คำฟ้องและคำให้การ
พนักงานอัยการโจทก์และนางปาน ประเสริฐสุข มารดานายเสริญผู้ตายโจทก์ร่วมฟ้องว่า จำเลยได้ใช้ปืนพกยิงนายเสริญ ประเสริฐสุขโดยมีเจตนาฆ่า กระสุนปืนถูกนายเสริญถึงแก่ความตายทันที ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ให้จำคุก 20 ปี ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยกระทำโดยบันดาลโทสะ พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 72 จำคุก 15 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ร่วมฎีกาว่า การกระทำของจำเลยไม่เข้าเหตุบันดาลโทสะจำเลยฎีกาว่ากระทำเพื่อป้องกันตัวได้ความในเบื้องต้นว่า
เหตุเกิดเมื่อเวลา 22 นาฬิกาเศษในวัดก่อนเกิดเหตุผู้ตายและจำเลยต่างไปคุยกับพระครูปลัดสนั่นที่ระเบียงหน้าโบสถ์เก่า เกิดโต้เถียงท้าทายกัน ต่างออกไปจากระเบียงโบสถ์คนละช่องกำแพง แล้วกลับเข้ามาทางช่องกำแพงเดียวกัน ตอนนี้เองจำเลยได้ใช้ปืนพกยิงผู้ตาย 1 นัด ถูกศีรษะผู้ตายล้มลงตายทันทีการกระทำของจำเลยเป็นเพราะบันดาลโทสะหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความตามคำพยานโจทก์ว่า ในตอนเกิดเหตุผู้ตายเมาสุรา จำเลยไม่เมา จำเลยเป็นฝ่ายเดินถอยหลังหนีผู้ตายเดินตาม และใช้มือตบศีรษะจำเลยผู้มีอายุสูงกว่าถึง 5 ปี (จำเลยอายุ 48 ปี) จำเลยห้ามผู้ตายก็ไม่ฟัง ยังตามจำเลยเข้าไปข่มเหงอีก ดังนี้ เห็นว่าผู้ตายได้ข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จำเลยใช้ปืนตีและยิงผู้ตายไปในขณะนั้น จึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ แต่ศาลอุทธรณ์กำหนดโทษสูงเกินไปพิพากษาแก้ ให้จำคุกจำเลย 8 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์