Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 893/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลสั่งรวมพิจารณาคดีแพ่งสองสำนวนเข้าด้วยกันและพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนเนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างประมาทไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลสั่งรวมพิจารณาคดีแพ่งสองสำนวนเข้าด้วยกันและพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนเนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างประมาทไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ในสำนวนแรกยื่นฎีกาแม้ตามฎีกาของจำเลยทั้งสามจะระบุเลขคดีทั้งสองสำนวนก็ตามแต่ในช่องทุนทรัพย์ระบุทุนทรัพย์ตามสำนวนที่สองเท่านั้นคำขอท้ายฎีกาก็ขอให้จำเลยในสำนวนที่สองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยทั้งสาม ค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาก็เสียตามทุนทรัพย์ในสำนวนที่สอง ประกอบกับการที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสามก็ถือทุนทรัพย์ตามสำนวนที่สอง จึงเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสามประสงค์จะฎีกาเฉพาะสำนวนที่สอง ดังนี้ เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2มิได้เป็นคู่ความในสำนวนที่สอง จึงไม่มีสิทธิฎีกา คงเป็นฎีกาเฉพาะของจำเลยที่ 3 ในฐานะที่เป็นโจทก์ในสำนวนที่สองเท่านั้น ผู้ขับรถยนต์เก๋งและรถยนต์บรรทุกต่างฝ่ายต่างประมาทไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เป็นเหตุให้รถชนกัน ความรับผิดในความเสียหายของทั้งสองฝ่ายจึงเป็นอันพับ ไป.

คดีสองสำนวนนี้เดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รวมพิจารณา สำนวนแรกโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ซึ่งเป็นบิดามารดาและทายาทของผู้ขับรถยนต์เก๋งชนรถยนต์บรรทุก ซึ่งโจทก์ที่ 2 เป็นผู้ครอบครองและเอาประกันภัยไว้กับโจทก์ที่ 1 เสียหายด้วยความประมาทของผู้บับรถยนต์เก๋ง รับผิดชอบชอใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 65,960 บาท และขอให้จำเลยที่สามซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์เก๋งคันที่ชนรถยนต์บรรทุกร่วมรับผิดด้วยจำเลยสำนวนแรกให้การว่า เหตุรถชนเกิดจากความประมาทของผู้ขับรถยนต์บรรทุกฝ่ายเดียว จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้องสำนวนที่สอง จำเลยที่ 3 ในสำนวนแรกกลับมาเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ทั้งสองในสำนวนแรก เป็นอีกคดีหนึ่งว่ารถยนต์บรรทุกชนรถยนต์เก๋งที่จำเลยที่ 3 รับประกันภัยไว้เสียหายเป็นเงิน 229,000 บาท

จำเลยที่ 3ได้ใช้เงินจำนวนนี้ให้แก่ผู้รับประโยชน์ไปแล้วจึงเข้ารับช่วงสิทธิฟ้องให้โจทก์ที่ 2 รับผิดในฐานะนายจ้างของผู้ขับรถบรรทุก แลละให้โจทก์ที่ 1 ร่วมรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนหลังจากศาลชั้นต้นพิจารณาคดีเสร็จแล้ว ได้มีคำสั่งให้แยกพิพากษาคดีสองสำนวนโดยคู่ความในคดีหลังขอให้ถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาในคดีแรก แล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงทั้งสองสำนวนว่า ผู้ขับรถยนต์เก๋งและรถยนต์บรรทุกต่างประมาทไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ทั้งสองฝ่ายจึงต่างจะมาเรียกร้องค่าเสียหายจากกันไม่ได้ พิพากษายกฟ้องทั้งสองสำนวน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับโจทก์ทั้งสองสำนวนต่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์สั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาคดีทั้งสองสำนวนเข้าด้วยกันแล้วพิพากษายืนทั้งสองสำนวน

ค่าฤชาธรรมเนียามชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับทั้งสองฝ่ายจำเลยทั้งสามในสำนวนแรกฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...แม้ตามฎีกาของจำเลยทั้งสาม จะระบุเลขคดีทั้งสองสำนวนก็ตาม แต่ในช่องทุนทรัพย์ระบุตัวทุนทรัพย์ตามสำนวนที่สองเท่านั้น คำขอท้ายฎีกาก็ขอให้จำเลยทั้งสอง (น่าจะหมายถึงโจทก์ทั้งสอง) ร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้แก่จำเลยทั้งสามค่าธรรมเนียมในชั้นฎีกาก็เสียตามทุนทรัพย์ตามสำนวนที่สองจึงเห็นได้ชัดว่าจำเลยทั้งสามประสงค์จะฎีกาเฉพาะสำนวนที่สอง เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วจะเห็นได้ว่าสำหรับนายเล็ก ทับพันธุ์บุบผา และนางบุญมาต่างไม่ได้เป็นคู่ความในสำนวนที่สอง ดังนั้นทั้งนายเล็กและนางบุญมาจึงเป็นบุคคลภายนอกคดีตามสำนวนที่สองไม่มีสิทธิฎีกาในสำนวนที่สองคงเป็นฎีกาเฉพาะของบริษัทกรุงเทพประกันภัยจำกัด

จำเลยที่ 3 ในฐานะที่เป็นโจทก์ในสำนวนที่สองเท่านั้น...สำหรับปัญหาว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายประมาทนั้นเชื่อได้ว่ารถยนต์เก๋งได้แล่นล้ำเข้ามาในช่องทางของรถยนต์บรรทุกด้วย ซึ่งถ้าหากรถยนต์เก๋งไม่แล่นด้วยความเร็วและไม่แล่นล้ำเข้าไปในช่องทางเดินรถของรถยนต์บรรทุกและรถยนต์บรรทุกก็ไม่แล่นล้ำเข้าไปในช่องทางเดินรถของรถยนต์เก๋ง รถของทั้งสองฝ่ายก็คงจะหลบหลีกกันได้ตามสภาพของถนนในขณะเกิดเหตุและเหตุก็จะไม่เกิดขึ้น สรุปแล้วจึงเชื่อได้ว่าเหตุที่เกิดขึ้นเพราะต่างฝ่ายต่างขับรถล้ำเข้าไปในทางช่องทางเดินรถของอีกฝ่ายซึ่งเกิดจากความประมาทของทั้งสองฝ่ายนั่นเอง หาใช่เหตุเกิดเพราะรถยนต์บรรทุกจะเลี้ยวไปทางขวาจึงตัดโค้งเข้าไปทางขวามือ แล้วไปชนรถยนต์เก๋งที่แล่นสวนทางมาในช่องทางเดินรถของรถยนต์เก๋งดังที่นายไพจิตร

อุณหลิกัลนพงษ์ พยานฝ่ายจำเลยที่ 3 ซึ่งอ้างว่าได้รับฟังคำบอกเล่าจากชาวบ้านมาเช่นนั้นไม่ ตามรูปคดีเหตุหาใช่เกิดเพราะนางสำเริง ทับพันธุ์ บุบผา ผู้ขับรถยนต์เก๋งขับรถด้วยความเร็วไม่สูงเนื่องจากเป็นผู้หญิง ส่วนนายเชษฐ์ผู้ขับรถยนต์บรรทุกเป็นคนหนุ่มจึงขับรถเร็วและแล่นล้ำเข้าไปในช่องทางเดินรถของรถยนต์เก๋งแต่ฝ่ายเดียวดังจำเลยที่ 3 ฎีกาไม่ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าต่างฝ่ายต่างประมาท ซึ่งเมื่อได้พิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ตามความหนักเบาแห่งความประมาทของทั้งสองฝ่ายแล้ว เห็นว่าไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันความรับผิดในความเสียหายของทั้งสองฝ่ายจึงเป็นอันพับไปที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 3ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน และให้ยกฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาเป็นพับ.

Matter details

Panel of judges
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5439/2561

เมื่อพิจารณาพฤติการณ์ของโจทก์และจำเลยที่เจ้าหน้าที่ของแต่ละฝ่ายกระทำไปนั้น การกระทำของเจ้าหน้าที่จำเลยเป็นเพียงก่อให้เกิดบัญชีเงินฝากที่ไม่ถูกต้องด้วยความประมาทเลินเล่อ แต่การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินฝ…

Supreme Court Judgment No. 5396/2561

ก. กรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์เก็บรักษาสมุดเช็คไว้ในตู้เซฟภายในห้องทำงาน บางครั้งจะให้ ศ. พนักงานการเงินและบัญชีกรอกรายละเอียดในเช็คที่จะสั่งจ่าย ส. ซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์ลักเช็คพิพาททั้งสิบเจ็ดฉบับไปกรอก…

Supreme Court Judgment No. 1137/2559

การเบิกความของ ธ. ตอบคำถามค้านของทนายจำเลยที่ 3 เกี่ยวกับลายมือชื่อของ อ. เป็นการเบิกความไปตามความเห็นหรือความรู้สึกของ ธ. ในลายมือชื่อของ อ. ตามที่เห็นเท่านั้น กรณีไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานว่าลายมื…

Supreme Court Judgment No. 6502/2558

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ผท 6565 ชลบุรีไว้กับจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัย ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ขับรถคันดังกล่าวไปตามถนนสายอ่างศิลามุ่งหน้าไปตลาดอ่างศิลาซึ่งเป็นถนนมีช่องเ…

Supreme Court Judgment No. 10534/2558

ป.วิ.อ. มาตรา 46 บัญญัติไว้ว่า ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาส่วนอาญา คดีนี้ข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติในคดีส่วนอาญาคงมีเพียงว่า จำเลยกระทำโดยประมาท ส่วนข้อเท็จจริง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up