คำฟ้องและคำให้การ
นายจำปีผู้เสียหายและอัยการร่วมกันฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๔๙๗ เวลาประมาณ ๑๘ นาฬิกาเศษ จำเลยใช้เหล็กมีคมปลายแหลมทำร้ายร่างกายนายจำปีบาดเจ็บสาหัส ๒ แห่งแล้วยังจะทำร้ายซ้ำอีกโดยมีเจตนาฆ่าให้ถึงตาย แต่หากมีเหตุพ้นวิสัยป้องกันได้มาขัดขวางเสีย เหตุเกิด ต.เทวราช อ.ไชโย จังหวัดอ่างทอง ขอให้ลงโทษ จำเลยภาคเสธว่าใช้ไม้ปลายแหลมแทงนายจำปี ๒ ทีจริงโดยนายจำปีทำร้ายจำเลยจนอดโทษะไว้ไม่ได้ จำเลยไม่มีเจตนาฆ่า บาดแผลนายจำปีก็ไม่ถึงสาหัส
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่าจำเลยพยายามฆ่านายจำปีจริง จึงมีความปิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๔๙ - ๖๐ จำคุกจำเลย ๑๐ ปี ส่วนข้อหาของจำเลยว่านายจำปีทำร้ายร่างกายบาดเจ็บเชื่อฟังเป็นความจริงไม่ได้ จึงให้ยกฟ้องสำนวนที่จำเลยเป็นโจทก์เสีย นายแหจำเลยอุทธรณ์ทั้งสองสำนวน ศาลอุทธรณ์ฟังว่าการกระทำของจำเลยยังไม่ถึงคั่นมีเจตนาฆ่านายจำปีให้ตาย ทั้งฟังว่านายจำปีมีแผลไม่ถึงบาดเจ็บสาหัส พิพากษาแก้ให้จำคุกนายแหจำเลย ๒ ปี ตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๔ นอกนั้นคงยืนตาม อัยการโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าคนหรือทำร้ายร่างกายมีบาดเจ็บ ศาลฎีกาปรึกษาคดีนี้แล้วเห็นด้วยว่าการกระทำของจำเลยยังไม่เข้าถึงคั่นพยายามฆ่านายจำปี แต่ที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าบาดแผลของนายจำปีไม่เป็นบาดเจ็บสาหัสนั้นยังคลาดเคลื่อนอยู่
เพราะได้ความว่านายจำปีถูกทำร้ายแล้วต้องรักษาบาดแผลอยู่ ๒๓ วัน ยังไม่หายดี ระหว่างรักษาตัวทำการงานอะไรไม่ได้ เมื่อเบิกความเป็นพยานหลังจากเกิดเหตุ ๒ เดือน ๔ วัน หายใจรู้สึกเสียวที่น่าอกยังทำงานอะไรไม่ได้ จึงเป็นบาดแผลสาหัสฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น ส่วนกำหนดโทษจำเลยนั้นสมควรแก่ความผิดแล้ว
Result
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยให้วางบทลงโทษจำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๖ นอกจากนี้คงยืนตามทุกประการ