Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2506 (ref. 90438)

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พระราชบัญญัติการควบคุมตัวผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วยป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2505 ไม่ใช่กฎหมายที่บัญญัติย้อนหลังให้ลงโทษบุคคลในทางอาญา และไม่ใช่เป็นการบัญญัติดังศาลขึ้นใหม่แต่เป็นเพียงวางวิธีการร้องขอให้ผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ปฏิบัติเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเท่านั้น จึงหาขัดต่อธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.250+ มาตรา 20 ไม่ นอกจากนี้พระราชบัญญัติดังกล่าวยังไม่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลและวิธีพิจารณาความให้ใช้บังคับเฉพาะคดีและเฉพาะคนกลุ่มหนึ่งเพราะเป็นกรณีที่บัญญัติขึ้นใช้แก่คดีประเภทใดประเภทหนึ่ง เป็นการทั่วไป ฉะนั้น จึงต้องถือว่า ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้โดยชอบ หาตกเป็นโมฆะอย่างใดไม่ ฉะนั้น ผู้ร้องซึ่งถูกควบคุมตัวไว้ในข้อหาว่ามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลปล่อย ระหว่างศาลไต่สวนมีพระราชบัญญัติดังกล่าวประกาศใช้ ศาลย่อมมีคำสั่งให้ยกคำร้องนั้นเสียได้

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 87 ป.วิ.พ. Section 90 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2534 Section 3 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2534 Section 4 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2534 Section 5 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2502 Section 20

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องทั้งสองสำนวนร้องว่าเจ้าพนักงานตำรวจได้จับผู้ร้องในข้อหาว่ามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์และความผิดต่อความมั่นคงของรัฐแล้วควบคุมตัวผู้ร้องไว้ตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๒ ทั้ง ๆ ที่การสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว จึงเป็นการควบคุมผู้ร้องไว้ขัดต่อประกาศคณะปฏิบัติ ฉบับที่ ๑๒ และ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๘๗ ด้วย คือ ควบคุมไว้เกินกว่าจำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานของเจ้าพนักงานตำรวจผู้ควบคุมตัวไว้เสร็จสิ้นแล้ว ยังมิทันลงมือไต่สวนพยานของผู้ร้องได้มีพระราชบัญญัติการควบคุมตัวผู้ต้องหา ว่ากระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วยป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ.๒๕๐๕ ศาลชั้นต้นจึงสั่งงดไต่สวนไว้เพียงนั้น และมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสองสำนวน

ผู้ร้องทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาพระราชบัญญัติการควบคุมผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วยป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ.๒๕๐๕ แล้ว เห็นว่า ได้มีคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๗๑-๗๗๒/๒๕๐๖ วินิจฉัยไว้แล้วว่า พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช่กฎหมายสารบัญญัติที่บัญญัติย้อนหลังให้ลงโทษบุคคลในทางอาญา และไม่ใช่เป็นการบัญญัติจัดตั้งศาลขึ้นใหม่ เป็นแต่เพียงวางวิธีการร้องขอให้ผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วยป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ปฏิบัติเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเท่านั้น จึงหาขัดต่อธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๒+ไม่ และไม่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลและวิธีพิจารณาความให้ใช้บังคับเฉพาะคดีและเฉพาะคนกลุ่มหนึ่ง

เพราะการบัญญัติกฎหมายเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลหรือวิธีพิจารณาความ จะกระทำมิได้ตามที่เคยมีรัฐธรรมนูญบัญญัติห้ามไว้นั้น ต้องเป็นกรณีที่บัญญัติขึ้นเพื่อใช้บังคับแก่คดีในคดีหนึ่งโดยเฉพาะ คือ ไม่บังคับแก่คดีอื่น ๆ ทั้ง ๆ ที่เป็นคดีประเภทเดียวกันด้วย ถ้าเป็นกรณีที่บัญญัติขึ้นเพื่อใช้แก่คดีประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการทั่วๆ ไป ดังพระราชบัญญัติดังกล่าวซึ่งใช้บังคับผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วยป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ทั่วหน้ากันเช่นนี้ หาตกอยู่ในข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญนั้นด้วยไม่ และต้องถือว่าพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้โดยชอบ หาตกเป็นโมฆะแต่ประการใดไม่ เป็นอันว่า

ตั้งแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว สิทธิของผู้ร้องที่จะร้องขอต่อศาลให้พิจารณาสั่งปล่อยจากการควบคุมตามมาตรา ๙๐ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งแม้จะยื่นคำร้องขอไว้ต่อศาลแล้ว ก็ต้องระงับลงตามบทบังคับของพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะนำมาตรา ๙๐ มาใช้บังคับแก่กรณีการควบคุมตัวผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ.๒๔๙๕ ซึ่งพนักงานสอบสวนควบคุมตัวไว้ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๒ ในระหว่างที่ยังคงใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.๒๕๐๒ อยู่ ไม่ได้ ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ให้ยกฎีกาของผู้ร้องทั้งสองสำนวน

Matter details

Panel of judges
การุณย์นราทร · ห้วน ประชาบาล · ยุ้ย อาตมียะนันทน์
Lower court
ศาลอาญา - นายสุธรรม วรรณแสง
ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4052/2567

แม้จำเลยที่ 2 และโจทก์ทั้งสองต่างไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างเอกสารเป็นพยาน และส่งเอกสารดังกล่าวต่อศาลกับส่งให้คู่ความอีกฝ่ายซึ่งสำเนาเอกสารนั้นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรร…

Supreme Court Judgment No. 3201/2559

บัญชีระบุพยานของโจทก์ระบุเพียงต้นฉบับหรือสำเนาสัญญาซ่อมเรือพร้อมคำแปลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับ "Work Done Report" แต่อย่างใด ถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความจำนงที่จะอ้างอิ…

Supreme Court Judgment No. 5637/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ ร. เป็นผู้ดำเนินคดีนี้รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ และ ร. มอบอำนาจช่วงให้ ก. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทน ซึ่งตามหนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัท น. โดย ร. ผู้…

Supreme Court Judgment No. 4108/2558

ป.วิ.พ. มาตรา 87 (2) ใช้ในกรณีที่คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานหลักฐานได้แสดงความจำนงที่จะอ้างอิงพยานหลักฐาน แต่มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานให้ถูกต้องไว้ตามมาตรา 88 และในกรณีที่คู่ความมิได้ส่งสำเนาเอกสารล่วงหน้าตาม…

Supreme Court Judgment No. 19031/2556

โจทก์ไม่ได้บรรยายข้อเท็จจริงมาในฎีกาว่าจำเลยที่ 1 กระทำการใดขัดต่อบทบัญญัติของ ป.วิ.พ. มาตรา 88 อันจะทำให้ศาลรับฟังการ์ดบัญชีเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ จึงเป็นฎีกาไม่ชัดแจ้งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up