Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 869/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์นำน้ำเชื้อจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อผลิตเป็นสินค้าน้ำอัดลม ระหว่างต้นปี 2507 ถึงเดือนกรกฎาคม 2509 โจทก์เสียภาษีที่ที่ว่าการอำเภอโดยโจทก์ยื่นแบบภ.ค.4 แสดงยอดราคาน้ำเชื้อที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรแล้วคำนวณออกมาเป็นภาษีการค้าบวกกับภาษีบำรุงเทศบาลต่ออำเภอ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป พร้อมทั้งชำระเงินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลและตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2509กรมศุลกากรเป็นผู้เก็บภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลแทนกรมสรรพากรจำเลยโดยเมื่อโจทก์นำน้ำเชื้อเข้ามาในราชอาณาจักรก็ต้องยื่นแบบใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าพร้อมกับแนบเอกสารแสดงรายการสินค้าคือใบอินวอยซ์ เมื่อกรมศุลกากรตรวจถูกต้องแล้วก็จะเรียกเก็บภาษีจากโจทก์โดยแยกเป็นอากรขาเข้า ภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาล ดังนี้ การกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่ทั้งทางอำเภอและทางกรมศุลกากรดังกล่าวแม้จะเรียกเก็บภาษีการค้าแทนกรมสรรพากรจำเลย แต่ก็หาใช่การประเมินภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 87 ไม่ ซึ่งไม่อยู่ในบังคับแห่งมาตรา 30 ที่จะต้องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เสียก่อนฟ้อง (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1734/2519) โจทก์ประกอบอุตสาหกรรมผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลมต้องใช้น้ำเชื้อเป็นวัตถุดิบในการผลิต โจทก์ไม่ได้สั่งน้ำเชื้อเหล่านี้มาเพื่อขายการที่โจทก์นำน้ำเชื้อดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรผลิตเป็นสินค้าน้ำอัดลมเพื่อขายเช่นนี้จึงไม่ใช่เป็นการขายสินค้าน้ำเชื้อโจทก์ไม่ใช่ผู้ประกอบการค้าตามความหมายในประมวลรัษฎากร มาตรา 77 ไม่ต้องเสียภาษีการค้าตามที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราภาษีการค้าและรายการที่ประกอบการค้า ตามมาตรา 78 วรรคแรก และไม่ต้องเสียภาษีการค้าในกรณีให้ถือว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำเข้าเป็นผู้ประกอบการค้าตามมาตรา 78 วรรคสอง และเมื่อฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าน้ำเชื้อก็จะถือว่าการนำน้ำเชื้อเข้ามาสำหรับผลิตเป็นเครื่องดื่มน้ำอัดลม เป็นการขายสินค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 79 ทวิ(3) ไม่ได้ด้วย โจทก์จึงมีสิทธิเรียกเงินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลที่ชำระไปแล้วคืนได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1606/2512 และ 2807/2515) เงินค่าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลที่กรมสรรพากรจำเลยรับชำระจากโจทก์ เป็นเรื่องที่โจทก์ชำระไปตามหลักเกณฑ์ที่จำเลยวางไว้และจำเลยก็ให้การและโต้แย้งตลอดมาว่า โจทก์ต้องเสียภาษีการค้าดังกล่าวตามประมวลรัษฎากรซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จำเลยได้ทรัพย์มาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้การฟ้องเรียกภาษีคืนในคดีนี้ จึงมิใช่การฟ้องเรียกคืนในฐานลาภมิควรได้อันจะอยู่ในบังคับอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 419 (วินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2/2520)

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 30 ป.รัษฎากร Section 77 ป.รัษฎากร Section 78 ป.รัษฎากร Section 79 ป.รัษฎากร Section 87 ป.พ.พ. Section 406 ป.พ.พ. Section 419

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อน้ำเชื้อจากต่างประเทศเข้ามาเพื่อใช้ในการผลิตเครื่องดื่ม ได้นำส่งภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลสำหรับน้ำเชื้อให้แก่จำเลยแล้ว แต่โจทก์เห็นว่าโจทก์ไม่ต้องเสียภาษีดังกล่าวจึงยื่นคำร้องขอคืนภาษีจำเลยไม่ยอมคืนให้ ขอให้จำเลยคืนเงินภาษี 4,743,583 บาท 19 สตางค์พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า โจทก์ชำระภาษีไปถูกต้องแล้วไม่มีสิทธิเรียกคืนศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงินภาษีให้โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยตามฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามฟ้องโจทก์แสดงว่าโจทก์มิได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามขั้นตอนที่ประมวลรัษฎากรบัญญัติไว้ โจทก์จึงไม่มีสิทธินำคดีขึ้นสู่ศาล พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ปัญหาว่าโจทก์มีสิทธินำคดีนี้ขึ้นสู่ศาลหรือไม่ข้อเท็จจริงได้ความตามทางพิจารณาว่า วิธีการที่โจทก์เสียภาษีที่ที่ว่าการอำเภอบางรักในระยะแรกตั้งแต่ต้นปี 2507 จนถึงเดือนกรกฎาคม 2509 นั้น โจทก์ต้องยื่นแบบ ภ.ค.4 แสดงยอดราคาน้ำเชื้อที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรแล้วคำนวณออกมาเป็นภาษีการค้าบวกกับภาษีบำรุงเทศบาลอีก 10 เปอร์เซ็นต์ ของภาษีการค้าต่ออำเภอภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป พร้อมทั้งชำระเงินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลด้วย และระยะหลังตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2509 เป็นต้นมากรมศุลกากรเป็นผู้เก็บภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลแทนจำเลย โดยเมื่อโจทก์นำน้ำเชื้อเข้ามาในราชอาณาจักรก็ต้องยื่นแบบใบขนสินค้าขาเข้าและแนบมาแสดงรายการการค้าพร้อมกับแนบเอกสารแสดงรายการสินค้าคือใบอินวอยซ์เมื่อกรมศุลกากรตรวจถูกต้องแล้วก็จะเรียกเก็บภาษีจากโจทก์โดยแยกเป็นอากรขาเข้าภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาล

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่ทั้งทางอำเภอและกรมศุลกากรดังกล่าวแล้ว แม้จะเก็บภาษีการค้าแทนจำเลย แต่ก็หาใช่เป็นการประเมินภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 87 ไม่ โจทก์ไม่อยู่ในบังคับแห่งประมวลรัษฎากรมาตรา 30 ที่จะต้องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เสียก่อนฟ้องตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 1734/2519 ระหว่างบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด โจทก์ กรมศุลกากร กับพวก จำเลย โจทก์จึงมีสิทธินำคดีนี้ขึ้นสู่ศาล ฎีกาโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้นส่วนปัญหาที่ว่าน้ำเชื้อรายพิพาทจะต้องเสียภาษีการค้าหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์ประกอบอุตสาหกรรมผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลมต้องใช้น้ำเชื้อเป็นวัตถุในการผลิต น้ำเชื้อเหล่านี้โจทก์ไม่เคยนำไปขาย ซึ่งพยานจำเลยก็รับรองในข้อนี้ จึงฟังได้ว่าโจทก์ไม่ได้สั่งน้ำเชื้อเหล่านี้มาเพื่อขาย การที่โจทก์นำน้ำเชื้อดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อผลิตเป็นสินค้าน้ำอัดลมของโจทก์เพื่อขายเช่นนี้ จึงไม่ใช่เป็นการขายสินค้าน้ำเชื้อ โจทก์ไม่ใช่ผู้ประกอบการค้าตามความหมายในประมวลรัษฎากรมาตรา 77 ไม่ต้องเสียภาษีการค้าตามที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราภาษีการค้าและรายการที่ประกอบการค้าตามมาตรา 78 วรรคแรก และไม่ต้องเสียภาษีการค้าในกรณีให้ถือว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำเข้าเป็นผู้ประกอบการค้าตามมาตรา 78 วรรคสอง ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 1606/2512 ระหว่างบริษัทกระเบื้องกระดาษไทยจำกัด

โจทก์ กรมสรรพากรกับพวก จำเลย และกรณีนี้ เมื่อฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าน้ำเชื้อ ก็จะถือว่าการนำน้ำเชื้อเข้ามาสำหรับผลิตเป็นเครื่องดื่มน้ำอัดลม เป็นการขายสินค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 79 ทวิ (3) ไม่ได้ด้วย ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 2807/2515 ระหว่างบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด โจทก์ กรมศุลกากรกับพวก จำเลย เหตุนี้โจทก์จึงมีสิทธิเรียกเงินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลที่โจทก์ชำระให้จำเลยไปแล้วคืนได้สำหรับปัญหาที่ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 419 หรือไม่นั้น เห็นว่าเงินค่าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลที่จำเลยรับชำระจากโจทก์ เป็นเรื่องที่โจทก์ชำระไปตามหลักเกณฑ์ที่จำเลยวางไว้ และจำเลยก็ให้การและโต้แย้งตลอดมาว่าโจทก์ต้องเสียภาษีการค้าดังกล่าวตามประมวลรัษฎากร ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จำเลยได้ทรัพย์มาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้

ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าการฟ้องเรียกภาษีคืนในคดีนี้มิใช่การฟ้องเรียกคืนในฐานลาภมิควรได้อันอยู่ในบังคับจะใช้อายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 419 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องของโจทก์นั้น ศาลฎีกายังไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษากลับ เป็นให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
กฤษณ์ โสภิตกุล · จันทร์ ระรวยทรง · พิทยา มงคล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1164/2520

แม้โจทก์จดทะเบียนประกอบการค้าไว้ในฐานะผู้นำเข้าและผู้ผลิตก็ตามแต่เมื่อได้ความว่าโจทก์นำวัตถุดิบต่าง ๆ เข้ามาเพื่อใช้ผลิตเป็นสินค้าเพื่อขาย มิได้นำมาเพื่อขายในขณะที่เป็นวัตถุดิบ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ประกอบ…

Supreme Court Judgment No. 4065/2534

ย. ดัดแปลงหรือจัดให้ผู้อื่นดัดแปลงรถยนต์กระบะบรรทุกให้เป็นรถยนต์นั่งและจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงลักษณะรถเมื่อเดือนสิงหาคม2529 จึงถือได้ว่า ย. เป็นผู้ประกอบการค้าในฐานะผู้ผลิต มีหน้าที่เสียภาษีการค้าของเดือ…

Supreme Court Judgment No. 921/2520

โจทก์สั่งวัตถุดิบจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร การที่จำเลยเก็บภาษีจากโจทก์ตามที่โจกท์ชำระก็โดยอาศัยประมวลรัษฎากรเป็นหลัก จึงเป็นการได้มาโดยมีมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ขณะรับทรัพย์นั้น กรณีมิใช่ลาภมิควรไ…

Supreme Court Judgment No. 4987/2546

โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองฮ่องกงและมีสำนักงานสาขาในประเทศไทยทำสัญญากับบริษัท ย. จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศอังกฤษและไม่ได้ประกอบกิจการในประเท…

Supreme Court Judgment No. 350/2540

การครอบครองที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิใดๆที่มิใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทที่เป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะนั้นผู้ครอบครองย่อมมีสิทธิครอบครองและยกขึ้นใช้ยันบุ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up