Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 827/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอาคารพาณิชย์พิพาท 2 คูหา อันมีค่าเช่าคูหาละ 4,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคสอง ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานจำเลยฟังได้ว่าสัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่า เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหายสูงเกินไปนั้น ศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหายเดือนละ 14,000 บาท นับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2553 เมื่อนับถึงวันฟ้องวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554 ทุนทรัพย์ที่พิพาทในส่วนนี้จึงไม่เกินห้าหมื่นบาท ต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วมีคำพิพากษามาจึงไม่ชอบ และปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความไม่ได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาย่อมยกขึ้นวินิจฉัยแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) และกรณีเช่นนี้จำเลยย่อมไม่มีสิทธิฎีกาข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวต่อมาด้วย ส่วนที่จำเลยฎีกาในส่วนฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชำระค่าซ่อมแซมอาคารพิพาทเป็นเงิน 450,000 บาท นั้น เห็นว่า ที่จำเลยซ่อมแซมอาคารพิพาทนั้นล้วนเป็นการซ่อมแซมเพื่อประโยชน์ของจำเลยเอง จำเลยจึงไม่มีสิทธิเรียกค่าซ่อมแซมอาคารพิพาทจากโจทก์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 101742 ตำบลพระโขนง อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร และอาคารพาณิชย์เลขที่ 4364/1 และ 4366 ถนนพระรามที่ 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร โดยส่งมอบที่ดินและอาคารที่เช่าในสภาพเรียบร้อยแก่โจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินและอาคารที่เช่าต่อไป ให้จำเลยชำระเงิน 81,707.48 บาท และชำระค่าเสียหายเดือนละ 30,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากอาคารและส่งมอบอาคารในสภาพเรียบร้อยใช้งานแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งว่าหากจำเลยต้องออกจากอาคารที่เช่าขอให้โจทก์ชดใช้ค่าปรับปรุงซ่อมแซม 450,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า สัญญาเช่าระบุไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยมีหน้าที่ซ่อมแซมอาคารที่เช่า จำเลยซ่อมแซมอาคารเล็กน้อยเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ทำเป็นร้านอาหาร โจทก์ไม่เคยตกลงหรือให้คำมั่นว่าจะให้จำเลยเช่าต่อจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากอาคารเลขที่ 4364/1 และ 4366 ถนนพระรามที่ 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ให้จำเลยส่งมอบอาคารดังกล่าวในสภาพเรียบร้อยแก่โจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับอาคารที่เช่าต่อไป ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 14,000 บาท นับถัดจากวันที่ 1 ธันวาคม 2553 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารพร้อมส่งมอบอาคารที่เช่าคืนโจทก์ โดยให้นำเงินจำนวน 8,000 บาท ที่จำเลยชำระแก่โจทก์มาหักออก ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้และฟ้องแย้งให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องแย้งให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อาคารพาณิชย์ 2 คูหา เลขที่ 4364/1 และเลขที่ 4366 ถนนพระรามที่ 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2550 จำเลยทำสัญญาเช่าอาคารพิพาทดังกล่าวในอัตราค่าเช่าคูหาละ 4,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี โดยมีระยะเวลาการเช่าคือวันที่ 1 ธันวาคม 2550 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 ปรากฏตามสัญญาเช่า ต่อมาเมื่อครบกำหนดสัญญา โจทก์ไม่ยอมต่อสัญญาเช่าให้จำเลยและแจ้งให้จำเลยออกจากอาคารที่พิพาท แต่จำเลยไม่ยอมออกจากอาคารที่พิพาท โดยอ้างว่าโจทก์ตกลงให้จำเลยปรับปรุงอาคารพิพาทซึ่งมีความชำรุดบกพร่องให้อยู่ในสภาพดีอันเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่าและจำเลยอ้างว่าโจทก์ตกลงจะให้จำเลยเช่าในอัตราค่าเช่าเดิมต่อไปเป็นเวลา 6 ปี

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอาคารพาณิชย์พิพาท 2 คูหา อันมีค่าเช่าคูหาละ 4,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานจำเลยฟังได้ว่าสัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่า เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหายสูงเกินไปนั้น ศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหายเดือนละ 14,000 บาท นับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2553 เมื่อนับถึงวันฟ้องวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554 ทุนทรัพย์ที่พิพาทในส่วนนี้จึงไม่เกินห้าหมื่นบาท ต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วมีคำพิพากษามาจึงไม่ชอบ และปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

แม้คู่ความไม่ได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาย่อมยกขึ้นวินิจฉัยแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) และกรณีเช่นนี้จำเลยย่อมไม่มีสิทธิฎีกาข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวต่อมาด้วย ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยทั้งสองประเด็นดังกล่าว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่ได้มีคำขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายนับแต่วันครบกำหนดตามสัญญาเช่าจนถึงวันฟ้องและโจทก์ไม่ได้ชำระค่าขึ้นศาลสำหรับทุนทรัพย์ในส่วนนี้นั้น เห็นว่า โจทก์ขอให้จำเลยชำระค่าเสียหาย ค่าภาษีโรงเรือนและค่าประกันอัคคีภัยเป็นเงิน 81,707.48 บาท ในคำขอท้ายฟ้อง โดยโจทก์บรรยายฟ้องแล้วว่า เป็นค่าเสียหายจากการที่โจทก์ไม่สามารถนำอาคารพิพาทออกให้เช่าได้นับแต่วันครบกำหนดตามสัญญาเช่าถึงวันฟ้องเป็นเวลา 60 วัน เป็นเงิน 60,000 บาท

ค่าภาษีโรงเรือน 17,142.80 บาท และค่าประกันอัคคีภัย 4,564.62 บาท ทั้งโจทก์ชำระค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์นี้แล้ว อันเป็นที่ชัดเจนว่าโจทก์มีคำขอสำหรับค่าเสียหายในส่วนนี้แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ศาลอุทธรณ์มิได้สั่งค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของฟ้องแย้งในชั้นอุทธรณ์ด้วย ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และยกฎีกาจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริงสำหรับฟ้องเดิม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาในส่วนของฟ้องเดิมและฟ้องแย้ง กับค่าฤชาธรรมเนียมฟ้องแย้งชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · สุทธิโชค เทพไตรรัตน์ · สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย
Lower court
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางสาวจิตติมา ประจงการ
ศาลอุทธรณ์ - นายประสิทธิ์ ตันติเสรี
Supreme Court black case no.
พ874/2556
Trial court black case no.
ม11/2554
Trial court red case no.
ม81/2554
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 576/2540

การพิจารณาว่าคดีต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงหรือไม่ต้องพิจารณาฟ้องเดิมและฟ้องแย้งแยกจากกันสำหรับฟ้องเดิมแม้โจทก์จะกล่าวมาในคำฟ้องว่าหากจะนำที่ดินพิพาทไปให้ผู้อื่นเช่าจะได้ค่าเช่าเดือนละ30,000บาทและโจท…

Supreme Court Judgment, B.E. 2558 (ref. 633553)

แม้คดีในส่วนของจำเลยที่ 2 ในแต่ละฐานความผิดไม่ได้กำหนดอัตราโทษขั้นต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น ซึ่งศาลจะพิพากษาคดีไปโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปก็ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วร…

Supreme Court Judgment No. 5610/2558

ความผิดฐานร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ตาม ป.อ. มาตรา 371 ประกอบมาตรา 83 มีระวางโทษปรับไม่เกิน 100 บาท

Supreme Court Judgment No. 14721/2558

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตราจองจากการรับมรดกตามพินัยกรรมของ ว. ขณะโจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ จำเลยทั้งสองเข้าไปบุกรุกที่ดินดังกล่าว โดยไม่มีสิทธิหรือชอบด้วยกฎหมาย จำเลยทั้งสองให้การต…

Supreme Court Judgment No. 6942/2558

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระเงินค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ การที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up