คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าหนี้รายนี้ถึงกำหนดชำระแล้วผู้กู้ได้ขอผัดโดยจะเอาภรรยาเข้าชื่อด้วยแลทำหนังสือสัญญากันใหม่ แต่การหาได้สำเร็จไม่ ต่อมาผู้ค้ำประกันได้บอกให้เจ้าหนี้ฟ้องร้องผู้กู้ แต่เจ้าหนี้ไม่ฟ้อง เพิกเฉยมาจนถึงเวลานี้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าการที่ผู้กู้ขอผัดนั้นมิได้ตกลงกันประการใดจะฟังว่าเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ผู้กู้ไม่ได้ เพราะเป็นแต่เพียงพูดโต้ตอบกัน ยังไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน ส่วนการที่ผู้ค้ำประกันเตือนให้ฟ้องและเจ้าหนี้ไม่ฟ้องนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิด เหตุที่ผู้ค้ำประกันจะหลุดพ้นได้ตามนัยนี้ก็ต้องปฏิบัติตามป.พ.พ.ม.๗๐๑ คือขอชำระหนี้แทน ส่วนป.พ.พ.ม.๖๙๙ นั้นบัญญัติในเรื่องค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายรายไม่มีเวลาจำกัด และผู้ค้ำประกันบอกเลิกเสียเพื่อคราวอันเป็นอนาคต จึงคงพิพากษายืนตามศาลล่าง ซึ่งพิพากษาให้ผู้ค้ำประกันรับผิด