Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 847/2561

พ.ศ. 2561 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้จำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย โดยจำเลยได้ก่นสร้างแผ้วถางปรับสภาพที่ดินจนกลายเป็นที่นา ทางราชการจึงออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลย ส่วนที่ดินที่เป็นทรัพย์มรดกของ ช. กับ ป. ได้มีการแบ่งปันให้แก่ทายาททุกคนแล้ว แต่การที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยได้ช่วย ช. บิดาจำเลยแผ้วถางที่ดินพิพาทจนบิดายกที่ดินดังกล่าวให้จำเลยโดยโจทก์และพี่น้องคนอื่น ๆ ไม่เคยคัดค้านว่าที่ดินพิพาทยังเป็นทรัพย์มรดก ทั้ง ด. กับ ล. พยานจำเลยเบิกความถึงเรื่องที่ ป. ยกที่ดินพิพาทให้จำเลย ดังนั้น ที่ ป. พูดกับบุตรทุกคนว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยก็เพื่อให้บุตรทุกคนรับรู้ว่า ช. ได้ยกที่ดินพาทให้จำเลยครอบครองทำกินแต่ผู้เดียว ทางนำสืบของจำเลยจึงไม่นอกเหนือคำให้การต่อสู้แต่อย่างใด

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 63173 เฉพาะส่วนที่โจทก์มีสิทธิได้รับมรดกของนายเชียงเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ ให้แก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับเป็นว่า ให้จำเลยแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 63173 ให้แก่โจทก์หนึ่งในห้าส่วนสำหรับวิธีแบ่งทรัพย์ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์กับจำเลยเป็นบุตรของนายเชียงกับนางเป้า โดยมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันรวม 5 คน คือ นางแดง จำเลย โจทก์ นายเบญจมินทร์ และนางลมเชย ตามลำดับ นายเชียงถึงแก่กรรมเมื่อปี 2519 ส่วนนางเป้าถึงแก่กรรมปี 2550 นายเบญจมินทร์ก็ถึงแก่กรรมไปก่อนฟ้องแล้วเช่นกัน ก่อนที่นายเชียงถึงแก่กรรมนั้น นายเชียงได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินมือเปล่า 1 แปลง ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ต่อมาปี 2556 จำเลยได้ยื่นใบไต่สวนขอออกหลักฐานทางทะเบียนเป็นของตน เจ้าพนักงานที่ดินไต่สวนแล้วได้ออกโฉนดที่ดินเลขที่ 63173 เนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 82 ตารางวา ให้จำเลยซึ่งเป็นที่ดินพิพาทคดีนี้

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนายเชียงอันตกแก่โจทก์และทายาทโดยธรรมหรือไม่ ข้อนี้โจทก์เบิกความในทำนองว่านายเชียงบิดาเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทซึ่งขณะนั้นเป็นที่ดินมือเปล่าไม่มีเอกสารสิทธิทางทะเบียน หลังจากนายเชียงถึงแก่กรรมแล้ว ต่อมาจำเลยนำที่ดินพิพาทไปขอออกหลักฐานเป็นโฉนดที่ดินและยังไม่ได้แบ่งปันแก่ทายาท ส่วนจำเลยเบิกความต่อสู้ในทำนองว่าจำเลยเข้าไปช่วยบิดาแผ้วถางทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมาตั้งแต่จำเลยยังเป็นเด็ก บิดาจึงยกที่ดินพิพาทนั้นให้จำเลย เมื่อบิดาถึงแก่กรรม จำเลยก็ยังบุกเบิกครอบครองทำนาในที่ดินพิพาทแต่เพียงผู้เดียว ภายหลังนางเป้ามารดาได้แบ่งที่ดินต่าง ๆ ที่นายเชียงกับนางเป้าเคยครอบครองทำประโยชน์อยู่โดยโจทก์กับพี่น้องคนอื่นได้ที่ดินแปลงอื่น

ส่วนจำเลยได้ที่ดินพิพาท ต่อมาปี 2556 เจ้าหน้าที่ที่ดินมาสำรวจรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ต่าง ๆ จำเลยจึงยื่นคำขอไต่สวนและขอออกโฉนดที่ดินพิพาทเป็นของตน โดยจำเลยมีนางแดงกับนางลมเชยซึ่งเป็นพี่สาวน้องสาวของตนมาเบิกความสนับสนุน เห็นว่า ตามพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องที่อยู่ในความรู้เห็นของคนในครอบครัวเดียวกัน เมื่อนายเชียงกับนางเป้าบิดามารดาของคู่ความถึงแก่กรรมไปแล้วคงเหลือโจทก์ จำเลย กับนางแดงและนางลมเชยพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยโจทก์คงเบิกความกล่าวอ้างว่า ที่ดินพิพาทยังเป็นมรดกของนายเชียงบิดาอยู่ ส่วนจำเลยกับนางแดงและนางลมเชยต่อสู้ว่าไม่ใช่มรดกของนายเชียงแล้ว เมื่อพิจารณาถึงที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า

ผู้เข้าไปยึดถือมีเพียงสิทธิครอบครองเท่านั้น เมื่อจำเลยเข้าไปช่วยเหลือบิดาถากถางแผ้วถางทำประโยชน์มาตั้งแต่ต้น จึงมีเหตุที่บิดาจะยกที่ดินพิพาทนั้นให้แก่จำเลยเข้าครอบครองต่อไปได้โดยง่าย หลังจากนายเชียงถึงแก่กรรมแล้ว ก็ไม่ปรากฏว่ามีพี่น้องคนอื่น ๆ เข้าไปยุ่งเกี่ยวในที่ดินพิพาทนี้ คงมีแต่จำเลยที่เข้าไปทำประโยชน์เรื่อยมา ภายหลังจำเลยจึงให้บุตรหลานและบุคคลอื่นเช่าที่ดิน อันเป็นการแสดงออกโดยเปิดเผยว่าตนเองเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ ตามสำเนาใบไต่สวน จำเลยก็ระบุว่าได้รับการยกให้ที่ดินพิพาทมาจากนายเชียงบิดา ในการรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดิน ทั้งโจทก์กับพี่น้องคนอื่น ๆ ก็ไม่เคยคัดค้านว่าที่ดินยังเป็นทรัพย์มรดกของบิดาอยู่

จนเจ้าพนักงานที่ดินออกหลักฐานโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินไปแล้ว การที่จำเลย นางแดง และนางลมเชย เบิกความถึงเรื่องนางเป้ามารดายกที่ดินพิพาทให้จำเลยนั้น เนื่องจากนางเป้าเป็นภริยานายเชียงและเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินอีกหลายแปลง นางเป้ายังนำที่ดินมือเปล่าไปออกหลักฐานเป็นโฉนดที่ดินของตนแล้ว 2 แปลง จึงมีเหตุผลที่นางเป้าจะบอกกล่าวถึงเรื่องการยกที่ดินแปลงใดให้บุตรคนใดเสียให้ชัดเจน ทั้งนางแดงกับนางลมเชยเบิกความยืนยันว่านางเป้าได้บอกยกที่ดินนาเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ ไว้ให้โจทก์ และโจทก์ได้ขายให้บุคคลอื่นไปก่อนแล้ว ส่วนนางแดง นางลมเชยกับนายเบญจมินทร์ได้ที่ดินนาเนื้อที่ 23 ไร่เศษ ต่อมานางลมเชยรับซื้อที่ดินทั้งแปลงมาเป็นของตนเองเพียงผู้เดียว

ดังนั้น ที่นางเป้าพูดกับบุตรทุกคนว่าถึงที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย ก็เพื่อให้บุตรทุกคนรับรู้ว่านายเชียงได้ยกที่ดินพิพาทให้จำเลยครอบครองทำกินแต่ผู้เดียวมาช้านานแล้วนั่นเอง ทางนำสืบของจำเลยจึงไม่นอกเหนือคำให้การต่อสู้ของตนแต่อย่างใด นางแดงกับนางลมเชยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับคู่ความ จึงไม่มีเหตุผลที่จะเบิกความเข้าช่วยเหลือหรือกลั่นแกล้งคนหนึ่งคนใดเป็นการเฉพาะ คำเบิกความของนางแดงกับนางลมเชยย่อมมีความน่าเชื่อถือ พยานโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักน้อยกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินพิพาทไม่ได้เป็นทรัพย์มรดกของนายเชียง แต่เป็นของจำเลยผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดพิพาทดังกล่าว ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะขอบังคับแบ่งที่ดินพิพาทจากจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

Result

พิพากษากลับเป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
วิจิตร วิสุชาติ · สมยศ เข็มทอง · ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์
Lower court
ศาลแขวงพิษณุโลก - นายเสวียง แก้วทอง
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายจิตรกร พัฒนาศิริ
Supreme Court black case no.
พ.1494/2560
Trial court black case no.
พ295/2558
Trial court red case no.
พ133/2559
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7504/2567

แม้การยื่นคำให้การในคดีผู้บริโภคจะไม่เคร่งครัดเช่นการยื่นคำให้การในคดีแพ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 ก็ตาม แต่การจะให้การรับหรือปฏิเสธคำฟ้องโจทก์ส่วนไหนอย่างไรย่อมเป็นเจตนาอิสระของคู่ความ พ.ร.บ.วิธีพิจารณา…

Supreme Court Judgment No. 5660/2567

คำให้การว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความนั้น ป.วิ.พ. มาตรา 177 มิได้บังคับว่าต้องระบุอ้างมาตราในกฎหมายด้วย แม้จำเลยทั้งสองระบุเลขมาตรา 193/33 (3) แต่เป็นกรณีตามมาตรา 193/33 (5) ก็เป็นเพียงการอ้างอนุมาตราผิดซึ่…

Supreme Court Judgment No. 4837/2567

สภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามคำฟ้องโจทก์ คือ โจทก์เป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ผู้ตายโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งสองคันซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับผู้ตายให้แก่จำเ…

Supreme Court Judgment No. 1589/2567

ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ให้การว่า เดิมที่ดินส่วนที่จำเลยที่ 2 คัดค้านเป็นของ พ. ที่ขายให้จำเลยที่ 1 และ อ. โดยมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วบุคคลทั้งสองยกให้จำเลยที่ 2 จำ…

Supreme Court Judgment No. 900/2567

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินและบ้านพิพาท อนุญาตให้จำเลยอยู่อาศัยในที่ดินและบ้านพิพาทโดยไม่มีค่าตอบแทน ต่อมาโจทก์แจ้งให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินและบ้านพิพาท แต่จำเลยเพิกเฉย จำเล…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up