คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์จำเลยเคยฟ้องกันเรื่องเครื่องหมายการค้าครั้ง ๑ แล้ว บัดนี้โจทก์จำเลยมาฟ้องและฟ้องแย้งกันอีก ในชั้นศาลฎีกามีปัญหาข้อกฎหมายดังนี้ ๑.ฎีกาโจทก์อ้างว่า เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเจ้าพนักงานมิได้อ้างมาตรา ๑๘ แห่งพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า แต่อ้างว่าเครื่องหมายนั้น ต่างกับของโจทก์ ศาลจึงไม่ควรยกมาตรา ๑๘ มาชี้ขาด
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มิได้ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์จึงไม่รับวินิจฉัย ๒.
จำเลยฎีกาเรื่องหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ว่า ไม่มีกงสุลไทยรับรอง ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๗
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลจะบังคับให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับใบมอบอำเนาจกระทำตามแบบที่บัญญัติไว้ฉะเพาะแต่เมื่อมีเหตุควรสงสัยหรืออีกฝ่าย ๑ ยื่นคำร้องแสดงเหตุอันควรสงสัยว่าใบมอบอำนาจนั้นจะไม่ใช่ใบมอบอำนาจอันแท้จริง ฉะนั้นแม้อีกฝ่าย ๑ คัดค้านแล้ว ก็คงอยู่ในอำนาจของศาลที่จะวินิจฉัยว่าเหตุที่อ้างมาสมควรหรือไม่ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น ๓.ฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ทีได้ขอจดทะเบียนไว้ ศาลฏีกาเห็นว่า ในคดีก่อนจำเลยได้ยินยอมให้โจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายของโจทก์ได้แล้วเช่นนี้ จะมาขอให้ศาลตัดสิทธิของโจทก์ได้อย่างไร ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าเป็นการตัดบทมิให้จำเลยนำมาฟ้องร้องอีกนั้น ชอบแล้ว
Result
จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง