คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนายบุญทา ดอกเข็ม ผู้เสียหาย ได้ทำความตกลงยอมรับปฏิบัติตามประเพณีท้องถิ่นว่าจำเลยเป็นลูกน้องผู้เสียหายเป็นนายทุนออกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้จำเลยใช้ในการขุดหาพลอย เมื่อจำเลยขุดหาพลอยได้เท่าใด จำเลยและผู้เสียหายมีส่วนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์พลอยนั้นคนละครึ่งหรือเมื่อนำไปขายได้ ต้องแบ่งเงินกันคนละครึ่ง ต่อมาจำเลยขุดได้พลอยหนึ่งเม็ด หนัก 30 กาหรัด ราคา 30,000 บาท ผู้เสียหายจึงมีส่วนกรรมสิทธิ์ครึ่งหนึ่ง และจำเลยเป็นผู้ได้รับมอบหมายจากผู้เสียหายให้ครอบครองเก็บรักษาพลอยนั้นแล้ว จำเลยได้เบียดบังยักยอกเอาพลอยที่จำเลยครอบครองไว้ดังกล่าวซึ่งผู้เสียหายเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เป็นของตนขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาพลอยเฉพาะส่วนของผู้เสียหาย 15,000 บาทจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์หนึ่งปากแล้ว
งดสืบพยาน วินิจฉัยว่าผู้เสียหายยังมิได้เข้ายึดถือครอบครองพลอย จึงยังมิได้เป็นเจ้าของการกระทำของจำเลยเป็นผิดสัญญาทางแพ่งไม่เป็นผิดทางอาญา พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องของโจทก์มีอยู่ตอนหนึ่งว่า ผู้เสียหายกับจำเลยได้ตกลงกันและยอมรับปฏิบัติตามประเพณีท้องถิ่นว่า เมื่อจำเลยขุดหาได้พลอยเท่าใด จำเลยและผู้เสียหายมีส่วนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในพลอยนั้นคนละครึ่ง ครั้นต่อมาจำเลยขุดพลอยได้หนึ่งเม็ดและจำเลยเป็นผู้ได้รับมอบหมายจากผู้เสียหายให้ครอบครองเก็บรักษาพลอยดังกล่าวไว้ จำเลยได้บังอาจเบียดบังยักยอกเอาพลอยที่จำเลยครอบครองไว้ดังกล่าวซึ่งผู้เสียหายเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปเป็นของตนโดยทุจริตเรื่องนี้ถ้าหากให้โจทก์และจำเลยนำพยานมาสืบจนหมดสิ้นกระแสความแล้ว ข้อเท็จจริงอาจได้ความตามฟ้องก็ได้ ตามคำผู้เสียหายดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะชี้ขาดว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่จึงควรจะได้ฟังพยานต่อไป
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ เป็นการชอบแล้ว ฎีกาจำเลยไม่มีเหตุที่จะให้เปลี่ยนแปลงพิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย