Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 8462/2561

พ.ศ. 2561 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จำเลยเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นตามบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีอยู่ ซึ่ง ป.พ.พ. มาตรา 1141 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้องในข้อกระทงความบรรดาที่กฎหมายบังคับหรือให้อำนาจให้เอาลงไว้ในทะเบียนเพื่อพิจารณาและลงมติในเรื่องกิจการของบริษัทจึงชอบแล้วในเบื้องต้น โจทก์จะขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นโดยอ้างเพียงเหตุไม่เห็นด้วยกับมติที่ประชุมไม่ได้ เนื่องจากไม่ใช่เป็นมติที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยตาม ป.พ.พ. มาตรา 1195 ส่วนมติในการประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งนี้จะซ้ำซ้อนกับมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งก่อนหรือไม่อย่างไร ก็ไม่ใช่สาระสำคัญเพราะต้องถือเอามติครั้งล่าสุดที่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทมาใช้บังคับ เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว คำฟ้องโจทก์ที่อ้างเหตุข้างต้นจึงไม่มีมูล และไม่มีเหตุที่จะนำวิธีคุ้มครองตามคำร้องของโจทก์มาใช้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของจำเลย ครั้งที่ 3/2557 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2557 ห้ามจำเลยนำมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของจำเลย ครั้งที่ 3/2557 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2557 ไปใช้ในการทำนิติกรรมใด ๆ และจดทะเบียนโอนขายที่ดินเลขที่ 1959 เลขที่ดิน 125 อำเภอพระนคร กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารโรงแรมแกรนด์ เดอ วิลล์ และทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวข้องกับกิจการโรงแรมและขายกิจการโรงแรมดังกล่าว ห้ามจำเลยนำมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของจำเลย ครั้งที่ 3/2557 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2557 ไปใช้เพื่อเบิกเงินจ่ายค่าจ้างทนายความและค่าใช้จ่ายในคดีความต่าง ๆ แทนนายกำพล และนายสิงห์

ระหว่างพิจารณา

โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยขอให้มีคำสั่งห้ามชั่วคราวมิให้จำเลยนำมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของจำเลย ครั้งที่ 3/2557 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2557 ไปใช้ในการทำนิติกรรมใด ๆ และจดทะเบียนนิติกรรมโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 1959 เลขที่ดิน 125 อำเภอพระนคร กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารโรงแรมแกรนด์ เดอ วิลล์ และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับกิจการโรงเรียนและขายกิจการโรงแรมดังกล่าว และไปใช้เพื่อเบิกจ่ายค่าจ้างทนายความและค่าใช้จ่ายในคดีความต่าง ๆ แทนนายกำพลและนายสิงห์ไว้ชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นหรือมีคำสั่งตามที่ศาลเห็นสมควร จำเลยยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า คำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาของโจทก์ที่ขอให้มีคำสั่งห้ามมิให้จำเลยนำมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของจำเลย ครั้งที่ 3/2557 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2557 ไปใช้ในการทำนิติกรรมใด ๆ และจดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 1959 เลขที่ดิน 125 อำเภอพระนคร กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารโรงแรมแกรนด์ เดอ วิลล์ และทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวข้องกับกิจการโรงแรมและขายกิจการโรงแรมดังกล่าวนั้น มีลักษณะเช่นเดียวกันกับคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ พ. 1399/2557 ของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาไปแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของโจทก์อีก

สำหรับคำขอห้ามมิให้จำเลยนำมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของจำเลย ครั้งที่ 3/2557 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2557 ไปใช้เบิกเงินจ่ายค่าจ้างทนายความและค่าใช้จ่ายในคดีความต่าง ๆ แทนนายกำพลและนายสิงห์นั้น ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาตามคำขอของโจทก์ ให้ยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาของโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยห้ามจำเลยนำมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของจำเลย ครั้งที่ 3/2557 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2557 ไปใช้ในการทำนิติกรรมใด ๆ และจดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 1959 เลขที่ดิน 125 อำเภอพระนคร กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารโรงแรมแกรนด์ เดอ วิลล์ และทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวข้องกับกิจการโรงแรมดังกล่าวและห้ามจำเลยขายกิจการโรงแรมดังกล่าว และห้ามเจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร จดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 1959 เลขที่ดิน 125 และอาคารโรงแรมแกรนด์ เดอ วิลล์ ไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น แจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครทราบและห้ามจำเลยนำมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของจำเลย ครั้งที่ 3/2557 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2557 ไปใช้เพื่อเบิกเงินจ่ายค่าจ้างทนายความและค่าใช้จ่ายในคดีความต่าง ๆ แทนนายกำพลและนายสิงห์ ไว้ชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า คำฟ้องโจทก์มีมูลและมีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองตามคำร้องของโจทก์มาใช้หรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 3/2557 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2557 ของจำเลยโดยอ้างว่ามีการขอให้พิจารณาและลงมติในเรื่อง 1. การขายกิจการ อาคารและทรัพย์สินโรงแรมแกรนด์ เดอ วิลล์ 2. การให้บริษัทออกค่าใช้จ่ายในการจ้างทนายความและดำเนินคดีให้แก่กรรมการของบริษัทที่ถูกฟ้องร้องจากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการของบริษัท ซึ่งซ้ำซ้อนกับที่ได้มีการพิจารณาและลงมติไปแล้วในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2557 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2557 และครั้งที่ 2/2557 เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2557 ประกอบกับยังมีข้อทักท้วงการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นบางคนและมีคดีพิพาทเกี่ยวกับการโอนหุ้นของผู้ถือหุ้นและการเพิ่มทุนของบริษัทจำเลยอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล

ควรรอให้คดีถึงที่สุดก่อนแล้วจึงให้ผู้ถือหุ้นที่แท้จริงพิจารณาลงมติ นอกจากนี้สภาพเศรษฐกิจในขณะนั้นไม่เอื้อประโยชน์ต่อการขายทรัพย์สินดังกล่าวซึ่งอาจได้ราคาต่ำ ทั้งยังมีคดีอาญาที่ฟ้องร้องกล่าวหาว่ามีการยักยอกผลประโยชน์ในทรัพย์สินดังกล่าวของจำเลยอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล การลงมติให้จ่ายค่าทนายความและค่าใช้จ่ายในคดีแก่กรรมการของบริษัทเกิดจากการกระทำความผิดส่วนตัว ผู้ถือหุ้นที่ออกเสียงลงมติบางคนมีส่วนได้เสียเป็นพิเศษ มติจึงไม่ชอบ เห็นว่า ได้ความจากทางไต่สวนของคู่ความที่รับกันและไม่โต้แย้งกันว่า บริษัทจำเลยได้จดทะเบียนเพิ่มทุนครั้งที่ 6 เมื่อปี 2534 รวมเป็นทุนจดทะเบียนทั้งหมด 177,000,000 บาท แบ่งเป็น 17,700 หุ้น

หุ้นละ 10,000 บาท โดย ณ วันที่ 30 เมษายน 2546 มีผู้ถือหุ้น 12 คน ต่อมาบริษัทจำเลยได้จดทะเบียนเพิ่มทุนครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2546 อีก 23,000,000 บาท แบ่งเป็น 2,300 หุ้น หุ้นละ 10,000 บาท รวมเป็นทุนจดทะเบียนทั้งหมด 200,000,000 บาท แบ่งเป็น 20,000 หุ้น หุ้นละ 10,000 บาท ต่อมานางรัชนี ได้ฟ้องจำเลยกับพวกกล่าวอ้างว่าการเพิ่มทุนครั้งที่ 7 ไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้เพิกถอนการเพิ่มทุนครั้งที่ 7 คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ต่อมาเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2557 และวันที่ 26 กรกฎาคม 2557 บริษัทจำเลยจัดให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2557 และครั้งที่ 2/2557 โดยใช้องค์ประชุมรวมจำนวนหุ้นที่เพิ่มทุนครั้งที่ 7 เข้าด้วย

นางรัชนีในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้จัดการมรดกของนายกัญจน จึงยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมทั้งสองครั้งดังกล่าว คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ในวันที่ 4 ตุลาคม 2557 บริษัทจำเลยได้จัดให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 3/2557 ที่พิพาทคดีนี้โดยนำเรื่องที่พิจารณาและมีการลงมติไปแล้วในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2557 และครั้งที่ 2/2557 มาพิจารณาและลงมติอีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้ได้ใช้องค์ประชุมโดยไม่นำจำนวนหุ้นที่เพิ่มทุนครั้งที่ 7 ซึ่งศาลอุทธรณ์ให้เพิกถอนมารวมเข้าด้วย ซึ่งเป็นไปตามข้อทักท้วงของฝ่ายโจทก์ที่มีมาตั้งแต่ครั้งประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2557 และครั้งที่ 2/2557 แล้ว ดังนี้จึงไม่มีเหตุที่โจทก์จะอ้างต่อไปอีกว่าองค์ประชุมในครั้งนี้ไม่ชอบเพราะนำจำนวนหุ้นที่เพิ่มทุนครั้งที่ 7 ซึ่งศาลอุทธรณ์ให้เพิกถอนแล้วมารวมเข้าด้วย

ส่วนที่โจทก์อ้างว่าผู้ถือหุ้นของจำเลยมี 12 คน ไม่ใช่ 15 คน ตามที่ระบุในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 3/2557 นั้น ก็ได้ความว่า นายสิงห์ ได้โอนหุ้นของตนส่วนหนึ่งให้แก่บุตร 3 คน คือ นายจิรพล นางสาวลลิตา และนางสาวริรินดา โดยมีการลงทะเบียนผู้ถือหุ้นไว้ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2548 แล้ว ซึ่งเป็นหุ้นที่นายสิงห์มีมาแต่เดิมและไม่มีข้อโต้แย้งในหุ้นส่วนนี้แต่อย่างใด จึงทำให้มีผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 15 คน นายจิรพล นางสาวลลิตาและนางสาวริรินดาจึงเป็นผู้ถือหุ้นและมีสิทธิเข้าร่วมประชุมและลงมติได้ และในการลงมตินี้ก็ไม่ปรากฏว่านายกำพลและนายสิงห์กรรมการของจำเลยผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากการที่บริษัทจำเลยจะออกค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่กรรมการของจำเลยให้ได้ร่วมออกเสียงลงมติด้วย

การประชุมและลงมติตามคำฟ้องโจทก์จึงไม่มีเหตุอ้างว่าไม่ชอบแต่อย่างใด ส่วนคดีที่นางรัชนีฟ้องนายกำพล นายสิงห์และโจทก์คดีนี้ ผู้รับโอนหุ้นจากนายกัญจนรวมถึงผู้เกี่ยวข้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาก็ดี คดีอาญาที่ฟ้องร้องกล่าวหาว่ามีการยักยอกผลประโยชน์ในทรัพย์สินของจำเลยและอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลก็ดี เป็นเรื่องส่วนตัวของผู้ถือหุ้นและผู้กระทำความผิดดังกล่าว หามีผลทำให้จำเลยต้องหยุดการดำเนินธุรกิจหรือกิจกรรมของบริษัทเพื่อรอฟังผลคดีให้ถึงที่สุดก่อนไม่ การที่จำเลยเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 3/2557 ตามบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีอยู่ ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1141 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้องในข้อกระทงความบรรดาที่กฎหมายบังคับหรือให้อำนาจให้เอาลงไว้ในทะเบียน เพื่อพิจารณาและลงมติในเรื่องกิจการของบริษัทจึงชอบแล้วในเบื้องต้น และที่โจทก์ขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นโดยอ้างเพียงเหตุไม่เห็นด้วยกับมติก็ไม่มีกฎหมายให้กระทำได้เพราะไม่ใช่เป็นมติที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัทจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 ส่วนมติในครั้งนี้จะซ้ำซ้อนกับมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งก่อนหรือไม่อย่างไรก็ไม่ใช่สาระสำคัญเพราะย่อมต้องถือเอามติครั้งล่าสุดที่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทมาใช้บังคับ

เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว คำฟ้องโจทก์ที่อ้างเหตุขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 3/2557 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2557 จึงไม่มีมูล และไม่มีเหตุที่จะนำวิธีคุ้มครองตามคำร้องของโจทก์มาใช้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

Result

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สาคร ตั้งวรรณวิบูลย์ · รังสรรค์ ดวงพัตรา · ประทีป อ่าววิจิตรกุล
Lower court
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายธีระวัฒน์ สินธุวงษ์
ศาลอุทธรณ์ - นายชาญวิทย์ รักษ์กุลชน
Supreme Court black case no.
พ.93/2561
Trial court black case no.
พ2195/2557
Trial court red case no.
พ926/2559
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2362/2520

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนรายงานการประชุมของบริษัทอันเป็นเท็จห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับบริษัท มิใช่ฟ้องเรียกหุ้นคืนจากจำเลย ตามข้อต่อสู้ของจำเลยก็มีประเด็นเพียงว่า โจทก์โอนหุ้นให้แก่ผู้อื่นไปแล้วหรือไม่ มิใช่โ…

Supreme Court Judgment No. 1385/2568

การส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่ที่ พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 42/3 และข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ระบุไว้ทำนองเดียวกันว่า ให้ส่งให้เจ้าของร่วมไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนการประชุมเพื่อให้มีการแจ้งให้เจ้าของร…

Supreme Court Judgment No. 8200/2567

ในส่วนวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา ที่ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดิน ระงับการจดทะเบียน แก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนในที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 2830, 2754, 9647 และ 9648 นั้น เมื่อศาลชั้นต้น ศาลอุทธ…

Supreme Court Judgment No. 6555/2567

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 1172 วรรคหนึ่ง และข้อบังคับของบริษัทมิได้กำหนดรูปแบบในการประชุมของคณะกรรมการเพื่อมีมติเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นไว้ แต่เมื่อต้องมีการประชุมย่อมต้องหมายความว่า เป็นกรณีที่กรรมการของบ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2566 (ref. 691966)

ขณะยื่นคําฟ้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นโจทก์มีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทจำเลย โดยอ้างว่าจำเลยจัดประชุมเพื่อเพิ่มทุนจดทะเบียนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แย่งสิทธิการถือหุ้นและอำนาจบริหารของโจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up