Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 8215/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เงินฝากที่จำเลยเบิกถอนไปจากบัญชีเงินฝากเป็นทรัพย์สินที่จำเลยและผู้ถูกตรวจสอบได้มาก่อนพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534มีผลใช้บังคับ มิใช่ทรัพย์ที่จะถูกยึดหรืออายัดตามพระราชบัญญัติดังกล่าว การเบิกถอนเงินของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 42

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 267 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 Section 42 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 Section 42

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2536 เวลากลางวันจำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่ร้อยตำรวจโทมานพ ขัดชาซึ่งเป็นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ว่าสมุดคู่ฝากเงินธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาเชียงรายของจำเลยและนายสมศักดิ์ ยงประเดิม เด็กหญิงจรรยา ยงประเดิม เด็กชายภูเบศร์ ยงประเดิม และเด็กหญิงรจนา ยงประเดิม สูญหายไปจากที่เก็บ ซึ่งเป็นข้อความอันเป็นเท็จ ร้อยตำรวจโทมานพ ขัดชาหลงเชื่อว่าเป็นความจริง จึงจดข้อความอันเป็นเท็จนั้นลงในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี ซึ่งเป็นเอกสารราชการที่มีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน ซึ่งความจริงจำเลยรู้อยู่แล้วว่าสมุดคู่ฝากเงินดังกล่าวมิได้สูญหายแต่ถูกพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจยึดไว้เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินตามกฎหมาย

ทั้งนี้โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ร้อยตำรวจโทมานพ ขัดชา ผู้อื่นหรือประชาชน ต่อมาวันที่ 28มิถุนายน 2536 เวลากลางวัน จำเลยนำสำเนาเอกสารราชการที่ได้แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จไปแสดงต่อนางปริญดาวนชยางค์กูล พนักงานธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาเชียงราย และจำเลยถอนเงินสดจำนวน 610,000 บาท ไปจากบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาเชียงราย ที่มีชื่อจำเลยและนายสมศักดิ์ยงประเดิม เป็นเจ้าของร่วมกัน โดยจำเลยรู้อยู่ว่าเงินสดในบัญชีเงินฝากดังกล่าวจะถูกยึดหรืออายัดตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 267 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534มาตรา 42จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534มาตรา 42 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานแจ้งความเท็จ จำคุก1 ปี ฐานเอาไปเสียซึ่งทรัพย์สินที่รู้ว่าจะถูกยึดหรืออายัด จำคุก 1 ปีรวมจำคุก 2 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่จำเลยถอนเงินไปจากบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาเชียงราย ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ได้มาก่อนพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 42 มีผลใช้บังคับ จึงไม่ใช่ทรัพย์ตามความหมายของพระราชบัญญัติดังกล่าว

การเบิกถอนเงินของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดหรือไม่ ซึ่งในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 โดยศาลอุทธรณ์ภาค 5 ฟังข้อเท็จจริงว่าเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2536 พนักงานเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตรวจค้นบ้านจำเลยและยึดสมุดคู่ฝากเงินธนาคารกรุงเทพ จำกัดสาขาเชียงราย จำนวน 5 เล่ม ต่อมาวันที่ 27 มิถุนายน 2536จำเลยแจ้งต่อร้อยตำรวจโทมานพ ขัดชา ว่าสมุดคู่ฝากเงินดังกล่าวสูญหายไปและวันที่ 28 มิถุนายน 2536 จำเลยนำสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีดังกล่าวยื่นต่อสมุห์บัญชีธนาคารกรุงเทพจำกัด

สาขาเชียงรายเพื่อให้ออกสมุดคู่ฝากเงินเล่มใหม่จำนวน5 เล่ม และวันเดียวกันจำเลยเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากที่จำเลยและนายสมศักดิ์ ยงประเดิม เป็นเจ้าของร่วมกันไปจำนวน 610,000บาท ต่อมาวันที่ 21 มกราคม 2537 คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมีคำสั่งที่ 2/2537 ตามเอกสารหมาย ล.1 ให้ยกเลิกการอายัดชั่วคราวทรัพย์สินดังกล่าวเนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่ผู้ถูกตรวจสอบได้มาก่อนพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดพ.ศ. 2534 มีผลใช้บังคับ เห็นว่า เงินฝากที่จำเลยเบิกถอนไปจำนวน610,000 บาท จากบัญชีเงินฝากที่จำเลยและนายสมศักดิ์ ยงประเดิมเป็นเจ้าของร่วมกันที่ธนาคารกรุงเทพ

จำกัด สาขาเชียงราย นั้นเป็นทรัพย์สินที่จำเลยและนายสมศักดิ์ ยงประเดิม ผู้ถูกตรวจสอบได้มาก่อนพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มีผลใช้บังคับ จึงมิใช่ทรัพย์ที่จะถูกยึดหรืออายัดตามพระราชบัญญัติดังกล่าว การเบิกถอนเงินของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5

Result

พิพากษาให้ลงโทษจำเลยฐานเอาไปเสียซึ่งทรัพย์สินที่จำเลยรู้ว่าจะถูกยึดหรืออายัดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 42นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 42 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5

Matter details

Panel of judges
รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · พิชัย เตโชพิทยากูล · อภิชาต สุขัคคานนท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2086/2567

คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับการกระทำความผิดของจำเลยว่าจำเลยมอบอำนาจให้ ม. ยืนคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมกรรมการของบริษัท ด. โดยมีกรรมการเข้าใหม่ 1 คน คือ พ. และกรรมการออกจากตำแหน่ง 2 คน คือ โจทก์ทั้…

Supreme Court Judgment No. 210/2566

การบรรยายฟ้องความผิดฐานแจ้งความเท็จ ต้องระบุชัดเจนถึงข้อความเท็จนั้นว่ามีข้อความเป็นอย่างไร และความจริงเป็นอย่างไร คำฟ้องของโจทก์บรรยายเพียงว่า จำเลยนำข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศ…

Supreme Court Judgment No. 4109/2565

จำเลยได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตาม พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7 (1) และ พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 10 บัญญัติว่า บทบัญญัติมาตรา 7 (1) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเต…

Supreme Court Judgment No. 3823/2563

สัญญาบันทึกข้อตกลงชดใช้ค่าเสียหายมี ส. และผู้เสียหายร่วมลงลายมือชื่อเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่า ผู้เสียหายยินยอมชำระเงินให้แก่ ส. ซึ่งเป็นตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจช่วงของบริษัท ด. โดยเอกสารดังกล่าวมีห…

Supreme Court Judgment No. 3734/2563

ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน จึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งหากโจทก์ประสงค์จะเข้ารับการจัดที่ดินต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการคัดเล…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up