คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๘๓, ๑๔๔
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๔ (ที่ถูกมาตรา ๖๔ วรรคหนึ่ง) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๔ ประกอบด้วยมาตรา ๘๓ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดมาตรา ๙๑?
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจ ให้กระทำการไม่กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ จำคุกคนละ ๑ ปี เมื่อรวมกับโทษจำคุกในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม? นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? สำหรับปัญหาว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิด ต่อกฎหมายหลายบทหรือไม่นั้น จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า ความผิดฐานร่วมกันให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๔ นั้น เกิดขึ้นระหว่างทางที่จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ กระบะพาคนต่างด้าวไปส่งที่กรุงเทพมหานคร จึงเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุมเท่านั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องแยกการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองออกเป็นสองกรรมต่างกัน และมีคำขอท้ายฟ้องให้ลงโทษจำเลยทั้งสองแต่ละการกระทำความผิดทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ทั้งความผิดตามมาตรา ๖๔ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ และความผิดตามมาตรา ๑๔๔ แห่งประมวลกฎหมายอาญา เป็นความผิดที่ผู้กระทำจะต้องมีเจตนาประสงค์ต่อผลต่างกัน กฎหมายจึงได้บัญญัติเป็นความผิดและ มีบทลงโทษสำหรับความผิดแต่ละอย่างแตกต่างกัน และลักษณะแห่งการกระทำความผิดสามารถแยกส่วนจากกันได้ แสดงถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายมุ่งประสงค์ที่จะลงโทษผู้กระทำความผิด ในแต่ละการกระทำเป็นกรณีไป แม้เหตุการณ์ ที่จำเลยทั้งสองถูกจับกุมจะเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกับการกระทำผิดอีกฐานหนึ่งก็ตาม เมื่อจำเลยทั้งสองให้การ รับสารภาพตามฟ้อง จึงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองรับว่าได้กระทำผิดต่อกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าวข้างต้นอันเป็นความผิด หลายกรรมต่างกัน หาใช่เป็นความผิดกรรมเดียวดังที่จำเลยทั้งสองฎีกาไม่? ฎีกาของจำเลยทั้งสองทุกข้อฟังไม่ขึ้น
Result
พิพากษายืน.