Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 8259/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยที่1ในฐานะผู้จัดการมรดกว่าจำเลยที่1นำที่ดินแปลงน.ส.3ก.ทรัพย์มรดกของนายย. และตกได้แก่โจทก์ทั้งสองคนละ1ใน6ส่วนไปขายโดยมิชอบแม้คำขอท้ายฟ้องจะขอให้เพิกถอนที่ดินแปลงดังกล่าวเอาที่ดินส่วนของโจทก์ทั้งสองคืนมาก็ถือได้ว่าเป็นการฟ้องเรียกมรดกจากผู้จัดการมรดกเมื่อไม่อาจเพิกถอนการขายที่ดินแปลงดังกล่าวเงินที่ได้จากการขายที่ดินนั้นต้องถือว่าเป็นทรัพย์มรดกที่จะต้องแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสองศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจแบ่งให้โจทก์ทั้งสองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา142(2)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายยมหลวงอี่ ตามคำสั่งศาลชั้นต้น เจ้ามรดกมีสิทธิครอบครองร่วมกันกับจำเลยที่ 1 ในที่ดิน 2 แปลง แปลงแรกเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ คิดเป็นส่วนของเจ้ามรดกกึ่งหนึ่ง เนื้อที่ 8 ไร่ 2 งาน75 ตารางวา แปลงที่สองเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญเป็นเป็นส่วนของเจ้ามรดกกึ่งหนึ่ง เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน นายยม มีทายาท 6 คนต่อมาจำเลยที่ 1 ได้โอนขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 รู้ว่าที่ดินนั้นเป็นทรัพย์มรดกของนายยม ซึ่งจะตกทอดได้แก่ทายาทซึ่งมีโจทก์ทั้งสองรวมอยู่ด้วยทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินเฉพาะส่วนของเจ้ามรดก ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ และให้จำเลยที่ 1 ในฐานผู้จัดการมรดกของนายยมแบ่งที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนายยม ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่โจทก์ทั้งสองคนละ 1 ไร่ 1 งาน 79 ตารางวา และที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญแก่โจทก์คนละ 1 งาน 66 ตารางวาจำเลยทั้งสองให้การว่า

จำเลยที่ 1 บอกขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้จำเลยที่ 2 เมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยจำเลยที่ 1แจ้งว่าที่ดินดังกล่าวส่วนที่เป็นของนายยมนั้น นายยม ได้ยกให้แก่จำเลยที่ 1 แล้ว ก่อนที่ นายยม ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2เชื่อโดยสุจริตว่าที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ 1 จึงตกลงซื้อและทายาททุกคนของ นายยม ทราบเรื่องการขายที่ดินโดยตลอดจำเลยที่ 2 กระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนได้ เมื่อขายที่ดินได้แล้ว จำเลยที่ 1ได้นำเงินที่ได้จากการขายที่ดินไปชำระหนี้ให้สหกรณ์ซึ่งกองมรดกเป็นหนี้อยู่ เงินส่วนที่เหลือจำเลยที่ 1 แบ่งให้แก่ทายาทของนายยมคนละ 6,000 บาท โดยโจทก์ทั้งสองจะขอส่วนแบ่งมรดกคนละ100,000 บาท จึงตกลงกันไม่ได้

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินตาม น.ส.3 ก. ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2เฉพาะส่วนของนายยม ซึ่งตกเป็นมรดกของโจทก์ทั้งสองจำนวน 2 ไร่3 งาน 58 ตารางวา ให้จำเลยที่ 1 แบ่งที่ดินแปลงดังกล่าวให้โจทก์ทั้งสองคนละ 1 ไร่ 1 งาน 79 ตารางวา และที่ดินแปลงไม่มีหนังสือสำคัญซึ่งใช้ปลูกบ้านพักอาศัยให้แก่โจทก์ ทั้งสองคนละ 1 งาน 66 ตารางวาจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ในฐานผู้จัดการมรดกของนายยม ได้ขายที่ดินแปลง น.ส.3 ก.ในส่วนที่เป็นทรัพย์มรดกของนายยม ให้จำเลยที่ 2 โดยชอบ

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1กับจำเลยที่ 2 ไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 น่าจะพิพากษาให้จำเลยที่ 1แบ่งเงินจากการขายที่ดินแปลงดังกล่าวในส่วนที่เหลือจากการชำระหนี้ผู้อื่นแล้วให้แก่โจทก์ทั้งสองนั้น เห็นว่าโจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดก โดยกล่าวว่าจำเลยที่ 1 นำที่ดินแปลง น.ส.3 ก. ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนายยม และตกได้แก่โจทก์ทั้งสองคนละ 1 ใน 6 ส่วนไปขายโดยมิชอบ แม้คำขอท้ายฟ้องจะขอให้เพิกถอนการขายที่ดินแปลงดังกล่าวเอาที่ดินส่วนของโจทก์ทั้งสองคืนมาก็ถือได้ว่าเป็นการฟ้องเรียกมรดกจากผู้จัดการมรดกนั่นเองเมื่อไม่อาจเพิกถอนการขายที่ดินแปลงดังกล่าว เงินที่ได้จากการขายที่ดินนั้นต้องถือว่าเป็นทรัพย์มรดกที่จะต้องแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสองอยู่นั่นเอง ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจแบ่งให้โจทก์ทั้งสองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(2)

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 แบ่งที่ดินแปลงไม่มีหนังสือสำคัญให้แก่โจทก์ทั้งสองคนละ 1 งาน 66 ตารางวา และแบ่งเงินให้โจทก์คนละ 3,730.42 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

Matter details

Panel of judges
พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ · สมคิด ไตรโสรัส
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3881/2568

หนี้ที่ถึงกำหนดชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง หมายถึง หนี้ที่คู่สัญญาตกลงกำหนดเวลาที่ลูกหนี้ต้องชำระตามข้อตกลงในสัญญา และถึงกำหนดเวลาชำระหนี้แล้ว โดยมิต้องคำนึงว่าเจ้าหนี้จะสามารถใช้สิทธิเรียกร้…

Supreme Court Judgment No. 3133/2568

จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อ การจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาล…

Supreme Court Judgment No. 3001/2568

การที่โจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทเป็นเวลา 3 ปี โดยอาศัยสิทธิคำพิพากษาตามยอมและข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความจนสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 แล้วโจทก์ทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับผู้ร้องสอดทั้งสองซึ่งเป็นผู…

Supreme Court Judgment No. 2710/2568

แม้สัญญาจำนองจะทำขึ้นก่อน พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 มีผลใช้บังคับ แต่การที่โจทก์ผู้รับจำนองประสงค์จะบังคับจำนองก็ต้องปฏิบัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่ง ท…

Supreme Court Judgment No. 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up