คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ทางพิจารณาได้ความว่าในงานก่อพระทรายที่วัดตึก นายยู่เหงี่ยน นายมณี ฝ่ายหนึ่ง นายชลอ นายเสริมฝ่ายหนึ่งได้วิวาทต่อสู้ทำร้ายซึ่งกันแลกัน มีบาดเจ็บด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่าย อัยยการจึงฟ้องนายยู่เหงี่ยนเป็นจำเลยสำนวนหนึ่งและนายฟุกบิดานายยู่เหงี่ยนเป็นโจทก์ฟ้องนายชลอ นายเสริมอีกสำนวนหนึ่ง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าอยู่เหงี่ยนมีความผิดตามกฎหมายอาญา ม.๒๕๖ ให้จำคุกไว้ ๒ ปี นายชลอมีผิดตาม ม.๓๓๘ ข้อ ๓ ปรับ ๔๐ บาท นายเสริมไม่ผิดให้ปล่อยตัวไป ศาลฎีกาตัดสินว่าปัญหาที่นายยู่เหงี่ยนฎีกาขึ้นมาว่าบาดแผลที่นายยู่เหงี่ยนแทงนายเสริมนั้นจะเป็นสาหัสหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีการับวินิจฉัยได้ และเห็นว่าบาดแผลของนายเสริมนั้นยังไม่ทำให้พิการไปจนตลอดชีวิตเป็นเพียงแต่ปรากฎว่ามือกำไม่ได้และแขนขาทำการไม่ได้ปกติเพียง ๓ เดือนเศษเท่านั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
อนึ่งไม่ปรากฎว่านายเสริมต้องทนทุกขเวทนาเพราะบาดแผลนั้นเกินกว่า ๒๐ วัน ฉะนั้นจึงเรียกว่าเป็นบาดแผลสาหัสมิได้ ความผิดของนายยู่เหงี่ยนเข้าเพียง ม.๒๕๔ ให้จำคุกไว้ ๖ เดือนปรับ ๑๐๐ บาทโทษจำให้ยกนอกนั้นยืนตามศาลอุทธรณ์