คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 288, 80, 297, 91
จำเลยให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด (ฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 1 และฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 2) ตาม ป.อ. มาตรา 288, 80 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษ ตาม ป.อ. มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 11 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 22 ปี ข้อหาอื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง นายสมานหรือหอน ผู้เสียหายที่ 1 กับนายพา ผู้เสียหายที่ 2 ได้ถูกคนร้ายใช้ขวานเป็นอาวุธฟันถูกที่บริเวณศีรษะเป็นบาดแผลตามรายงานความเห็นการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้อง จากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีน้ำหนักให้รับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่า หลังจากจำเลยมีเรื่องโต้เถียงกับผู้เสียหายที่ 1 เรื่องค่าแรงแล้ว จำเลยได้ลุแก่อำนาจโทสะและด้วยความเมาสุราขาดความยั้งคิด จำเลยจึงได้ใช้ขวานเป็นอาวุธฟันศีรษะผู้เสียหายทั้งสองข้างเดียวในขณะที่ผู้เสียหายทั้งสองไม่ทันได้ระมัดระวังตัวหาใช่เป็นกรณีที่ผู้เสียหายทั้งสองเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้กัน และถูกผู้อื่นทำร้ายได้รับบาดเจ็บตามที่จำเลยนำสืบต่อสู้ไม่
ผู้เสียหายที่ 1 ถูกฟันเป็นบาดแผลที่ศีรษะส่วนบนด้านหลังยาว 10 เซนติเมตร กว้างครึ่งเซนติเมตร ลึกจดกะโหลกศีรษะและกะโหลกศีรษะร้าว ส่วนผู้เสียหายที่ 2 ถูกฟันเป็นบาดแผลดังนี้ ที่ขมับแถบซ้ายจดโหนกแก้มแผลยาว 10 เซนติเมตร กว้างครึ่งเซนติเมตร ลึกจดกะโหลกศีรษะ ที่ศีรษะด้านหน้าแถบซ้ายจดเหนือคิ้วซ้ายแผลยาว 10 เซนติเมตร กว้าง 1 เซนติเมตร ลึกจดเยื่อหุ้มกะโหลกศีรษะ กะโหลกศีรษะแถบซ้ายแตกยุบ สมองฉีกขาด กลางต้นแขนซ้ายแผลยาว 2 เซนติเมตร กว้างครึ่งเซนติเมตร ลึกจดกล้ามเนื้อ และเหนือข้อศอกขวาแผลยาว 3 เซนติเมตร กว้างครึ่งเซนติเมตร ลึกจดกล้ามเนื้อ หากแพทย์รักษาไม่ทันหรือมีโรคแทรกซ้อนอาจทำให้ผู้เสียหายทั้งสองถึงแก่ชีวิตได้ และจากลักษณะบาดแผลของผู้เสียหายทั้งสองดังกล่าว
ศาลฎีกาเชื่อว่า จำเลยได้ใช้ขวานฟันศีรษะผู้เสียหายทั้งสองอย่างแรง จึงทำให้กะโหลกแตกยุบและร้าวได้ สำหรับขวานที่จำเลยใช้ฟันศีรษะผู้เสียหายทั้งสองนั้นเป็นขวานที่ใช้งานช่างไม้ มีขนาดยาวประมาณ 1 ฟุตครึ่ง เป็นขวานขนาดใหญ่สามารถใช้เป็นอาวุธทำอันตรายผู้อื่นถึงแก่ชีวิตได้โดยง่าย การที่จำเลยใช้ขวานดังกล่าวเลือกฟันที่ศีรษะผู้เสียหายทั้งสองอันเป็นส่วนสำคัญของร่างกายจึงชี้ให้เห็นว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายทั้งสอง เมื่อผู้เสียหายทั้งสองไม่ถึงแก่ความตายเพราะแพทย์ช่วยรักษาผู้เสียหายทั้งสองไว้ได้ทัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายทั้งสอง การที่จำเลยมีเจตนาจะฆ่าผู้เสียหายทั้งสองเพราะมีสาเหตุโกรธเคืองเนื่องจากโต้เถียงกันเกี่ยวกับเรื่องค่าแรงโดยจำเลยเป็นช่างไม้ได้รับค่าแรงน้อยกว่าผู้เสียหายทั้งสองซึ่งเป็นช่างทาสี แล้วจำเลยได้ใช้ขวานฟันทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองในทันทีทันใดในเวลาต่อเนื่องกัน
การที่จะทำร้ายใครก่อนหลังย่อมเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะจำเลยไม่สามารถใช้ขวานฟันทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองคนพร้อมกันทีเดียวได้ แต่เห็นเจตนาของจำเลยได้ว่าจำเลยประสงค์จะทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองในคราวเดียวกัน เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเจตนาจะทำร้ายเฉพาะผู้เสียหายที่ 1 แล้วเพิ่มเจตนาทำร้ายผู้เสียหายที่ 2 อีกคนหนึ่งในภายหลังเช่นนี้ แม้จะมีการกระทำหลายหนและต่อบุคคลหลายคนก็อยู่ภายในเจตนาอันนั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยมาเป็นความผิดสองกรรมนั้น จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้เป็นคุณแก่จำเลยได้ นอกจากนี้ศาลอุทธรณ์ได้นำคำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมมาฟังประกอบการลงโทษจำเลยคดีจึงมีเหตุบรรเทาโทษตาม ป.อ. มาตรา 78 แต่ศาลอุทธรณ์มิได้ลดโทษให้จำเลย จึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข ลดโทษให้จำเลยบางส่วนด้วย
Result
พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งแต่ละบทมีระวางโทษเท่ากัน ให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 2 เพียงบทเดียว ตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 11 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสี่ ตาม ป.อ. มาตรา 78 แล้วคงจำคุก 8 ปี 3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.