Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 9171/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องฐานร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ฐานทำให้เสียทรัพย์ ฐานร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 บุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายที่ 1 ทำให้เสียทรัพย์ของผู้เสียหายทั้งสาม และมีเจตนาเพียงทำร้ายผู้เสียหายที่ 1 และผู้ตาย การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน โดยเป็นความผิดฐานร่วมกันบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทอีกกระทงหนึ่ง ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากแยกจากกันได้จากความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 83, 91, 288, 289, 358, 364, 365, 371 ริบของกลาง

จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วจำเลยที่ 6 ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 289 (4), 358, 362, 365, (1) (2) (3), 371 การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ให้จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ฐานร่วมกันบุกรุกเคหสถานของผู้อื่นในเวลากลางคืน โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธ โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

ลงโทษฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ประหารชีวิต จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 4 อายุ 19 ปี รู้ผิดชอบชั่วดีแล้ว จึงไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ จำเลยที่ 6 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 (ที่ถูกประกอบมาตรา 52 (2)) กึ่งหนึ่ง ฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ คงจำคุก 3 เดือน ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน คงจำคุกตลอดชีวิต แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ต้องโทษประหารชีวิตแล้วและจำเลยที่ 6 ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว จึงให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 เพียงสถานเดียว และให้จำคุกจำเลยที่ 6 ตลอดชีวิต

เพียงสถานเดียว ริบของกลาง ยกฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 และที่ 5 ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 296, 290 วรรคสอง, 358, 365 (1) (2) (3) ประกอบมาตรา 364, 371 ประกอบมาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 (ที่ถูก มาตรา 91) ฐานร่วมกันพาอาวุธไปโดยไม่มีเหตุสมควร ไม่กำหนดโทษ ฐานร่วมกันบุกรุกเคหสถานของผู้อื่นในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธและใช้กำลังประทุษร้าย ฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 คนละ 10 ปี ลดโทษให้จำเลยที่ 6 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 6 มีกำหนด 5 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดตามฟ้องฐานร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ฐานทำให้เสียทรัพย์ และฐานร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน สามารถแยกการกระทำความผิดแต่ละฐานได้อย่างชัดเจน เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เห็นว่า นอกจากจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 จะร่วมกันบุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายที่ 1 ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธแล้วร่วมกันใช้กำลังประทุษร้าย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 ได้รับอันตรายแก่กาย และผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 ยังได้บุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายที่ 1 ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธแล้วร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ทรัพย์สินของผู้เสียหายที่ 1 หลายรายการ

ทั้งยังทำให้เสียหายซึ่งรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ 2 และรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งของผู้เสียหายที่ 3 การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 มีความผิดฐานร่วมกันบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทอีกกระทงหนึ่ง ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากแยกจากกันได้ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน แต่ที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำแก้ฎีกาขอให้ยกฟ้องโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 3 และที่ 4 ขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษนั้น จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 มิได้ยื่นฎีกาภายในกำหนดเวลา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 ยังมีความผิดฐานร่วมกันบุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ และทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 365 (1) (2) (3) ประกอบมาตรา 364, 83 อีกกระทงหนึ่ง ให้ลงโทษฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (1) (2) (3) ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 6 เดือน จำเลยที่ 6 ให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 6 ในความผิดฐานนี้ มีกำหนด 3 เดือน เมื่อรวมทุกกระทงความผิดแล้ว ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 มีกำหนดคนละ 10 ปี 6 เดือน จำคุกจำเลยที่ 6 มีกำหนด 5 ปี 3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8

Matter details

Panel of judges
สู่บุญ วุฒิวงศ์ · สมชาย สินเกษม · ปริญญา ดีผดุง
Lower court
ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายกิตติศักดิ์ อเนกธีรกุล
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายจักษ์ชัย เยพิทักษ์
Supreme Court black case no.
อ.5059/2551
Trial court black case no.
อ4041/2544
Trial court red case no.
อ1602/2548
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 321/2535

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 ประกอบด้วยมาตรา 65 วรรคสองจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้อง ไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มา…

Supreme Court Judgment No. 8163/2557

จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุและกระทำอนาจารผู้เสียหายแล้วออกจากบ้านไป ถือว่าเป็นความผิดสำเร็จแล้ว จากนั้นจำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุโดยมีวัตถุของแข็งอีกครั้งเพื่อประทุษร้ายร่างกายผู้เสียหา…

Supreme Court Judgment No. 11810/2553

จำเลยที่ 1 กับพวกเข้าไปในบริเวณโรงงานซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายแล้วทุบอิฐบล็อกและคอนกรีตที่ก่อสร้าง กับรื้อเหล็กโครงสร้างของอาคารห้องพักคนงานของผู้เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ แล้วเอาเหล็กโครง…

Supreme Court Judgment No. 3668/2545

่จำเลยกับพวกขึ้นไปบนบ้านของผู้เสียหายที่ 1 แล้วจับแขนผู้เสียหายที่ 2 ลากลงจากบ้านพาไปข่มขืนกระทำชำเรายังบ้านที่เกิดเหตุนั้นเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงอยู่ในวาระเดียวกันไม่ขาดตอน และตามพฤติการณ์ก…

Supreme Court Judgment No. 5544/2531

การกระทำที่จะเป็นความผิดสำเร็จฐานวางเพลิงเผาทรัพย์นั้นไม่หมายความเพียงว่าเอาเพลิงไปวางเท่านั้น หากต้องเป็นการเผาทำให้เกิดเพลิงไหม้ทรัพย์นั้นติดไฟขึ้นด้วย เพียงแต่ทรัพย์มีรอยเกรียม ดำแต่ยังไม่ไหม้ไฟ ยั…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up