Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 8437/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ร่วมสามารถยื่นอุทธรณ์ขอให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนส่วนที่ขาดได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 253 วรรคหนึ่ง จึงให้คืนค่าธรรมเนียมที่โจทก์ร่วมเสียมาในชั้นอุทธรณ์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 970,193.96 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา บริษัทสยามนิสสัน เพชรบูรณ์ จำกัด ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอบังคับให้จำเลยรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 1,017,920.54 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 957,855.05 บาท นับถัดจากวันยื่นคำร้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (11) วรรคแรก จำคุก 4 ปี และให้จำเลยคืนทรัพย์ รวม 256 รายการ หรือใช้ราคาเป็นเงิน 528,215.05 บาท แก่โจทก์ร่วม กับให้จำเลยคืนเงินที่ลักไป 59,367.46 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 กันยายน 2551 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนทรัพย์ตามใบกำกับภาษีแก่โจทก์ร่วมด้วย หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้ราคา 59,367.46 บาท ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยคืนเงินที่ลักไปพร้อมดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2555 ต่อมาวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224 วรรคหนึ่ง แต่ศาลชั้นต้นไม่ได้แจ้งคำสั่งให้จำเลยทราบ ซึ่งเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ เมื่อคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยและยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง

จำเลยฎีกาในหน้า 18 ย่อหน้าสุดท้ายจนถึงหน้า 24 ซึ่งเป็นข้อที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ของนายจ้าง แม้จำเลยจะอ้างว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายก็ตาม แต่เมื่ออ่านฎีกาของจำเลยโดยตลอดแล้วเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 6 อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยและเมื่อฎีกาของจำเลยในข้อนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามที่วินิจฉัยมาแล้ว จึงไม่เป็นการจำเป็นที่ศาลฎีกาจะสั่งให้ส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อแจ้งคำสั่งไม่รับฎีกาในข้อดังกล่าวให้จำเลยทราบแต่อย่างใด คงมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยในข้อที่ว่า

โจทก์ร่วมแจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลยให้ข้อหาลักทรัพย์นายจ้างหลายครั้ง แต่ไม่อาจยืนยันว่าเป็นครั้งใด ไม่อาจลงโทษจำเลยได้นั้น ชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าจำเลยลักทรัพย์ของโจทก์ร่วมต่างวันเวลากัน และทรัพย์ที่ลักไปเป็นคนละชนิดกันอันเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน แต่ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายรายละเอียดการกระทำของจำเลยให้ปรากฏพอที่จะให้เห็นว่า โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษทุกกรรมดังที่ได้ความตามทางพิจารณา ดังนี้ คงลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์นายจ้างเพียงกรรมเดียว จำเลยอุทธรณ์โต้แย้งในส่วนนี้ว่า ในกรณีความผิดต่างกรรมต่างวาระกรณีนี้โจทก์ร่วมแจ้งความดำเนินคดีเอากับจำเลยว่าทำผิดลักทรัพย์นายจ้างหลายครั้ง แต่ไม่อาจยืนยันว่าเป็นครั้งใด ครั้งไหนไม่อาจยืนยันได้ จึงเป็นข้อกฎหมายที่จำเลยเห็นว่าแม้เป็นเพียงกรรมเดียวดังดุลพินิจของศาลชั้นต้น แต่เมื่อโจทก์ไม่อาจนำสืบได้สมฟ้องดังฟ้องโจทก์

กรณีจึงไม่น่ารับฟังลงโทษจำเลยแม้ดุลพินิจจะลงโทษจำเลยเพียงกรรมเดียว ดังนี้ อุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวไม่ได้คัดค้านว่าที่ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยลักทรัพย์ของโจทก์ร่วมไปหลายกรรมต่างวาระกันแล้วลงโทษจำเลยตามฟ้องโจทก์เพียงกรรมเดียวนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร จำเลยเพียงแต่ยกข้อเท็จจริงขึ้นอ้างลอย ๆ ประกอบความเห็นของจำเลยเท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 เห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น โจทก์ร่วมสามารถยื่นอุทธรณ์ขอให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนส่วนที่ขาดได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 253 วรรคหนึ่ง จึงให้คืนค่าธรรมเนียมที่โจทก์ร่วมเสียมาในชั้นอุทธรณ์

Result

พิพากษายืน แต่ให้คืนค่าธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แก่โจทก์ร่วม

Matter details

Panel of judges
ธงชัย เสนามนตรี · อภิรัตน์ ลัดพลี · พศวัจณ์ กนกนาก
Lower court
ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นางปราณี รุ่งอภิญญา พรรคสุพรรณ
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายนพเรศ พันธุ์นรา
Supreme Court black case no.
อ.1486/2556
Trial court black case no.
อ1397/2552
Trial court red case no.
อ924/2554
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 948/2568

จำเลยขับรถโดยใบอนุญาตสิ้นอายุ แต่จำเลยสามารถขอต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ได้ตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบสมรรถภาพของร่างกายผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอต่ออ…

Supreme Court Judgment No. 7571/2560

ป.วิ.อ. มาตรา 258 บัญญัติว่า ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยค่าฤชาธรรมเนียมมาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อตาม ป.วิ.พ. มาตรา 149 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ค่าทนายความเป็นค่าฤชาธรรมเนียม ม…

Supreme Court Judgment No. 12802/2558

เมื่อผู้เสียหายทั้งสองยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 คำร้องดังกล่าวย่อมถือเป็นส่วนหนึ่งของคดีอาญาและไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 253 วรรคหนึ่ง เมื…

Supreme Court Judgment No. 441/2557

ค่าทนายความใช้แทนไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่ ป.วิ.อ. มาตรา 253 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้มิให้เรียก แต่เป็นค่าฤชาธรรมเนียมอย่างหนึ่งซึ่งศาลมีอำนาจกำหนดได้ตามดุลพินิจ เมื่อคดีที่พิจารณาในศาลนั้น ๆ สิ้นสุดลง คดีนี้…

Supreme Court Judgment No. 13172/2556

แม้ผู้เสียหายมิได้ฎีกาในส่วนแพ่ง ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกคดีส่วนแพ่งขึ้นวินิจฉัยเพื่อให้เป็นไปตามผลแห่งคดีอาญาได้ เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 22…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up