Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 8188/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ จำเลยที่ 1อุทธรณ์พร้อมกับขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา แต่การยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลรวมทั้งเงินวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์แก่จำเลยที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถานั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัวของจำเลยแต่ละคน แม้ศาลจะอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ดำเนินคดีชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถาก็ไม่มีผลถึงจำเลยที่ 2 ด้วย ดังนั้นจำเลยที่ 2 ซึ่งยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ งดสืบพยานจำเลยที่ 2 โดยเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท จะขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 งดการวางเงินค่าธรรมเนียมและค่าทนายความซึ่งต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นจนกว่าศาลจะมีคำสั่งคำร้องขอดำเนินคดีอย่าง คนอนาถาของจำเลยที่ 1 แล้วไม่ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 3,373,000.64 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมให้แก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองต่างอุทธรณ์ และจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอดำเนินคดีชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 นำค่าธรรมเนียมและค่าทนายความที่ต้องใช้แทนโจทก์มาวางศาลภายใน 7 วัน จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรับผิดร่วมกัน จำเลยทั้งสองจึงเป็นลูกหนี้ร่วมกันซึ่งต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงร่วมกัน หากศาลอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาแล้ว จำเลยที่ 2 ก็ไม่จำต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความซึ่งต้องใช้แทนโจทก์มาวางศาลขอให้มีคำสั่งให้งดวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความซึ่งต้องใช้แทนโจทก์ จนกว่าศาลจะมีคำสั่งในคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยที่ 1

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 จำเลยที่ 2 ผู้ยื่นอุทธรณ์ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมและค่าทนายความใช้แทนโจทก์มาชำระด้วยส่วนจำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์และขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลยังไม่อนุญาตให้อุทธรณ์อย่างคนอนาถาเพราะอยู่ระหว่างไต่สวนคำร้องจึงยังไม่แน่ว่าศาลจะอนุญาตหรือไม่ ยังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้องจำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยชั้นนี้ตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อแรกว่า กรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองจึงเป็นลูกหนี้ร่วมกันที่จะต้องช่วยกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์

เมื่อจำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นพร้อมกับคำขอดำเนินคดีชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถาและศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำร้องนัดไต่สวนคำร้องแล้ว หากศาลอนุญาตให้จำเลยที่ 1ดำเนินคดีชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถา จำเลยที่ 2 ก็ได้รับผลจากคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ดำเนินคดีชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถาด้วยนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 157บัญญัติว่า "เมื่อศาลอนุญาตให้บุคคลใดฟ้องหรือต่อสู้ความอย่างคนอนาถาบุคคลนั้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้น ค่าธรรมเนียมเช่นว่านี้ให้รวมถึงเงินวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์หรือฎีกา" บทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นชัดเจนว่า การยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลรวมทั้งเงินวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์แก่จำเลยที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถานั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัวของจำเลยแต่ละคน

แม้ศาลจะอนุญาตให้จำเลยที่ 1ดำเนินคดีชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถาก็ไม่มีผลถึงจำเลยที่ 2ด้วยแต่อย่างใด ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยที่ 2ฎีกาต่อไปว่า จำเลยที่ 2 มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่ได้อุทธรณ์เฉพาะคำสั่งศาลชั้นต้นที่งดสืบพยานจำเลยที่ 2จึงต้องเสียเฉพาะค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 200 บาท นั้น เห็นว่าค่าขึ้นศาลเป็นค่าธรรมเนียมอย่างหนึ่งซึ่งกฎหมายบังคับให้คู่ความที่ยื่นคำฟ้องฟ้องอุทธรณ์หรือฎีกา จะต้องเสียในขณะที่ยื่นคำฟ้องส่วนการวางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งในการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกานั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 229 ได้บัญญัติว่า การอุทธรณ์นั้น ฯลฯ และผู้อุทธรณ์ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์นั้นด้วย

ฯลฯจึงเห็นได้ว่า เงินค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกากับเงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งที่จำเลยนำมาวางศาลในการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกานั้นเป็นเงินคนละส่วนกันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 2 ที่ขอให้มีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 งดการวางเงินค่าธรรมเนียมและค่าทนายความซึ่งต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจนกว่าศาลจะมีคำสั่งคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยที่ 1 และศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษายืนตามมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ปรีชา บูรณะไทย · บุญธรรม อยู่พุก · ณรงค์ ตันติเตมิท
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1932/2568

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติ…

Supreme Court Judgment No. 8636/2558

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลเนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นคนยากจนไม่มีเงินชำระว่า อนุญาตให้จำเลยที่ 2 อุทธรณ์โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งมีความหมายว่าศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ฟ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2557 (ref. 560378)

ศาลชั้นต้นสั่งในคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ว่า ถือว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ยังคงไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ และอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธ…

Supreme Court Judgment No. 806/2554

คำสั่งของศาลชั้นต้นที่เพิกถอนคำสั่งเดิมที่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ มีผลเท่ากับเป็นคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ ถือว่าเป็นคำสั่งไม่รับคำคู่ความซึ่งมิได้ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเ…

Supreme Court Judgment No. 45/2548

การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ต้องปฏิบัติตามมาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 คือนอกจากเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา และนำค่าธรรมเนียมทั้งปวงที่ต้องชดใช้ตามมาตรา 229 มาวางศาลแล้ว จะต้องนำเงินม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up