Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 827/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จำเลยกับพวกร่วมกันปลอมเช็คของกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกาแล้วนำเช็คปลอมดังกล่าวไปฉ้อโกงธนาคารผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้จำเลยได้รับเงินไปถึง1,485,628.18 บาท นั้น ลักษณะความผิดเป็นเรื่องร้ายแรงและกระทบต่อความเชื่อถือระหว่างธนาคารซึ่งเป็นสถาบันการเงินและของประชาชนผู้สุจริตทั่วไปในการใช้เช็คนับเป็นการกระทำที่มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนเสียหายของผู้อื่นและสังคมส่วนรวม กรณีไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษให้ ตามคำฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฏว่าบัตร เอ.ที.เอ็ม. เป็นทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่าผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิด หรือเป็นทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือได้มาโดยได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,33 แต่อย่างใด จึงไม่อาจริบบัตรดังกล่าวได้ ต้องคืนแก่เจ้าของ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันปลอมเช็คของกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตั๋วเงินอันเป็นเอกสารสิทธิตามกฎหมายที่แท้จริงของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา โดยจำเลยแก้ไขเช็คโดยเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินที่สั่งจ่ายให้แก่นางโซเลต้า พี. เกอร์ซอน จากจำนวน 28.13 เหรียญสหรัฐอเมริกา เป็นจำนวน35,928.13 เหรียญสหรัฐอเมริกา และแก้ไขวันสั่งจ่ายในเช็คดังกล่าวจากวันที่ 29กรกฎาคม 2540 (07-29-97) เป็นวันที่ 29 กรกฎาคม 2541 (07-29-98) โดยกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา และนางโซเลต้า พี.เกอร์ซอน ผู้ทรงเช็คมิได้รู้เห็นยินยอม ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดที่พบเห็นเอกสารดังกล่าวหลงเชื่อว่า

เช็คฉบับดังกล่าวเป็นตั๋วเงินที่กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา สั่งจ่ายเงินตามจำนวนและวันที่แก้ไขให้แก่นางโซเลต้า พี.เกอร์ซอน จริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา นางโซเลต้า พี.เกอร์ซอน ผู้อื่นและประชาชน และเมื่อวันที่ 17สิงหาคม 2541 เวลากลางวันภายหลังจากที่จำเลยกับพวกร่วมกันปลอมเช็คดังกล่าวแล้วจำเลยใช้เช็คซึ่งเป็นตั๋วเงินปลอมนั้นโดยทุจริต โดยจำเลยฉ้อโกงธนาคารศรีนคร จำกัดสาขานานาเหนือ ผู้เสียหาย ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าจำเลยชื่อนางโซเลต้า พี.เกอร์ซอน เป็นผู้มีชื่อในฐานะผู้รับเงินตามเช็ค และเช็คดังกล่าวลงวันที่สั่งจ่ายในวันที่ 29กรกฎาคม 2541 (07-29-98) กับสั่งจ่ายเงินจำนวน 35,928.13 เหรียญสหรัฐอเมริกาให้แก่นางโซเลต้า

พี.เกอร์ซอน โดยปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่า จำเลยมิได้ชื่อนางโซเลต้า พี.เกอร์ซอน โดยจำเลยมีชื่อนามสกุลที่แท้จริงว่า นางสาวนอรา คาสติลโลคาลลวง และเช็คดังกล่าวลงวันที่สั่งจ่ายที่ถูกต้องในวันที่ 29 กรกฎาคม 2540 (07-29-97) และสั่งจ่ายเงินจำนวนที่ถูกต้องเป็นเงินจำนวน 28.13 เหรียญสหรัฐอเมริกา โดยจำเลยยื่นแสดงเช็คดังกล่าวต่อพนักงานของธนาคารผู้เสียหาย เพื่อให้ธนาคารผู้เสียหายเรียกเก็บเงินตามเช็คไปยังธนาคารอเมริกันเอ็กซ์เพรสนิวยอร์ค จำกัด และธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ตามขั้นตอนและวิธีการของธนาคารแทนผู้ทรงเช็ค และโดยการหลอกลวงและปกปิดข้อความจริงดังกล่าวเป็นเหตุให้ธนาคารผู้เสียหายหลงเชื่อรับดำเนินการเรียกเก็บเงินตามเช็คและมอบเงินให้แก่จำเลยรับไป

จำนวน 1,485,628.18 บาท ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ธนาคารผู้เสียหาย ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ธนาคารอเมริกันเอ็กซ์เพรสนิวยอร์ค จำกัด นางโซเลต้า พี.เกอร์ซอน ผู้อื่นและประชาชน เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยบัตรบริการเงินด่วน (บัตรเอทีเอ็ม) ของธนาคารผู้เสียหายจำนวน1 ฉบับ และต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจได้รับเช็คปลอมดังกล่าวจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย จึงยึดไว้เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 264, 266, 268, 341 และ 342 และริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266(4), 268 วรรคแรก (ที่ถูก มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 266(4) และ 342(1)

)เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนัก ฐานปลอมตั๋วเงินและใช้ตั๋วเงินปลอม เมื่อจำเลยเป็นทั้งผู้ปลอมและใช้ตั๋วเงินปลอม จึงให้ลงโทษฐานเป็นผู้ใช้ตั๋วเงินปลอมเพียงกระทงเดียวตามมาตรา 266(4) (ที่ถูก ไม่ต้องระบุ มาตรา 266(4)), 268วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 266(4) ตามมาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 4 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยกับพวกร่วมกันปลอมเช็คของกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา แล้วนำเช็คปลอมดังกล่าวไปใช้ฉ้อโกงธนาคารผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้มอบเงินให้แก่จำเลยรับไปจำนวนถึง 1,485,628.18 บาท นั้น ลักษณะของความผิดเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและกระทบต่อความเชื่อถือระหว่างธนาคารซึ่งเป็นสถาบันการเงินและของประชาชนผู้สุจริตโดยทั่วไปในการใช้เช็คเป็นพยานหลักฐานนับเป็นการกระทำที่มุ่งแสวงหาแต่ประโยชน์ส่วนตนโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนเสียหายของผู้อื่นและสังคมส่วนรวม ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว

ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่โทษจำคุกที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดมานั้นหนักเกินไป เห็นสมควรกำหนดโทษเสียใหม่ให้เหมาะสมแก่รูปคดีอนึ่งนอกจากนี้ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ริบของกลางซึ่งมีบัตรบริการเงินด่วน(บัตรเอทีเอ็ม) ของธนาคารผู้เสียหายรวมอยู่ด้วยนั้น เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฏว่าบัตรดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่าผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิดหรือเป็นทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือได้มาโดยได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 และ 33 แต่อย่างใดจึงไม่อาจริบบัตรนั้นได้ แม้จำเลยไม่ได้ฎีกาในปัญหานี้ แต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี ไม่ริบบัตรบริการเงินด่วน (บัตรเอทีเอ็ม)ของกลาง โดยให้คืนของกลางดังกล่าวแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ชวลิต ยอดเณร · กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · ประเสริฐ เขียนนิลศิริ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 22722/2555

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยมียาสูบซึ่งผลิตในต่างประเทศโดยมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบหลายยี่ห้อ รวม 861 ซอง โดยมิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งยาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบดังกล่าว แม้ในฟ้องจะระบุฐาน…

Supreme Court Judgment No. 3962/2546

จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 ที่บ้านผู้เสียหายเพื่อให้จำเลยที่ 2ที่ 3 กู้เงินผู้เสียหายโดยใช้หนังสือรับรองการทำประโยชน์ สำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประจำตัวประชาชนปลอมเป็นหลักฐานการขอกู้เง…

Supreme Court Judgment No. 1359/2543

จำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 260 เม็ด ของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามคำเบิกความของพยานโจทก์คงได้ความแต่เพียงว่า จำเลยทั้งสี่กำลังนั่งล้อมวงอยู่ใต้ต้นมะพร้าวริม…

Supreme Court Judgment No. 5356/2533

จำเลยที่ 1 กับพวกปลอมหนังสือเดินทางและเช็คเดินทางรวม 12 ฉบับแล้วแยกนำไปใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารต่าง ๆ รวม 4 ธนาคารในคราวเดียวกันในแต่ละธนาคาร โดยมีเจตนาเพียงประการเดียวเพื่อฉ้อโกงเงินจากธนาคารแต่ละ…

Supreme Court Judgment No. 5875/2533

แม้โจทก์จะขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 342,265,268ซึ่งมีอัตราโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกเกินกว่า 3 ปี แต่โจทก์บรรยายฟ้องความผิดฐานฉ้อโกงไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 342 ไม่อาจลงโทษจำเลยฐานนี้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up