คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำร้ายร่างกาย บาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษ จำเลยปฏิเสธ ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ จำคุก ๔ เดือน โทษจำคุกรอ
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษหนักขึ้น และไม่รอโทษจำคุก
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยส่อไปในทางป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ไม่ควรมีความผิด แม้จำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลก็ยกฟ้องได้ จึงพิพากษายกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษหนักขึ้นและไม่รอ
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นศิษย์อยู่ในปกครองของพระใบฎีกาเอี่ยมผู้เสียหาย วันเกิดเหตุ บังคับจะเอามีดจากจำเลยซึ่งเป็นศิษย์ เนื่องจากจำเลยเป็นคนโมโหร้ายมีมีดไว้กลัวจะมีเรื่องจำเลยแสดงกิริยาขัดขืนจะต่อสู้ ผู้เสียหายจึงใช้ไม้ฟาดไปทีหนึ่ง จำเลยยกแขนขึ้นรับปัดไม้กระเด็นไป จำเลยโถมเข้าหาผู้เสียหายล้มลงกอดปล้ำกันกลิ้งไปมา จำเลยใช้มีดที่ถืออยู่แทงผู้เสียหาย เช่นนี้ เห็นว่า ไม่เป็นการป้องกันสิทธิของตน มาตรา ๖๘ แต่อย่างไร เพราะเมื่อจำเลยปัดไม้กระเด็นไป อันตราย จากไม้นั้นก็สิ้นไปแล้ว และการที่ผู้เสียหายใช้ไม้ฟาดจำเลยไปทีหนึ่ง ก็เป็นการใช้อำนาจของอาจารย์ซึ่งเป็นผู้ปกครองศิษย์ภายในขอบเขตอันสมควร ย่อมไม่ใช่เป็นการข่มเหงจำเลยด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม แม้จำเลยจะบันดาลโทษะขึ้นเพราะเหตุนี้ ก็เป็นการลุแก่โทษะ โดยมิบังควร จะปรับว่า เป็นการบันดาลโทษะตามมาตรา ๗๒ ไม่ได้ ต้องถือว่า เป็นเรื่องลุแก่โทษะโดยมิบังควร ศาลอาญานำมาตรา ๗๒ มาประกอบบทลงโทษจำเลยให้น้อยลง หาชอบไม่ ฎีกาโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยสูงขึ้นฟังได้
Result
พิพากษากลับ ลงโทษ ๒ ปี และให้รอไว้