คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าไม้ขีดไฟเป็นซินของกลางรวม ๑๘๐ อันนี้ไม่ปรากฎว่าได้นำเข้ามาจากต่างประเทศโดยหลีกเลี่ยงไม่เสียภาษีปรากฎตามข้อต่อสู้ของจำเลยแต่เพียงว่า น. จำเลยต้องหาว่ามีไม้ขีดไฟไม่เสียภาษีแต่ศาลได้พิพากษายกฟ้องแลให้คืนไม้ขีดไฟของกลางแก่ น.จำเลยไป ส.จำเลยเป็นผู้ซื้อไม้ขีดไฟรายนี้ไว้จาก น.จำเลย
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันมีไม้ขีดไฟเป็นซินไว้โดยหลีกเลี่ยงไม่เสียภาษี
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเมื่อจำเลยปฏิเสธข้อหาจำเลยมีหน้าที่สืบแสดงความบริสุทธิตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ ม.๑๐๐ แต่คงฟังข้อเท็จจริงว่า ยังไม่มีเหตุพอที่จะถือว่าจำเลยนำของกลางรายนี้เข้ามาจากต่างประเทศ จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์แต่ในข้อที่วินิจฉัยว่าคดีตกเป็นหน้าที่จำเลยต้องนำสืบตาม ม.๑๐๐ นั้นเห็นว่า ม.๑๐๐ ต้องเป็นเรื่องเกี่ยวด้วยผู้ลอบลักหนีภาษีขาเข้าหรือขาออก หาเกี่ยวกับผู้ซื้อของจากพ่อค้าไม่ กล่าวคือเมื่อของได้ผ่านด่านภาษีจนกระทั่งได้นำออกขายในตลาดเปิดเผยแล้ว ใครได้ของนั้นไปเมื่อผู้นั้นถูกฟ้องว่าของนั้นยังไม่ได้เสียภาษีเช่นนี้ เป็นหน้าที่โจทก์ต้องนำสืบก่อนให้สมฟ้อง