Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 8232/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำพิพากษาระบุไว้ชัดเจนว่าให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์ หากไม่ชำระหนี้ให้ยึดที่ดินทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 3 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ เมื่อจำเลยที่ 3นำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์เพื่อไถ่ถอนจำนองและโจทก์ตกลงรับชำระหนี้ จึงเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาในลำดับแรกแล้วกรณีไม่จำต้องนำที่ดินทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 3 ออกขายตลาด การที่โจทก์รับชำระหนี้และไถ่ถอนจำนองที่ดินให้แก่จำเลยที่ 3ย่อมทำให้หนี้ของจำเลยที่ 3 ที่ชำระหนี้ในการไถ่ถอนจำนองระงับลงเท่าจำนวนที่ชำระหนี้ซึ่งมีผลถึงจำเลยที่ 1 และที่ 2 ที่เป็นลูกหนี้ร่วมตามคำพิพากษาด้วย เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ตกลงปลดหนี้ให้แก่จำเลยที่ 3 หนี้ของจำเลยทั้งสามจึงยังไม่ระงับไปหนี้ยังเหลืออยู่อีกจำนวนเท่าใด จำเลยทั้งสามยังคงต้องรับผิดร่วมกันอยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291 โจทก์จึงมีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 2เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปได้จำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิขอให้ศาลเพิกถอนการยึดที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 2 ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจำนวน3,876,921.62 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี และตามสัญญาขายลดเช็ค 7 ฉบับ ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 3ด้วยเต็มจำนวนหนี้ตามสัญญาขายลดเช็ค ส่วนหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ด้วยเพียงต้นเงิน 1,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยคิดแบบทบต้นร้อยละ 19 ต่อปีหากจำเลยทั้งสามไม่ชำระก็ให้ยึดที่ดินทรัพย์จำนองทั้ง 13 แปลงของจำเลยที่ 3 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์หากไม่พอชำระหนี้ก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วนจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการยึดโจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาและคดีถึงที่สุดให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ โดยจำกัดวงเงินให้จำเลยที่ 2ร่วมรับผิด หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระให้ยึดที่ดินทรัพย์จำนองทั้ง 13 แปลงของจำเลยที่ 3 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากไม่พอชำระหนี้ก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน ระหว่างที่โจทก์ดำเนินการบังคับคดีจำเลยที่ 3 ขอชำระหนี้แก่โจทก์และขอไถ่ถอนที่ดินทรัพย์จำนองโจทก์จึงรับชำระหนี้และไถ่ถอนจำนองที่ดินทั้ง 13 แปลงดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 3 แต่โจทก์ยังได้รับชำระหนี้ไม่ครบถ้วนตามคำพิพากษา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ประการแรกว่าการที่โจทก์ไถ่ถอนที่ดินทรัพย์จำนองให้แก่จำเลยที่ 3 โดยมิได้นำออกขายทอดตลาดเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนในคำพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า ตามคำพิพากษาระบุไว้ชัดเจนว่าให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์หากไม่ชำระหนี้ให้ยึดที่ดินทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 3 ออกขายทอดตลาด นำเงินมาชำระหนี้ ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 3 นำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์เพื่อไถ่ถอนจำนองและโจทก์ตกลงรับชำระหนี้จึงเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาในลำดับแรกแล้วกรณีไม่จำต้องนำที่ดินทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 3 ออกขายทอดตลาดเพราะเป็นสิทธิของโจทก์ที่จะใช้สิทธิเรียกร้องในฐานะเจ้าหนี้สามัญหรือจะบังคับจำนองอย่างใดอย่างหนึ่งก็ย่อมทำได้ การกระทำของโจทก์จึงเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนในคำพิพากษาแล้ว

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2ประการต่อไปว่าการที่โจทก์ไถ่ถอนจำนองที่ดินทั้ง 13 แปลงให้แก่จำเลยที่ 3 เป็นการปลดหนี้ให้แก่จำเลยทั้งสามหรือไม่ เห็นว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วม การที่โจทก์รับชำระหนี้และไถ่ถอนจำนองที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 3 ย่อมทำให้หนี้ของจำเลยที่ 3 ที่ชำระหนี้ในการไถ่ถอนจำนองระงับลงเท่าจำนวนที่ชำระหนี้ ซึ่งมีผลถึงจำเลยที่ 1 และที่ 2 ที่เป็นลูกหนี้ร่วมตามคำพิพากษาด้วย แต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ตกลงปลดหนี้ให้แก่จำเลยที่ 3หนี้ของจำเลยทั้งสามจึงยังไม่ระงับไปหนี้ยังเหลืออยู่อีกจำนวนเท่าใด จำเลยทั้งสามยังคงต้องรับผิดร่วมกันอยู่

ทั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291บัญญัติว่า "ถ้าบุคคลหลายคนจะต้องทำการชำระหนี้โดยทำนองซึ่งแต่ละคนจำต้องชำระหนี้สิ้นเชิงไซร้ แม้ถึงว่าเจ้าหนี้ชอบที่จะได้รับชำระหนี้สิ้นเชิงได้แต่เพียงครั้งเดียว(กล่าวคือลูกหนี้ร่วมกัน) ก็ดีเจ้าหนี้จะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้แต่คนใดคนหนึ่งสิ้นเชิงหรือแต่โดยส่วนก็ได้ตามแต่จะเลือก แต่ลูกหนี้ทั้งปวงก็ยังคงต้องผูกพันอยู่ทั่วทุกคนจนกว่าหนี้นั้นจะได้ชำระเสร็จสิ้นเชิง" ดังนั้น เมื่อปรากฏว่า จำเลยที่ 2 ยังชำระหนี้ส่วนที่ตนต้องรับผิดไม่ครบและโจทก์ยังมิได้รับชำระหนี้เสร็จสิ้นโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจึงเรียกให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้สิ้นเชิงหรือแต่โดยส่วนก็ย่อมได้

โจทก์จึงมีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 2 ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปได้จำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิขอให้ศาลเพิกถอนการยึดที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 2 ได้ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าการที่โจทก์ยอมให้จำเลยที่ 3 ชำระหนี้เพื่อขอไถ่ถอนจำนองมิใช่เป็นการปลดหนี้ชอบแล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยที่ 2 อ้างมานั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
วสันต์ ตรีสุวรรณ · ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · จำรูญ แสนภักดี
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 261/2546

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระหนี้แก่ธนาคารโจทก์ จำเลยทั้งห้าจึงเป็นลูกหนี้ร่วมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291 ดังนั้นโจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะเลือกบังคับให้ลูกหนี้คนใดคนหนึ่งชำร…

Supreme Court Judgment No. 1640/2530

แม้สัญญาระบุชื่อว่าสัญญาค้ำประกัน แต่ข้อความในสัญญามีว่าจำเลยที่ 3 จ้างโจทก์ประกันตัวจำเลยที่ 1 ไปจากศาลแล้วจำเลยที่ 3 จะปฏิบัติตามนัดทุกครั้ง โดยการมอบตัวจำเลยที่ 1 ณ สถานที่ส่งตัว ถ้าจำเลยที่ 3 ไม่ส…

Supreme Court Judgment No. 319/2568

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 เป็นกฎหมายที่มีลักษณะเป็นวิธีสบัญญัติ แม้จะมีบทบัญญัติกล่าวถึงการหักกลบลบหนี้ไว้ก็เป็นกรณีที่ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ทั่วไปใน ป.พ.พ. ว่าด้วยหักกลบลบหนี้ มาตรา 341 ถึงมาตรา 348…

Supreme Court Judgment No. 2564/2567

กระบวนวิธีการบังคับคดีในขั้นตอนต่าง ๆ นั้น หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวเห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ…

Supreme Court Judgment No. 4382/2566

ตามคำพิพากษาในคดีก่อนศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในส่วนความรับผิดของโจทก์เพียงข้อหาเดียวว่า โจทก์เป็นนายจ้างของ ป. และ ป. ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง โจทก์จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามใ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up