Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 895/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ในชั้นบังคับคดีที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่1เพื่อนำออกขายทอดตลาดชำระหนี้ให้แก่โจทก์โจทก์กับจำเลยตกลงจะทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแต่ก็ยังไม่อาจตกลงกันในรายละเอียดเกี่ยวกับสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวได้ต่อมาโจทก์ขอถอนฟ้องคดีอาญาโดยอ้างว่าโจทก์กับจำเลยตกลงกันได้แล้วในสาระสำคัญศาลชั้นต้นจึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องคดีอาญาดังกล่าวได้แต่ต่อมาไม่ปรากฎว่าโจทก์กับจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเพื่อระงับข้อพิพาทในคดีนี้ฉะนั้นหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้จึงยังไม่ระงับทั้งปรากฎว่าจำเลยยังไม่ได้ชำระหนี้ในคดีนี้ครบถ้วนตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์โจทก์จึงชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความมาตรา271 หากมีการประนีประนอมยอมความกันนอกศาลจริงก็เป็นเรื่องที่จำเลยจะยกขึ้นว่ากล่าวแก่โจทก์เป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากไม่เป็นเหตุที่จำเลยจะยกอ้างเพื่อให้ศาลมีคำสั่งถอนการบังคับคดีนี้ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยที่จำเลยทั้งห้าร่วมกันทำหนังสือรับใช้หนี้แทนนายปัญญา อับดุลอารีย์ ซึ่งกู้ยืมเงินไปจากโจทก์ คดีถึงที่สุดโดยศาลาพิพากษาให้บังคับคดีคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2532 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 31,250 บาทแต่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์โจทก์ขอให้บังคับคดีจำเลยที่ 1 และที่ 3 ยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 1 และอยู่ในระหว่างการขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์แต่โจทก์

จำเลยที่ 1 และที่ 3 กับพวกได้ฟ้องซึ่งกันและกันเป็นคดีอาญาต่อศาลชั้นต้นต่อมาโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ตกลงประนีประนอมยอมความเพื่อระงับข้อพิพาททั้งปวงในคดีอาญาและคดีแพ่งและตกลงไม่ถือเอาผลของคำพิพากษาในคดีนี้โดยจำเลยที่ 1 และที่ 3 จะชำระเงิน 300,000 บาท ให้แก่โจทก์ การที่โจทก์ขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาจึงฝ่าฝืนต่อสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ขอให้เพิกถอนการบังคับคดีโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่เคยทำสัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อระงับข้อพิพาทในคดีนี้ ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยในคดีอาญาซึ่งศาลชั้นต้นบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความจึงไม่มีผลผูกพันโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ในคดีนี้

เมื่อจำเลยที่ 1และที่ 3 ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ โจทก์ก็ชอบที่จะขอให้บังคับคดีได้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 3จำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกาขอให้ถอนการบังคับคดีนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 3ตกลงจะทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน แต่ก็ยังไม่อาจตกลงกันในรายละเอียดเกี่ยวกับสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวได้ ซึ่งปรากฏตามสำเนารายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น เอกสารหมายล.1 ถึง ล.3 ต่อมาวันที่ 27 มีนาคม 2538 โจทก์ขอถอนฟ้องคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 301/2536 ของศาลชั้นต้น โดยอ้างว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ตกลงกันได้แล้วในสาระสำคัญ ศาลชั้นต้นจึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องคดีอาญาดังกล่าวได้ ปรากฎตามสำเนาสำเนาคำร้องและสำเนารายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น เอกสารหมาย ล.4 และ ล.5 แต่ต่อมาไม่ปรากฎว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเพื่อระงับข้อพิพาทในคดีนี้

ฉะนั้น หนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้จึงยังไม่ระงับทั้งปรากฎว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 ยังไม่ได้ชำระหนี้ในคดีนี้ครบถ้วนตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ โจทก์จึงชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 371 ที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 อ้างมาในฎีกาว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ตกลงประนีประนอมยอมความกันนอกศาล นั้น เห็นว่า หากมีการประนีประนอมยอมความกันนอกศาลจริง ก็เป็นเรื่องที่จำเลยที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 จะยกขึ้นว่ากล่าวแก่โจทก์เป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ไม่เป็นเหตุที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 จะยกขึ้นอ้างเพื่อให้ศาลมีคำสั่งถอนการบังคับคดีได้พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ยรรยง ปานุราช · ไพศาล รางชางกูร · พิธี อุปปาติก
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2576/2531

คดีนี้ถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่แบ่งทรัพย์มรดกให้โจทก์จำนวน 9 ส่วนใน 21 ส่วน ในระหว่างบังคับคดีโจทก์ จำเลยทั้งสี่ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยศาลชั้นต้นรับรู้เป็นผู้ทำให้มีข้อตกลงก…

Supreme Court Judgment No. 2564/2567

กระบวนวิธีการบังคับคดีในขั้นตอนต่าง ๆ นั้น หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวเห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ…

Supreme Court Judgment No. 3319/2565

เมื่อโจทก์ยื่นคําร้องลงวันที่ 9 ตุลาคม 2562 ขอให้ศาลชั้นต้นนัดพร้อมเพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ขัดต่อกฎหมาย จําเลยที่ 1 ได้ยื่นคําร้องลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 ว่า จ…

Supreme Court Judgment No. 10238/2556

การร้องขอให้ถอนการบังคับคดีต้องมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 295 แต่ตามคำร้องของจำเลยที่ 6 ซึ่งมีเนื้อหาเป็นทำนองขอให้ศาลชั้นต้นถอนการบังคับคดีนั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 6 ได้อ…

Supreme Court Judgment No. 5478/2553

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมกำหนดไว้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ หนี้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้เงินกู้รวม 36,130,856.01 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 ตกลงร่วมรับผิดใ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up