เนื้อความคำพิพากษา
เดิมโฉนดที่รายพิพาทมิชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ ๓ คนคือ ฉ.ก.และ ป. ๆ เป็นสามีและบิดาจำเลยทั้ง ๓ ป.ได้ตกลงขายกรรมสิทธิที่ดินฉะเพาะส่วนของตนให้แก่โจทก์ แต่ไม่ได้ทำสัญญาโอนขายกันณหอทะเบียนที่ดิน ป.ได้มอบที่ดินให้โจทก์ ๆ ได้เข้าปกครองทำนาเกลือในที่รายพิพาทมาได้ ๑๑ ปีเศษแล้ว แต่โจทก์กับผู้มีชื่อในโฉนดอีก ๒ คนนั้น ได้ตกลงผลัดเปลี่ยนกันทำมีระยะปีเว้นปีตลอดมา จำเลยมิได้เกี่ยวข้องด้วย โจทก์จึงขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิตามส่วนของ ป.ในโฉนดนั้น ศาลฎีกาตัดสินว่าปัญหาที่จะต้อวินิจฉัยมีว่าโจทก์ได้ครอบครองที่ดินส่วนของ ป.ในโฉนดนั้น ศาลฎีกาตัดสินว่าปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่าโจทก์ได้ครอบครองทีดินส่วนของ ป.โดยทำปีเว้นปีรวมด้วยกันกว่า ๑๐ ปีจะเรียกว่าเป็นการครอบครองตามประมวลแพ่ง
ฯ ม.๑๓๘๒ หรือไม่ การครอบครองของโจทก์แต่เริ่มเข้าทำนั้นเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว แต่โจทก์มิได้ทำเองตลอดมาโดยตกลงกับคนอื่นที่มีชื่อร่วมอยู่ในหน้าโฉนดที่ดินแปลงเดียวกันนี้ ผลัดเปลี่ยนกันทำปีเว้นปี ซึ่งอนุมานไว้ว่าปีใดที่โจทก์มิได้ทำคนอื่นก็ครอบครองแทน ส่วนของโจทก์และปีใดที่โจทก์ทำโจทก์ก็ย่อมครอบครองแทนส่วนของเขา ต่างฝ่ายต่างไม่ได้สละการครอบครองเลย ม.๑๓๖๘ ย่อมครอบครองแทนกันได้จึ่งถือได้ว่าโจทก์ได้ครอบครองติดต่อกันโดยนิตินัยจึงสามารถได้กรรมสิทธิตาม ม.๑๓๘๒
Result
พิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง ๒ ให้โจทก์ชนะคดี