Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 8123/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำว่า "อากร" ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 หมายถึงค่าอากรในทางศุลกากรเท่านั้น หาหมายรวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มอันเป็นภาษีอากรฝ่ายสรรพากร ภาษีสรรพสามิต และภาษีมหาดไทยด้วยไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองนำค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต และภาษีมหาดไทยสำหรับรถยนต์ของกลางมารวมเป็นค่าอากรอีกจำนวนหนึ่งนั้นไม่ถูกต้อง ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 195 ป.วิ.อ. Section 225 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 Section 27

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 มาตรา 27 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8, 9 ริบของกลาง และจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับและจ่ายเงินรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 มาตรา 27 จำคุก 2 ปี ปรับ 5,855,878.84 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง จ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับและจ่ายเงินรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมาย โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและสอบสวน ตลอดจนข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาลมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน และปรับ 3,903,919.23 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้ตามเดิม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยในข้อแรก จำเลยมีเจตนาฉ้อค่าภาษีของรัฐบาลโดยนำรถยนต์เข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้เสียค่าภาษีหรือไม่ จำเลยอ้างว่า จำเลยไม่มีเจตนาฉ้อค่าภาษีของรัฐบาล เพราะจำเลยซื้ออะไหล่และนำชิ้นส่วนของรถยนต์ประกอบเข้ากันขึ้นเป็นรถยนต์คันพิพาททั้งคัน และยังไม่แล้วเสร็จ ยังมีขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการก่อนที่จะมีการเสียภาษี เห็นว่า ข้ออ้างของจำเลยว่าได้ซื้อชิ้นส่วนก็ไม่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับการซื้อขายชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ของรถ หรือหลักฐานอื่นที่จำเลยควรมีไว้เพื่อตระเตรียมพร้อมจะดำเนินการทางภาษีและทะเบียนให้เสร็จสิ้นต่อไป ลำพังคำเบิกความลอย ๆ โดยปราศจากพยานหลักฐานสนับสนุนของจำเลย

ไม่อาจรับฟังได้ตามที่จำเลยอ้าง ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบ จำเลยครอบครองรถยนต์ของกลางที่ผลิตนอกราชอาณาจักร โดยไม่ปรากฏว่ามีการนำรถยนต์ของกลางผ่านศุลกากรและเสียภาษีโดยถูกต้อง จำเลยมีเจตนาฉ้อค่าภาษีของรัฐบาล อันเป็นความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัย ปัญหาพิจารณาข้อต่อไปมีว่า จำเลยจะต้องถูกปรับเพียงใด โดยจำเลยอ้างว่ารถยนต์ของกลางมีราคาไม่มาก ไม่ควรนำราคาที่โจทก์ตั้งมาเป็นฐานในการคิดค่าปรับจากจำเลย เห็นว่า โจทก์มีนางปริญดา เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรซึ่งประเมินอากรของกลาง มาเบิกความเป็นพยานประกอบเอกสารใบประเมินราคาและอากรรถยนต์ว่า รถยนต์ของกลางผลิตตั้งแต่ ค.ศ.1997 (หรือ พ.ศ.2540) มีการใช้งานมาจนถึงวันที่ประเมินราคาในปี 2545 เป็นเวลา 4 ปีเศษ

คิดหักค่าเสื่อมราคาร้อยละ 50 ของราคา ซี. ไอ. เอฟ. รถใหม่รวมอุปกรณ์คิดเป็นราคา 467,465.60 บาท เมื่อรวมค่าภาษีต่าง ๆ เข้าแล้วมีราคารวม 1,463,969.71 บาท จำเลยคงเบิกความลอย ๆ ว่ารถยนต์ของกลางมีราคาตลาดเพียง 700,000 บาท ไม่อาจหักล้างทางนำสืบของโจทก์ที่มีกระบวนการคิดราคาและข้อมูลอ้างอิงอันควรเชื่อได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดให้คิดราคาและกำหนดโทษปรับเป็นเงินสี่เท่าของของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว ชอบด้วยพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 มาตรา 2 และมาตรา 27 แล้ว ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ดี

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่า "ค่าอากร" ตามมาตรา 27 หมายถึงค่าอากรในทางศุลกากรเท่านั้น หาหมายรวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มอันเป็นภาษีอากรฝ่ายสรรพากร ภาษีสรรพสามิต และภาษีมหาดไทยด้วยไม่ ที่โจทก์บรรยายฟ้องและนำสืบค่าอากรเป็นเงิน 996,504.11 บาท ปรากฏตามใบประเมินราคาและอากรรถยนต์ได้รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 95,773.72 บาท ภาษีสรรพสามิต 478,870.83 บาท และภาษีมหาดไทย 47,887.08 บาท เข้าด้วยกัน คดีนี้รถยนต์ของกลางมีราคา 467,465.60 บาท ต้องเสียค่าอากรขาเข้าเป็นเงิน 373,972.48 บาท รวมราคาของกับค่าอากรเข้าด้วยกันเป็นเงินเพียง 841,438.08 บาท เท่านั้น มิใช่เป็นจำนวน 1,463,969.71 บาท ตามที่โจทก์อ้าง เมื่อลงโทษปรับสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วจึงเป็นเงิน 3,365,752.32 บาท ที่ศาลล่างทั้งสองนำค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม

ภาษีสรรพสามิต และภาษีมหาดไทยสำหรับรถยนต์ของกลางมารวมเป็นค่าอากรอีกจำนวนหนึ่งไม่ถูกต้อง ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ในส่วนโทษปรับให้ลงโทษปรับ 3,365,752.32 บาท ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับ 2,243,834.88 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

Matter details

Panel of judges
นพพร โพธิรังสิยากร · ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว · สุทธิโชค เทพไตรรัตน์
Lower court
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายธนา วิริยะวินิจเจริญ
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายเฉลิมชัย ศรีเลิศชัยพานิช
Supreme Court black case no.
อ.4906/2549
Trial court black case no.
อ10324/2545
Trial court red case no.
อ1484/2547
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6427/2567

พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 104 เป็นบทบัญญัติที่ให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจลงโทษผู้กระทำผิดให้ใช้เบี้ยปรับนอกจากโทษจำคุกในทางอาญาอีกก็ได้ แต่คดีนี้เป็นการใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษค่าปรับในทางอาญาตาม พ.ร.บ…

Supreme Court Judgment No. 7916/2561

สำหรับความผิดฐานนำของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 และความผิดฐานเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนโดยเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่มตาม ป.รัษฎากร มาตรา 90/4 (6)…

Supreme Court Judgment No. 2757/2561

การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองฐานพยายามส่งของออกไปนอกราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดอันเกี่ยวกับของนั้นเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 และ พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจั…

Supreme Court Judgment No. 6650/2556

ปัญหาว่าการกักขังแทนค่าปรับถูกต้องหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย โจทก์ผู้อุทธรณ์จึงยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 225 ประกอบมาตรา 195 วรรคสอง การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ใน…

Supreme Court Judgment No. 5307/2534

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร มิได้นิยามความหมายของคำว่า "วิชาชีพ"เอาไว้ จึงต้องถือตามความหมายที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ซึ่งตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพ.ศ.2525 ได้ให้ความหมายไว้ว่า "อาชีพที่ต้องอาศั…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up