ของเจ้าของที่ดินหรือบุคคลผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดินตามมาตรา 34 และมาตรา 38 มาตรา 14 บัญญัติว่าให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดมีอำนาจควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจกรรมของสำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัด และให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (4)

พิจารณาวางแผนผังการจัดแปลงที่ดิน เพื่อเสนอคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง มาตรา 30 บัญญัติว่า ให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดดำเนินการในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน ดังต่อไปนี้(3) กำหนดแปลงที่ดินที่จะจัดให้แก่เจ้าของที่ดินเดิม และผู้มีสิทธิได้รับที่ดินในการจัดรูปที่ดิน และมาตรา 17 วรรคหนึ่ง เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตโครงการจัดรูปที่ดินตามมาตรา 24 ใช้บังคับในท้องที่ใดแล้ว รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาจัดตั้งสำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดขึ้น โดยให้มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการจัดรูปที่ดินตามที่คณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง และคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดกำหนด จากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่า

สำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดหรือจำเลยที่ 2 จะต้องดำเนินการจัดรูปที่ดินให้อยู่ในกรอบกำหนดของคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางกับคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดและเป็นเพียงเจ้าหน้าที่เบื้องต้นในการจัดรูปที่ดิน การดำเนินการของจำเลยที่ 2 ยังไม่มีผลบังคับแก่เจ้าของที่ดินในโครงการ เพราะต้องมีการเสนอการดำเนินการจัดรูปที่ดินดังกล่าวต่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดเพื่อพิจารณาแล้วนำเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการจัดรูปที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดินในชั้นที่สุด ดังนั้น ลำพังการดำเนินการจัดรูปที่ดินของจำเลยที่ 2 หาใช่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 เพราะเหตุจำเลยที่ 2 มิใช่นิติบุคคลนั้น

ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นส่วนข้อที่ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่าพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2517 ได้มีบทบัญญัติกำหนดองค์กรให้มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการจัดรูปที่ดินและกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องในรูปของคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางและคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดไว้เป็นเอกเทศ หากผู้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการจัดรูปที่ดินได้กระทำการใดอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของเจ้าของที่ดินในโครงการจัดรูปที่ดินหรือของโจทก์ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องร้องต่อศาลได้ แม้ผู้มีอำนาจหน้าที่ดังกล่าวจะมิได้เป็นนิติบุคคลก็ตาม ดังนั้น เพียงแต่จำเลยที่ 2 เป็นส่วนราชการอยู่ในสังกัดจำเลยที่ 1 ก็ดี หรือจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ควบคุมดูแลแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวก็ดี หรือแม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานกรรมการของคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางก็ดีหาถือได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้กระทำการหรือต้องรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวกับวิธีการในการจัดรูปที่ดินของจำเลยที่ 2 ไม่จำเลยที่ 1 จึงมิได้เป็นผู้โต้แย้งสิทธิของโจทก์โดยตรงและอีกประการหนึ่ง ศาลไม่อาจบังคับให้จำเลยที่ 1 จัดรูปที่ดินให้ใหม่ตามคำฟ้องของโจทก์ได้เพราะจำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเองในเรื่องนี้ดังเหตุผลที่ได้วินิจฉัยข้างต้นแล้วโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมบัติ เดียวอิศเรศ · สุทธิ นิชโรจน์ · จำลอง สุขศิริ
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7443/2537

ตาม พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2517 มาตรา33 และ 34 ผู้มีส่วนได้เสียต้องคัดค้านเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินต่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัด ถ้าไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดก็มีส…

Supreme Court Judgment No. 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

Supreme Court Judgment No. 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

Supreme Court Judgment No. 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

Supreme Court Judgment No. 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up