Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 911/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์เป็นเพียงผู้แทนให้จำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า บี.เอ็ม.ดับบลิว ของบริษัท ม. โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะใช้สิทธิฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องจากความผิดทางอาญาดังนั้นโจทก์จะอาศัยสิทธิตามกำหนดอายุความตามมาตรา 168 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 51 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (คืออายุความ 10 ปี) มาเป็นกำหนดอายุความไม่ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าที่ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติคุณในทางการค้าของโจทก์ทั้งอดีตและปัจจุบัน เป็นเงิน 200,000 บาท ค่าทำให้กิจการของโจทก์เกิดขาดทุนย่อยยับนับแต่ปี พ.ศ. 2510 ถึง พ.ศ. 2515 เป็นเงิน 800,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,000,000 บาท และให้เสียดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีในจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าใช้เงินเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า อะไหล่รถจักรยานยนต์ บี.เอ็ม.ดับบลิวที่จำเลยจำหน่าย บางส่วนซื้อมาจากโจทก์ บางส่วนซื้อจากผู้ผลิต

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแขวงพระนครเหนือได้พิพากษาคดีถึงที่สุดแล้วว่าอะไหล่ที่จำเลยจำหน่ายเป็นอะไหล่ที่แท้จริงไม่ใช่ของปลอมจำเลยไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ฟ้องคดีนี้เกิน 1 ปีแล้ว จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ทราบเรื่องละเมิดของจำเลยทั้งสองตั้งแต่เข้าไปเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7064/2510 ของศาลแขวงพระนครเหนือแล้ว โจทก์ไม่ฟ้องคดีภายใน 1 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า แม้ในคดีอาญาศาลพิพากษาลงโทษจำเลยเสร็จเด็ดขาดฐานเอาเครื่องหมาย บี.เอ็ม.ดับบลิว มาใช้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 แต่บริษัทเมเยอร์ริสต์มอเตอร์เอนเวอร์ค เอ.จี ประเทศเยอรมันได้ทำสัญญาให้โจทก์เป็นเพียงผู้แทนจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า

บี.เอ็ม.ดับบลิว เท่านั้น โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายที่จะฟ้องทางแพ่งเนื่องจากความผิดทางอาญา หากโจทก์จะมีการเสียหายจริงก็เป็นการเสียหายประการอื่นที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 51 อายุความฟ้องร้องของโจทก์ต้องบังคับตามหลักทั่วไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 เมื่อโจทก์รู้ว่าจำเลยทำละเมิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 แต่มาฟ้องเมื่อ พ.ศ. 2517 (ที่ถูกฟ้องเมื่อ พ.ศ. 2516) คดีจึงขาดอายุความแล้วพิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า บริษัทเมเยอร์รีสต์มอเตอร์เรนเจอร์ค เอ.จี ประเทศเยอรมันเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า

"บี.เอ็ม.ดับบลิว" ได้ตกลงให้โจทก์เป็นผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ บี.เอ็ม.ดับบลิว กับเครื่องอะไหล่แต่ผู้เดียวในประเทศไทย ต่อมาปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้ขายเครื่องอะไหล่เครื่องหมายการค้า บี.เอ็ม.ดับบลิว ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือได้ฟ้องจำเลยทั้งสองทางคดีอาญา และบริษัทเมเยอร์รีสต์มอเตอร์เรนเวอร์ค เอ.จี โดยนายสกล เตชะพูนผล (ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ในคดีนี้) ผู้รับมอบอำนาจได้เป็นโจทก์ร่วมกับผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือด้วย ผลของคดีที่จำเลยทั้งสองถูกฟ้องนั้นถึงที่สุดแล้ว โดยศาลฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองได้สั่งเครื่องอะไหล่รถจักรยานยนต์ของบริษัทเมเยอร์รีสต์มอเตอร์เรนเวอร์ค เอ.จี โจทก์ร่วมจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย ในการนี้จำเลยติดเครื่องหมาย

บี.เอ็ม.ดับบลิว อันเป็นเครื่องหมายของโจทก์ร่วมไว้ที่หน้าห้างจำเลย ทั้งพิมพ์เครื่องหมายนี้ไว้ในนามบัตรของจำเลยด้วยโดยไม่มีอำนาจที่จะนำมาใช้ เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นการค้าของโจทก์ร่วม เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272(1) ให้ปรับจำเลยคนละ 2,000 บาท ดังปรากฏตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1591/2513

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ในคดีอาญาศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหาความผิดเกี่ยวกับการค้า เพราะจำเลยทั้งสองเอาเครื่องหมายการค้า บี.เอ็ม.ดับบลิว ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทเมเยอร์รีสต์มอเตอร์เรนเวอร์ค เอ.จี ไปใช้ในการประกอบการค้าของจำเลยเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นการค้าของบริษัทเมเยอร์รีสต์มอเตอร์เรนเวอร์ค เอ.จี บริษัทเมเยอร์รีสต์มอเตอร์เรนเวอร์ค เอ.จี เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า บี.เอ็ม.ดับบลิว จึงเป็นผู้เสียหาย ส่วนโจทก์เป็นเพียงผู้แทนให้จำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายดังกล่าวของบริษัทเมเยอร์รีสต์มอเตอร์เรนเวอร์ค เอ.จี เท่านั้น โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านี้ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะใช้สิทธิฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องจากความผิดทางอาญาดังกล่าวได้ ฉะนั้นโจทก์จะอาศัยสิทธิตามกำหนดอายุความในมาตรา 168 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 51 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (คืออายุความ 10 ปี) มาเป็นกำหนดอายุความหาได้ไม่พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม · สมชัย ทรัพยวณิช
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6026/2550

ในคดีอาญาของศาลชั้นต้น พนักงานอัยการประจำศาลชั้นต้นฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้โจทก์ที่ 1 ได้รับอันตรายสาหัส ร. ซึ่งนั่งมาในรถยนต์คันเดียวกันกับโจทก์ที่ 1 ได้รับอันตรายแก่กายหรื…

Supreme Court Judgment No. 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

Supreme Court Judgment No. 8722/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วและรื้อบ้านของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท โจทก์ห้ามปรามแล้วแต่จำเลยทั้งสามไม่ฟัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหา…

Supreme Court Judgment No. 22850/2555

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ตามสัญญาจ้างเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าบกระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 5 ข้อ 4 เกี่ยวกับการส่งมอบงานงวดที่ 3 อันเป็นงวดสุดท้าย คู่สัญญาทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างต้องมีการทดลองระบบทุกระบบที่ติดต…

Supreme Court Judgment No. 1818/2541

ประเด็นในคดีอาญาและคดีนี้เป็นประเด็นเดียวกันว่าจำเลยกระทำโดยประมาทเลินเล่อหรือไม่ กรณีจึงเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา เมื่อโจทก์ที่ 1 เป็นผู้รับช่วงสิทธิของโจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยมาฟ้อ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up