คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่า จำเลยที่ ๑ ได้กู้เงินโจทก์ไป สัญญากู้ไม่มีกำหนดเวลาใช้เงิน จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันสัญญาค้ำประกันมีกำหนดเพียง ๒ เดือนนับแต่วันทำสัญญา ถ้าพ้น ๒ เดือนไปแล้วผู้ค้ำประกันไม่รับผิด เมื่อครบกำหนดเวลาประกัน ๒ เดือนแล้ว โจทก์ยังได้รับดอกเบี้ยจากจำเลยที่ ๑ อีกเดือนหนึ่งแลเมื่อจวนครบ ๒ เดือน จำเลยที่ ๒ ก็ได้เตือนให้โจทก์เร่งเรียกหนี้นี้ โจทก์เพิกเฉยเสียจนเวลาล่วงเลยมาเกือบ ๑๐ ปี โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ขึ้นดังนี้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อครบกำหนดเวลาประกันแล้ว โจทก์ยังคงรับดอกเบี้ยจากจำเลยที่ ๑ อีกต่อไป เป็นอันว่าโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ยังคงถือสัญญากู้กันต่อไป เป็นอันว่าโจทก์ไม่ถือว่าจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญา เพราะฉะนั้นสัญญาระวางโจทก์กับจำเลยที่ ๒ ก็หมดไป เมื่อจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาในภายหลัง จำเลยที่ ๒ ก็หาต้องรับผิดอีกไม่ จึงตัดสินให้จำเลยที่ ๒ พ้นจากความรับผิดชอบ(วิกรม-พรหม-บัส)นายเทพ+ - พระยาธรรมสารเวทย์ -