Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 850/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้โจทก์ไม่ได้ผู้เสียหายและนางสาว ล. มาเบิกความเป็นพยานแต่โจทก์มีสิบตำรวจโท ค. กับร้อยตำรวจเอก ส. พยานโจทก์มาเบิกความประกอบบันทึกคำให้การของผู้เสียหายและนางสาว ล.ที่ร้อยตำรวจเอก ส. พนักงานสอบสวนบันทึกและเบิกความรับรองไว้เชื่อว่าเป็นความจริงเพราะหากไม่เป็นความจริงแล้วผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กสาวย่อมละอายต่อการถูกข่มขืนคงไม่กล้าให้การต่อพนักงานสอบสวนเช่นนั้นเมื่อนำบันทึกคำให้การดังกล่าวมาประกอบคำเบิกความของสิบตำรวจโท ค. กับร้อยตำรวจเอก ส. ว่าชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพแล้วเชื่อว่าจำเลยได้ร่วมกับพวกข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจริง

Provisions the court ruled on

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ ฟ้อง ขอให้ ลงโทษ จำเลย ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276, 277, 83จำเลย ให้การ ปฏิเสธศาลชั้นต้น พิจารณา แล้ว พิพากษา ว่า จำเลย มี ความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม , 83 ลงโทษ จำคุก ตลอด ชีวิตจำเลย ให้การรับสารภาพ ใน ชั้นสอบสวน เป็น ประโยชน์ แก่ การ พิจารณาอยู่ บ้าง มีเหตุ บรรเทา โทษ ลดโทษ ให้ หนึ่ง ใน สาม ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คง จำคุก 33 ปี 4 เดือนจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืนจำเลย ฎีกาศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "พิเคราะห์ แล้ว ข้อเท็จจริง รับฟัง ได้ว่าเมื่อ วันที่ 24 มกราคม 2536 เวลา ประมาณ 20 นาฬิกาเด็ก หญิง สุพรรณี ศิริ อายุ 13 ปี 3 เดือน ผู้เสียหาย กับ นางสาว ลาวดี

ดีวาสนา ได้ ไป เที่ยว งาน วัด คลองคะเชนทร์ ตำบล คลองคะเชนทร์ อำเภอ เมือง พิจิตร จังหวัด พิจิตร ใน ตอน กลับ บ้าน ซึ่ง เป็น เวลา ประมาณ 0.30 นาฬิกา ของ วันที่ 25 มกราคม 2536ผู้เสียหาย ถูก คนร้าย 2 คน ข่มขืน กระทำ ชำเรา ต่อมา เวลา ประมาณ12.30 นาฬิกา ของ วัน ดังกล่าว เจ้าพนักงาน ตำรวจ จับ จำเลย ได้ ตามบันทึก การ จับกุม เอกสาร หมาย จ. 2 และ ใน เวลา ประมาณ 02.10 นาฬิกาของ วัน ดังกล่าว พนักงานสอบสวน ได้ ส่งตัว ผู้เสียหาย ไป ตรวจ ร่างกายปรากฏว่า มี รอย ฟกช้ำ บวม บริเวณ หน้าผาก และ เหนือ ริมฝีปาก ข้าง ขวาและ พบ เชื้อ อสุจิ จาก ของเหลว ใน ช่องคลอด ตาม รายงาน ผล การ ตรวจ ชันสูตรบาดแผล ของ แพทย์ เอกสาร หมาย

จ. 1ปัญหา ที่ ต้อง วินิจฉัย มี ว่า จำเลย เป็น คนร้าย ร่วม กับพวก ข่มขืนกระทำ ชำเรา ผู้เสียหาย ตาม ฟ้อง หรือไม่ จำเลย ฎีกา ว่า เมื่อ โจทก์ไม่ได้ ผู้เสียหาย และ นางสาว ลาวดี ดีวาสนา มา เบิกความ ให้ เห็นว่า จำเลย ได้ ข่มขืน กระทำ ชำเรา ผู้เสียหาย แล้ว จะ รับฟัง ว่า จำเลย กระทำผิดหาได้ไม่ และ ใน ชั้น จับกุม และ สอบสวน จำเลย ไม่ได้ ให้การรับสารภาพแต่ เจ้าพนักงาน ตำรวจ ทำร้ายร่างกาย จำเลย จน จำเลย ทน ไม่ได้ จึง ได้รับสารภาพ และ เมื่อ มี การ ตรวจ ร่างกาย ของ จำเลย ก็ ไม่ปรากฏ บาดแผลที่ เป็น ร่องรอย ของ การ ต่อสู้ ขัดขืน ที่ ร่างกาย ของ จำเลย อัน สนับสนุนให้ เห็นว่า จำเลย ไม่ได้ ข่มขืน กระทำ ชำเรา ผู้เสียหาย

เห็นว่า แม้ โจทก์ไม่ได้ ผู้เสียหาย และ นางสาว ลาวดี ดีวาสนา มา เบิกความ เพราะ ตาม หา คน ทั้ง สอง ไม่ได้ ก็ ตาม แต่ โจทก์ มี สิบตำรวจโท ครรชิต ประเสริฐสิทธิ์ พยานโจทก์ เบิกความ ว่า ใน วันที่ 25 มกราคม 2536 เวลา 1 นาฬิกา เศษนางสาว ลาวดี ดีวาสนา แจ้ง ว่า ผู้เสียหาย ถูก ข่มขืน กระทำ ชำเรา ที่ ซอย เรืองศิริ หน้า โรงเรียน พิจิตรพิทยาคม พยาน รับ แจ้ง แล้ว ได้ ไป ที่ ดังกล่าว แต่ ไม่พบ ผู้เสียหาย จึง ออก ตรวจ บริเวณ ใกล้เคียงและ ต่อมา เวลา 2 นาฬิกา เศษ พยาน พบ ผู้เสียหาย ที่ หน้าโรงเรียน พิจิตรพิทยาคม ผู้เสียหาย แจ้ง แก่ พยาน ว่า ถูก ชาย ชื่อ เชษฐ์ ข่มขืน กระทำ ชำเรา พยาน จึง นำ ผู้เสียหาย ไป ส่ง ให้ ร้อยตำรวจเอก

สมยศ ไทยเที่ยง พนักงานสอบสวน วันรุ่งขึ้น ร้อยตำรวจเอก สมยศ ได้ ให้ พยาน ไป ตาม จำเลย มา ที่ สถานีตำรวจภูธร อำเภอ เมือง พิจิตร ซึ่ง ผู้เสียหายได้ ชี้ ตัว จำเลย ว่า เป็น คน ข่มขืน กระทำ ชำเรา ผู้เสียหาย และร้อยตำรวจเอก สมยศ พยานโจทก์ เบิกความ ว่า เมื่อ ได้รับ แจ้งเหตุ ว่า ผู้เสียหาย ถูก ข่มขืน กระทำ ชำเรา แล้ว พยาน ได้ ไป ที่เกิดเหตุ แต่ ไม่พบ ใครต่อมา ได้ ให้ เจ้าพนักงาน ตำรวจ ไป ตาม ผู้เสียหาย มา ที่ สถานีตำรวจภูธรอำเภอ เมือง พิจิตร เมื่อ สอบถาม ผู้เสียหาย ให้การ ว่า ถูก ชาย สอง คนร่วมกัน ข่มขืน กระทำ ชำเรา ชาย คนหนึ่ง คือ พลทหาร วิเชษฐ์ จำเลย นี้ วันรุ่งขึ้น พยาน ให้ เจ้าพนักงาน ตำรวจ ไป ตาม จำเลย

มา เมื่อ จำเลย มา แล้วจึง ให้ เจ้าพนักงาน ตำรวจ ไป ตาม ผู้เสียหาย มา ผู้เสียหาย ยืนยัน ว่าจำเลย กับพวก ร่วมกัน ข่มขืน กระทำ ชำเรา ผู้เสียหาย และ นางสาว ลาวดี ซึ่ง มา กับ ผู้เสียหาย ด้วย ก็ ได้ ชี้ ตัว ว่า จำเลย มา กับ เพื่อน ของ จำเลยและ เพื่อน ของ จำเลย กอดปล้ำ ผู้เสียหาย พยาน จึง จับ จำเลย และ แจ้ง ข้อหาว่า จำเลย กับพวก ร่วมกัน ข่มขืน กระทำ ชำเรา ผู้เสียหาย ซึ่ง จำเลย ให้การรับสารภาพ ตาม บันทึก การ จับกุม เอกสาร หมาย จ. 2 และ บันทึก การ ชี้ ตัวเอกสาร หมาย จ. 9 และ จ. 10 ใน ชั้นสอบสวน ได้ มี ร้อยโท ไพบูลย์ จิตตะศิระ นายทหาร พระธรรมนูญ กองพลทหารม้า ที่ 13จังหวัด เพชรบูรณ์ ร่วม สอบสวน จำเลย ด้วย

จำเลย ก็ ให้การรับสารภาพและ ได้ นำ ชี้ ที่เกิดเหตุ ประกอบ คำรับสารภาพ ตาม เอกสาร หมาย จ. 8เมื่อ พยาน ได้ ส่งตัว ผู้เสียหาย ไป ให้ แพทย์ ตรวจ แล้ว แพทย์ ได้ รายงานผล การ ตรวจ ชันสูตร บาดแผล ไว้ ตาม เอกสาร หมาย จ. 1 พยาน ได้ บันทึกคำให้การ ของ ผู้เสียหาย และ นางสาว ลาวดี ไว้ ด้วย ตาม บันทึก คำให้การ เอกสาร หมาย จ. 4 และ จ. 5 ซึ่ง ใน บันทึก คำให้การ เอกสาร หมาย จ. 4ผู้เสียหาย ได้ ให้การ ว่า จำเลย กับ นาย ธีระพงษ์ พวก ของ จำเลย ได้ ร่วมกัน ข่มขืน กระทำ ชำเรา ผู้เสียหาย โดย นาย ธีระพงษ์ กด ผู้เสียหาย ให้ นอน กับ พื้น เมื่อ ผู้เสียหาย ร้อง ให้ คน ช่วย นาย ธีระพงษ์ ก็ ตบ หน้า ผู้เสียหาย จน ผู้เสียหาย

ได้รับ บาดเจ็บ จำเลย ช่วย ถอด กางเกง ของผู้เสียหาย ออก แล้ว นาย ธีระพงษ์ ก็ ข่มขืน กระทำ ชำเรา ผู้เสียหาย จาก นั้น จำเลย ก็ ข่มขืน กระทำ ชำเรา ต่อ เมื่อ จำเลย ข่มขืน กระทำ ชำเราแล้ว จำเลย กับ นาย ธีระพงษ์ ได้ ขับ รถจักรยานยนต์ ไป ส่ง ผู้เสียหาย ที่ โรงงาน อาหาร กระป๋อง และ ใน บันทึก คำให้การ เอกสาร หมาย จ. 5นางสาว ลาวดี ให้การ ว่า เมื่อ นาย ธีระพงษ์ กอดปล้ำ ผู้เสียหาย แล้ว พยาน ได้ รีบ หลบหนี ไป และ ไป แจ้ง แก่ เจ้าพนักงาน ตำรวจ ว่า ผู้เสียหายถูก ข่มขืน กระทำ ชำเรา คำให้การ ของ ผู้เสียหาย และ นางสาว ลาวดี ที่ ร้อยตำรวจเอก สมยศ ซึ่ง เป็น พนักงานสอบสวน บันทึก และ เบิกความ รับรอง ไว้ นี้ เชื่อ ว่า เป็น

ความจริง เพราะ หาก ไม่เป็น ความจริง แล้ว ผู้เสียหายซึ่ง เป็น เด็ก สาว ย่อม ละ อาย ต่อ การ ถูก ข่มขืน คง ไม่ กล้า ที่ จะ ให้การต่อ พนักงานสอบสวน เช่นนั้น เมื่อ นำ บันทึก คำให้การ ดังกล่าว มา ประกอบคำเบิกความ ของ สิบตำรวจโท ครรชิต กับ ร้อยตำรวจเอก สมยศ ที่ ว่า ชั้น จับกุม และ ชั้นสอบสวน จำเลย ให้การรับสารภาพ แล้ว เชื่อ ว่าจำเลย ได้ ร่วม กับพวก ข่มขืน กระทำ ชำเรา ผู้เสียหาย จริง จำเลย จึง ได้ให้การรับสารภาพ เช่นนั้น เมื่อ สิบตำรวจโท ครรชิต กับ ร้อยตำรวจเอก สมยศ ไม่เคย มี เรื่อง โกรธเคือง กับ จำเลย มา ก่อน จึง เชื่อ ว่า ได้ เบิกความ ตาม สัตย์จริง หา ได้ แกล้ง กล่าวหา จำเลย แต่อย่างใด ไม่ ที่ จำเลยกล่าวอ้าง ว่า

ถูก เจ้าพนักงาน ตำรวจ ทำร้าย จน ทน ไม่ได้ จึง ให้การรับสารภาพนั้น ก็ เป็น การ กล่าวอ้าง ลอย ๆ ไม่มี พยานหลักฐาน อื่น มา สนับสนุนและ ที่ อ้างว่า จาก การ ตรวจ ร่างกาย จำเลย ไม่พบ บาดแผล ที่ เป็น ร่องรอยของ การ ต่อสู้ ของ ผู้เสียหาย ที่ เนื้อตัว ของ จำเลย แสดง ว่า จำเลยไม่ได้ ข่มขืน กระทำ ชำเรา ผู้เสียหาย นั้น ก็ คง เป็น เพราะ จำเลย ข่มขืนกระทำ ชำเรา ผู้เสียหาย หลังจาก ที่ พวก ของ จำเลย ได้ กระทำ ชำเราผู้เสียหาย แล้ว ผู้เสียหาย จึง ไม่มี เรี่ยวแรง ที่ จะ ต่อสู้ ทำร้ายจำเลย ได้ จึง ไม่มี บาดแผล ปรากฏ ตาม เนื้อตัว ของ จำเลย พยานหลักฐานของ จำเลย จึง รับฟัง หักล้าง พยานหลักฐาน ของ โจทก์ ไม่ได้ ที่ ศาลล่างทั้ง สอง ฟัง ว่า จำเลย กระทำผิด ตาม ฟ้อง นั้น ชอบแล้ว ฎีกา ของ จำเลยฟังไม่ขึ้น "

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อธิราช มณีภาค · มงคล สระฏัน · วุฒิ คราวุฒิ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2530/2554

ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายเป็นเด็กอายุเพียง 7 ปีเศษ ทั้งร่างกายและอวัยวะสืบพันธุ์ยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ หากอวัยวะเพศของจำเลยล่วงล้ำเข้าไปในช่องคลอดของผู้เสียหายจริงย่อมต้องเกิดร่องรอยฉีกขาด แต่ตามผลการตร…

Supreme Court Judgment No. 5253/2549

คดีนี้โจทก์มิได้อ้างและนำสายลับซึ่งเป็นประจักษ์พยานมาเบิกความทั้ง ๆ ที่สายลับรู้เห็นเหตุการณ์เช่นเดียวกับสิบตำรวจเอก ส. แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะให้มีประจักษ์พยานในคดีเพียงปากเดียว ย่อมเป็นการนำสืบพยานเดี…

Supreme Court Judgment No. 551/2546

โจทก์ร่วมทั้งสองเบิกความมีรายละเอียดขณะถูกจำเลยกระทำชำเราค่อนข้างชัดเจนเกินกว่าที่โจทก์ร่วมทั้งสองซึ่งเป็นเด็กจะสามารถแต่งเรื่องขึ้นเองหรือแม้แต่การเสี้ยมสอนโดยเฉพาะที่โจทก์ร่วมที่ 2 อ้างการถูกร่วมเพศ…

Supreme Court Judgment No. 7144/2545

คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนที่รับสารภาพว่าเป็นผู้ฆ่าและข่มขืนกระทำชำเราผู้ตาย ถือว่าเป็นพยานหลักฐานที่ใช้ยันจำเลยเพื่อพิสูจน์การกระทำผิดของจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญ…

Supreme Court Judgment No. 384/2545

จำเลยที่ 2 เป็นภริยาจำเลยที่ 3 ได้ช่วยจำเลยที่ 3 ถอดเสื้อผ้าผู้เสียหายออกระหว่างนั้นก็คอยปิดปากและจับแขนผู้เสียหายไว้เหนือศีรษะให้จำเลยที่ 3 กระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ ถือได้ว่าเป็นตัวการร่วมในการกระท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up