Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 8207/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ร่วมกับจำเลยตกลงยกบ้านที่เกิดเหตุให้แก่บุตร และให้บุตรอยู่ในอำนาจปกครองของโจทก์ร่วม อีกทั้งยังได้มีการย้ายชื่อจำเลยออกจากบ้านเกิดเหตุไปแล้วภายหลังจากจดทะเบียนหย่า 8 วัน ย่อมแสดงว่าบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านที่โจทก์ร่วมกับบุตรพักอาศัยอยู่ด้วยกันภายหลังจากที่โจทก์ร่วมกับจำเลยหย่าขาดจากกันแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิใด ๆ ที่จะมาพักอาศัยอยู่ในบ้านเกิดเหตุอีก มิฉะนั้นการหย่าและข้อตกลงเรื่องจดทะเบียนหย่าระหว่างโจทก์ร่วมกับจำเลยจะไม่มีผลแต่ประการใด เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิพักอาศัยอยู่ในบ้านเกิดเหตุ การกระทำของจำเลยที่เข้าไปในบ้านเกิดเหตุช่วงเวลาดึกประมาณเที่ยงคืนถึงหนึ่งนาฬิกาเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการเข้าไปในเคหสถานซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควร

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2545 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านพักอันเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยของนางรัชนีวรรณ ผู้เสียหาย โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร และจำเลยทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า และทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ โดยใช้เท้าเหยียบเก้าอี้ไม้มะค่า 1 ตัว จนหักเสียหาย ใช้วัตถุของแข็งงัดประตูบ้านจนกลอนประตู 1 อัน คดงอเสียหาย และใช้มือกดเปิดถังแก๊ส 1 ถัง ได้รับความเสียหาย คิดเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 1,850 บาท เหตุเกิดที่ตำบลเมืองเก่า อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 358, 364, 365 (3)

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณานางรัชนีวรรณ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 364, 365 (3) (ที่ถูก 365 (3) ประกอบมาตรา 364) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานบุกรุก จำคุก 1 ปี ปรับ 5,000 บาท ฐานทำให้เสียทรัพย์ จำคุก 6 เดือน ปรับ 1,000 บาท รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ของผู้อื่น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์ร่วมกับจำเลยเคยเป็นสามีภริยากันมาก่อนเกิดเหตุ ต่อมาวันที่ 7 พฤษภาคม 2545 โจทก์ร่วมกับจำเลยจดทะเบียนหย่า โดยมีข้อตกลงตามใบสำคัญการหย่าเอกสารหมาย จ. 3 ว่าบ้านที่เกิดเหตุยกให้แก่เด็กชายไตรนิกร์ บุตรของโจทก์ร่วมกับจำเลย และให้บุตรอยู่ในอำนาจปกครองของโจทก์ร่วม ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุ คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ โจทก์ร่วมเบิกความว่า ในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 1 นาฬิกา ขณะที่โจทก์ร่วมกับบุตรนอนหลับอยู่ภายในบ้านเกิดเหตุ จำเลยมาร้องเรียกให้เปิดประตู มิฉะนั้นจำเลยจะปีนเข้าไปในบ้าน

โจทก์ร่วมจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าพนักงานตำรวจ ร้อยตำรวจเอกประวิทย์ พยานโจทก์เบิกความว่า ในวันเกิดเหตุเวลาประมาณเที่ยงคืน ขณะที่พยานปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรป้องกันปราบปรามได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่ามีคนร้ายปีนเข้ามาในบ้านเกิดเหตุ พยานกับพวกจึงเดินทางไปยังบ้านที่ได้รับแจ้งเหตุ พบจำเลยอยู่ในบริเวณบ้าน จำเลยบอกกับพยานว่าไม่มีอะไร พยานจึงกลับไป ต่อมาอีกประมาณ 10 นาที พยานได้รับแจ้งทางวิทยุให้กลับไปยังบ้านที่เกิดเหตุอีก เนื่องจากมีเหตุทะเลาะวิวาท พยานจึงย้อนกลับไปพบโจทก์ร่วมกับจำเลยโต้เถียงกันอยู่ในบ้าน จำเลยแจ้งต่อพยานว่าเป็นเรื่องผัวเมียทะเลาะกัน พยานเกรงว่าโจทก์ร่วมจะได้รับอันตรายจึงได้พาโจทก์ร่วมกับบุตรไปที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอพนมสารคาม

จำเลยนำสืบรับว่า ไปที่บ้านเกิดเหตุ ภายหลังจากรับประทานอาหารกับสิบตำรวจโทสุระชา เมื่อเวลาประมาณ 24 นาฬิกา และได้ใช้เก้าอี้ปีนขึ้นไปทางระเบียงบ้านเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุจริง เมื่อพิเคราะห์ข้อความตามบันทึกข้อตกลงในทะเบียนการหย่าเอกสารหมาย จ. 3 ซึ่งระบุว่า โจทก์ร่วมกับจำเลยตกลงยกบ้านที่เกิดเหตุให้แก่บุตร และให้บุตรอยู่ในอำนาจปกครองของโจทก์ร่วม อีกทั้งยังได้มีการย้ายชื่อจำเลยออกจากบ้านเกิดเหตุไปแล้วเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2545 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากจดทะเบียนหย่าแล้ว 8 วัน ตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารหมาย ล. 2 ย่อมแสดงว่า บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านที่โจทก์ร่วมกับบุตรพักอาศัยอยู่ด้วยกัน ภายหลังจากที่โจทก์ร่วมกับจำเลยหย่าขาดจากกันแล้ว

จำเลยไม่มีสิทธิใด ๆ ที่จะมาพักอาศัยอยู่ในบ้านเกิดเหตุอีก มิฉะนั้นการหย่าและข้อตกลงเรื่องจดทะเบียนหย่าระหว่างโจทก์ร่วมกับจำเลยจะไม่มีผลแต่ประการใด เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิพักอาศัยอยู่ในบ้านเกิดเหตุกระทำของจำเลยที่เข้าไปในบ้านเกิดเหตุในช่วงเวลาดึกประมาณเที่ยงคืนถึงหนึ่งนาฬิกาเช่นนี้ จึงถือได้ว่าเป็นการเข้าไปในเคหสถานซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควร

ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยยังคงอาศัยอยู่ในบ้านเกิดเหตุตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยจะมาเปลี่ยนเสื้อผ้าและเอาวิทยุสื่อสารนั้น ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วม ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สู่บุญ วุฒิวงศ์ · สมชาย สินเกษม · ปริญญา ดีผดุง
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2813/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบ้านพักเลขที่ 63/32 อันเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้ร้องที่ 1 แล้วจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ 2 โ…

Supreme Court Judgment No. 3515/2563

ตราบใดที่ศาลชั้นต้นยังไม่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ให้คู่ความฟัง ก็ต้องถือว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 ศาลชั้นต้นจะต้องส่งคำร้องของจำเลยที่ขอแถลงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมไปให้ศาลอุทธร…

Supreme Court Judgment No. 11666/2557

จำเลยกับพวกร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบ้านพักอาศัยของผู้เสียหายที่ 1 แล้วชกต่อยผู้เสียหายที่ 2 แสดงว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาแต่แรกเพียงที่จะทำร้ายผู้เสียหายที่ 2 เท่านั้น แต่ภายหลังจำเลยชกต่อยกับผู้เสียหายที่ 2…

Supreme Court Judgment No. 8163/2557

จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุและกระทำอนาจารผู้เสียหายแล้วออกจากบ้านไป ถือว่าเป็นความผิดสำเร็จแล้ว จากนั้นจำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุโดยมีวัตถุของแข็งอีกครั้งเพื่อประทุษร้ายร่างกายผู้เสียหา…

Supreme Court Judgment No. 19357/2556

แม้บ้านที่เกิดเหตุเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยของโจทก์ แต่ก็ยังเป็นที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านที่เกิดเหตุด้วย พื้นที่ส่วนที่เป็นที่ทำการผู้ใหญ่บ้านในเวลาราชการจึงไม่ใช่ที่รโหฐาน แต่เป็นที่สาธารณสถาน เพราะป…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up