คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า เป็นหุ้นส่วนกับจำเลย ซื้อเหมืองและเครื่องอุปกรณ์ทำเหมือง จำเลยล่วงว่าละเมิดข้อสัญญาขอให้ศาลสั่งเลิกห้างหุ้นส่วน อันมีชื่อว่า เหมืองแร่เกียรติ์ไทย และตั้งผู้ชำระบัญชี
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เลิกหุ้นส่วนมีเกียรติ์ไทย ให้กองหมายเป็นผู้ชำระบัญชี
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ผู้เป็นหุ้นส่วนฟ้อง เลิกหุ้นส่วน ไม่จำต้องฟ้องผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน เพราะผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นอาจร้องขอเข้าเป็นโจทก์หรือจำเลยได้ ไม่มีทางเสียเปรียบหรือเสียหายแก่ผู้เป็นหุ้นส่วนอื่น ทั้งไม่มีบทกฎหมายบัญญัติบังคับให้ต้องฟ้องผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนด้วย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้ได้ จึงเป็นการชอบแล้ว ส่วนฎีกาที่ว่า ศาลแขวงพระนครใต้ไม่มีอำนาจพิจารณาคดี เพราะเหมืองแร่ซึ่งเป็นทรัพย์พิพาทอยู่จังหวัดพังงา และจำเลยที่ ๑ อยู่จังหวัดภูเก็ต ก็ปรากฏว่า จำเลยอื่นที่โจทก์ฟ้องมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดพระนคร ฉะนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔ ศาลย่อมมีอำนาจที่จะใช้ดุลยพินิจอนุญาตให้โจทก์ฟ้องยังศาลในพระนครได้ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
Result
พิพากษายืน