คำฟ้องและคำให้การ
นายเอี้ยงโจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับนางแฉล้มบุตรจำเลยได้แต่งงานอยู่กินด้วยกันฉันท์สามีภริยา แต่มิได้จดทะเบียนสมรสเกิดบุตรด้วยกัน ๓ คน ระหว่างอยู่กินด้วยกันได้ซื้อที่ดินโฉนดที่ ๓๔๒๒ จากนายช้อยราคา ๑๒๐๐ บาท บัดนี้นายแฉล้มตาย โจทก์ควรมีสิทธิในที่ดินแปลงนี้ครึ่งหนึ่ง แต่จำเลยจะเอาเสียหมด โจทก์จึงฟ้องขอแบ่ง จำเลยปฏิเสธ คู่ความรับกันว่า จำเลยได้ให้เงินนางแฉล้ม ๑๒๐๐ บาท ซื้อที่รายพิพาทลงชื่อนางแฉล้มในโฉนดแต่ผู้เดียว ต่อมา ๗-๘ ปีนางแฉล้มก็ตาย มีบุตรด้วยกัน ๓ คน โจทก์ไม่ได้จดทะเบียนรับรองว่าเป็นบุตร คู่ความต่างไม่สืบพยาน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์กึ่งหนึ่ง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าโจทก์ไม่มีสิทธิในที่พิพาท ที่พิพาทเป็นของจำเลย ด.ช.ฉลอง ด.ญ.บุญล้ำ ด.ช.สมบัติคนละส่วนเท่า ๆ กัน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยได้ออกเงิน ๑๒๐๐ บาทให้นางแฉล้มไปซื้อนาพิพาทใส่ชื่อนางแฉล้มเป็นเจ้าของโจทก์มิได้ออกเงินทองลงทุนเข้าหุ้นด้วย แม้จะอยู่ด้วยกันอย่างผัวเมียแต่ก็มิได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย จึงนับว่าเป็นผัวเมียกันไม่ได้ที่ดินรายพิพาทจึงเป็นทรัพย์ส่วนตัวของนางแฉล้ม เมื่อนางแฉล้มตายลง ทรัพย์รายนี้ก็เป็นมรดกตกทอดไปยังทายาทของนางแฉล้ม ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว
Result
จึงพิพากษายืน