คำฟ้องและคำให้การ
คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน
โจทก์ฟ้องทำนองเดียวกันว่าโจทก์ได้ให้จำเลยอาศัยปลูกเรือนอยู่ในที่ดินของโจทก์ โจทก์ได้บอกเลิกการให้อาศัยแล้วจำเลยไม่ยอมไป ขอให้ขับไล่ นายดวกต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของนายดวก นายหนูต่อสู้ว่าอาศัยปลูกบ้านเรือนอยู่ในที่ดินของนายดวก ศาลชั้นต้นฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์พิพากษาขับไล่จำเลยทั้งสองสำนวน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีที่โจทก์ฟ้องนายดวก จำเลย เป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๒๔๘ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนคดีที่โจทก์ฟ้องนายหนูจำเลย แม้จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ แต่ปรากฏว่า ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินในคดีที่โจทก์ฟ้องนายดวกจำเลย เมื่อนายหนูจำเลยต่อสู้ว่าอาศัยสิทธิของนายดวกจำเลย จึงตกเป็นบริวารของนายดวก ผลแห่งคำพิพากษาซึ่งบังคับแก่นายดวก ย่อมบังคับถึงจำเลยตามมาตรา ๑๔๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งด้วย นายหนูจำเลยจะรื้อฟื้นข้อเท็จจริงซึ่งยุติแล้ว ให้วินิจฉัยเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ให้ยกฎีกาของจำเลยทั้งสอง