Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 8124/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ฎีกาโจทก์ที่ว่า จำเลยซึ่งเป็นวัดวา อา รามไม่มีสิทธิมีที่ดินเกินกว่า 50 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี แม้จะมีผู้ทำพินัยกรรมยกให้จำเลยก็ไม่มีสิทธิรับจึงไม่มีสิทธิใช้ยันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกนั้นเมื่อเป็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่มิได้ว่ากล่าวกันมาตั้งแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จึงเป็นการไม่ชอบต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ในที่ดินพิพาท จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินพิพาท เป็นของจำเลย โดย จ.เจ้าของเดิมทำพินัยกรรมยกให้ และจำเลยได้ให้พ.บุตรโจทก์เช่า โจทก์ทั้งสองอยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิการเช่าของพ.ดังนี้กรณีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์และจำเลยต่างโต้แย้งกันว่าใครมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทดีกว่ากัน และเมื่อฟ้องแย้งของจำเลยมิได้อ้างสิทธิหรือหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษขึ้นเป็นข้อต่อสู้หรือเป็นสภาพแห่งข้อหาในฟ้องแย้งดังนั้นจำเลยจึงไม่จำต้องบรรยายสาระสำคัญของการบอกเลิกการเช่าในบทกฎหมายดังกล่าวมาในฟ้องแย้ง ฟ้องแย้งของจำเลยจึงไม่เคลือบคลุม

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 177 ป.วิ.พ. Section 249 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 Section 26

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินส.ค.1 เลขที่ 3 เนื้อที่ 12 ไร่ 1 งาน 67 ตารางวาเมื่อเดือนมกราคม 2536 โจทก์ทั้งสองได้ขอรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินพิพาท แต่จำเลยได้คัดค้านอ้างว่าจำเลยเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินพิพาท จนเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานที่ดินไม่สามารถออกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสองได้ ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินพิพาทเดิมนายจุ่น กระจับเงิน เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ต่อมานายจุ่นได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินพิพาทและที่ดินแปลงอื่นให้แก่จำเลยเมื่อนายจุ่นถึงแก่กรรมที่ดินพิพาทตกเป็นของจำเลย และจำเลยได้ให้นายพิศาล

ปุ่นแก้ว บุตรโจทก์ทั้งสองเช่า โจทก์ทั้งสองอยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิการเช่าของนายพิศาลหาได้อยู่โดยเจตนายึดถือที่ดินพิพาทเพื่อตนแต่อย่างใดไม่การที่โจทก์ทั้งสองไปขอรังวัดออกโฉนดที่ดิน และนำคดีมาฟ้องเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยและโต้แย้งสิทธิของจำเลย จำเลยไม่ประสงค์ให้โจทก์ทั้งสองอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทอีกต่อไป และได้แจ้งให้โจทก์ทั้งสองออกไปจากที่ดินพิพาทและเลิกเกี่ยวข้องแล้ว ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองและบริวารรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทและให้โจทก์ทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยเดือนละ 12,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์ทั้งสองออกไปจากที่ดินพิพาทโจทก์ทั้งสองให้การแก้ฟ้องแย้งว่า

ฟ้องแย้งของจำเลยมิได้บรรยายให้ชัดแจ้งถึงสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา กล่าวคือจำเลยมิได้บรรยายให้ชัดแจ้งว่าได้บอกเลิกสัญญาเช่านากับนายพิศาลเมื่อใดและได้บอกกล่าวให้โจทก์ทั้งสองออกจากที่ดินพิพาทเมื่อใด ใครเป็นคนบอกกล่าวทำให้โจทก์ทั้งสองเสียเปรียบและไม่อาจต่อสู้คดีได้ถูกต้องฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ทั้งสองพร้อมบริวารรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทและให้โจทก์ทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยเดือนละ1,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งไปจนกว่าจะรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2นายโพธิ์ ปุ่นแก้ว โจทก์ที่ 1 ถึงแก่กรรม นางสละ ปุ่นแก้วโจทก์ที่ 2 ภรรยาของโจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ข้อแรกว่าที่ดินพิพาทตามหนังสือแจ้งการครอบครอง ส.ค.1ตามเอกสารหมาย จ.1 ของโจทก์กับที่ดินตามหนังสือแจ้งการครอบครองที่ดิน ส.ค.1 เอกสารหมาย ล.7 ของจำเลยเป็นที่ดินแปลงเดียวกันหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันที่โจทก์ฎีกาข้อสองว่า จำเลยซึ่งเป็นวัดวาอารามไม่มีสิทธิมีที่ดินเกินกว่า 50 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีแม้จะมีผู้ทำพินัยกรรมยกให้จำเลยก็ไม่มีสิทธิรับจึงไม่มีสิทธิใช้ยันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกนั้น เป็นการยกข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่มิได้ว่ากล่าวกันมาตั้งแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เป็นการไม่ชอบต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ที่โจทก์ฎีกาข้อสามว่า โจทก์ทั้งสองหรือจำเลยมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยโจทก์อ้างว่า แม้โจทก์จะไม่มีพยานรู้เห็นการซื้อขายที่ดินเลย แต่โจทก์ทั้งสองเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์เนื่องมาจากการซื้อขาย

โจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธิครอบครองนั้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงได้ว่าโจทก์ทั้งสองครอบครองที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิการเช่า จึงถือว่าโจทก์ทั้งสองครอบครองแทนจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิครอบครองดีกว่าโจทก์ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ฟ้องแย้งของจำเลยเคลือบคลุมนั้นเห็นว่าโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยโดยนายจุ่นเจ้าของเดิมทำพินัยกรรมยกให้ และจำเลยได้ให้นายพิศาล ปุ่นแก้ว บุตรโจทก์ทั้งสองเช่า โจทก์ทั้งสองอยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิการเช่าของนายพิศาล กรณีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยต่างโต้แย้งกันว่า ใครมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทดีกว่ากันฟ้องแย้งของจำเลยมิได้อ้างสิทธิหรือหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

พ.ศ. 2524 ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษขึ้นเป็นข้อต่อสู้หรือเป็นสภาพแห่งข้อหาในฟ้องแย้ง ดังนั้นจำเลยจึงไม่จำต้องบรรยายสาระสำคัญของการบอกเลิกการเช่าในบทกฎหมายดังกล่าวมาในฟ้องแย้ง ฟ้องแย้งของจำเลยจึงไม่เคลือบคลุมพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
เหล็ก ไทรวิจิตร · ปราโมทย์ ชพานนท์ · สกนธ์ กฤติยาวงศ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 632/2562

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างปรับปรุงถนนและภูมิทัศน์ภายในมหาวิทยาลัยพะเยา โจทก์ไม่ใช่ผู้ก่อสร้าง เอกสารราคาค่าก่อสร้างเป็นการกะประมาณราคา ไม่ใช่ราคาวัสดุและค่าแรงงานที่โ…

Supreme Court Judgment No. 4722/2562

เรื่องฟ้องเคลือบคลุมในคดีแพ่งไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยชี้ขาดได้เอง ผู้คัดค้านที่ 3 ให้การว่า คำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุม โดยมิได้ให้เหตุผลว่าเคลือบคลุมอย่…

Supreme Court Judgment No. 6591/2561

จำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกาว่า ขณะเกิดเหตุ โจทก์ขับรถยนต์กลับรถในระยะหนึ่งร้อยเมตรจากทางราบของเชิงสะพาน และเป็นบริเวณที่มีสัญญาณจราจรบนทางห้ามรถทั้งสองฝั่งขับรถคร่อมเส้น ห้ามแซง ห้ามกลับรถและห้ามเลี้ยวขว…

Supreme Court Judgment No. 907/2561

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 5 จะบัญญัติว่า "ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต" แต่มาตรา 6 ก็บัญญัติต่อไปว่า "ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต" โจทก์ที่ 1 จึ…

Supreme Court Judgment No. 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up