เนื้อความคำพิพากษา
เดิมจำเลยทำยอมต่อศาลรับจะใช้เงินให้โจทย์ แล้วไม่ปฏิบัติตามสัญญายอม โจทย์จึงนำยึดที่ดิน ซึ่งในน่าโฉนดมีชื่อจำเลยกับ ท. ช.รวม ๓ ชื่อ ท.ช.ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่า ที่ดินแปลงนี้ได้มาโดย จ.มารดาทำพินัยกรรมแบ่งส่วนยกให้ ท. ช. แลจำเลย ท. ช.แลจำเลยได้ปกครองกันมาเปนสัดส่วนตามกำหนดในพินัยกรรมประมาณ ๗ ปี ขอให้ศาลแบ่งแยกขายแต่ฉะเพาะส่วนของจำเลยที่ได้ปกครอง ศาลแพ่งแลศาลอุทธรณ์ให้ยกคำร้องของ ท. ช. โดยสันนิษฐานว่าคนทั้ง ๓ เปนเจ้าของที่ดินรายนี้เท่า ๆ กัน ท.ช.ฎีกา ฎีกาเห็นว่า แม้ผู้ร้องจะมีส่วนได้ตามพินัยกรรมรายนี้มากสักเพียงใดก็ดี แต่ผู้ร้องไม่จัดแจงแก้โฉนดแยกส่วนสัดของตน เมื่อคนภายนอกเข้ามาเปนผู้ได้เสียด้วยเช่นนี้ ตามกฎหมายต้องถือว่าผู้ร้องแลจำเลยมีส่วนเท่า ๆ กันตามชื่อในโฉนดผู้ร้องจะเถียงกับเจ้าณี่ซึ่งเปนคนภายนอกไม่ได้ จึงให้ยกฎีกาของ ท.ช.ผู้ร้องเสีย