Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 921/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์นำสินค้าเข้าโดยเสียภาษีอากรครบถ้วนแล้ว แม้ว่าต่อมาโจทก์จะยื่นคำร้องขอส่งสินค้ากลับออกไปภายในหนึ่งปี นับแต่วันนำเข้า แต่เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยได้เปิดตรวจสินค้าเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสำแดงชื่อยี่ห้อสินค้า ปรากฏว่าสินค้าบางส่วนไม่ตรงตามสำแดงอันเป็นความผิดฐานยื่นคำร้องขออันเกี่ยวกับของอันเป็นเท็จมีความผิดตามมาตรา 60,99 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ. 2469 และไม่อยู่ในเงื่อนไขที่จะได้รับคืนเงินอากรโจทก์อุทธรณ์เจ้าพนักงานของจำเลยพิจารณาอุทธรณ์แล้วเห็นว่าการกระทำของโจทก์เป็นความผิดฐานสำแดงเท็จตามมาตรา 99 ให้เปรียบเทียบปรับ 50,000 บาท เพื่อ ระงับคดี และให้แก้ใบขนสินค้าให้ถูกต้องเพื่อผ่านพิธีการศุลกากรไปได้ โจทก์ส่งสินค้ากลับออกไปนอกราชอาณาจักรเมื่อเกินหนึ่งปีนับแต่วันนำเข้า แสดงว่า โจทก์ไม่สามารถส่งสินค้าออกไปได้เนื่องจากเจ้าพนักงานของจำเลยได้กักสินค้าไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย แต่เมื่อการกระทำของโจทก์เป็นการสำแดงเท็จเจ้าพนักงานของจำเลยจึงกักสินค้าไว้โดยชอบด้วยกฎหมาย แม้ต่อมาเจ้าพนักงานของจำเลยจะอนุญาตให้โจทก์ส่งสินค้าดังกล่าวกลับออกไปยังเมืองต่างประเทศก็ตามแต่ก็ด้วยเหตุผลที่ไม่ปรากฏว่าโจทก์มีเจตนาทุจริตในการขอคืนเงินอากรและเชื่อว่าของที่จะส่งออกทั้งหมดเป็นของรายเดียวกันกับที่นำเข้าดังนั้น การที่โจทก์ไม่สามารถส่งสินค้ากลับออกไปยังเมืองต่างประเทศภายในหนึ่งปี ได้นั้นจึงเป็นความผิดของโจทก์ที่สำแดงใบขนสินค้าอันเป็นเท็จ เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานของจำเลยกักยึดสินค้าของโจทก์ไว้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอคืนเงินอากรขาเข้าตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9)พ.ศ. 2482 มาตรา 19

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 Section 60 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 Section 99 พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 Section 19

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินอากรจำนวน 471,032 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน428,211 บาท นับถัดจากวันฟ้องจรนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินอากรขาเข้าคืนพร้อมดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยคืนเงินอากรขาเข้าให้โจทก์เป็นเงิน 428,211 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 16 มกราคม 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จแต่ดอกเบี้ยก่อนฟ้องต้องไม่เกิน 42,821 บาทจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่าแล้วข้อเท็จจริงรับกันว่า เมื่อเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน 2536โจทก์นำสินค้าสายไฟฟ้าสำหรับแผงวงจรไฟฟ้าเข้ามาในราชอาณาจักรตามใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมเอกสารประกอบ

โจทก์สำแดงยี่ห้อสินค้าทั้งสามใบขนสินค้าว่า"ทาชิอิ" (TACHII) แต่ตามบัญชีราคาสินค้าและใบรายการบรรจุหีบห่อที่ยื่นประกอบใบขนสินค้าขาเข้าแต่ละฉบับมิได้ระบุยี่ห้อของสินค้า ต่อมาวันที่ 4 และ 7กรกฎาคม 2537 โจทก์ได้ยื่นคำร้องเพื่อขอส่งสินค้าที่นำเข้าดังกล่าวกลับออกไปยังประเทศมาเลเซีในแบบรีเอ็กซ์ปอร์ตและยื่นใบขนสินค้าขาออกพร้อมเอกสารประกอบ กองตรวจสินค้าขาออกได้อนุมัติให้ผ่านพิธีการใบขนสินค้าขาออกไปก่อนได้ส่วนการพิจารณาว่าจะอยู่ในเงื่อนไขของมาตรา 19แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482หรือไม่ และจะมีสิทธิได้รับคืนเงินอากรหรือไม่ให้อยู่ในดุลพินิจของกองคืนอากรภายหลัง วันที่ 12 กรกฎาคม 2537เจ้าพนักงานของจำเลยได้เปิดตรวจปรากฏว่าสินค้าบางส่วนไม่ตรงตามสำแดง

เช่น พบสินค้ายี่ห้อ "ฮิตาชิ"ซึ่งใบขนสินค้าขาออกสำแดงเป็นยี่ห้อ "ทาชิอิ"เจ้าพนักงานผู้ตรวจมีความเห็นว่า โจทก์มีความผิดฐานยื่นคำขออันเกี่ยวกับของอันเป็นเท็จ เป็นการทุจริตเพื่อขอคืนเงินอากรขาเข้าตาม มาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 อันเป็นความผิดตามมาตรา 60, 99 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469และไม่อยู่ในเงื่อนไขที่จะได้รับคืนเงินอากร และได้มีการเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับ วันที่ 24 สิงหาคม 2537 โจทก์ชี้แจงรายละเอียดชนิดของสินค้าโดยแจ้งว่าสินค้าเป็นวัตถุดิบนำเข้าเพื่อผลิตส่งออกแต่ลูกค้ายกเลิกการสั่งซื้อ จำเป็นต้องส่งสินค้าดังกล่าวกลับออกไปแบบรีเอ็กช์ปอร์ต วันที่30 สิงหาคม 2537 เจ้าพนักงานของจำเลยได้สั่งให้ตรวจสอบเพิ่มเติม วันที่ 5 กันยายน 2537 เจ้าพนักงานผู้ตรวจสอบเพิ่มเติมได้บันทึกผลการตรวจสอบว่า

สินค้าตามใบขนสินค้าขาออกทั้งสามใบขนไม่อยู่ในเงื่อนไขที่จะขอคืนเงินอากรและเป็นความผิดตามมาตรา 60, 99 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 การสำแดงยี่ห้อของสินค้าเป็น"ทาชิอิ" แต่ตรวจพบเป็น "ฮิตาชิ" ในรุ่นและขนาดต่าง ๆกัน ไม่เป็นเหตุให้ราคาและค่าภาษีอากรเปลี่ยนแปลงวันที่ 21 กันยายน 2537 โจทก์ได้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเจ้าพนักงานของจำเลยคงมีความเห็นเช่นเดิม ต่อมาวันที่4 พฤศจิกายน 2537

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ชั้นศุลกากรโดยยื่นต่อกรมศุลกากร และได้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมประกอบเข้ามาด้วยเจ้าพนักงานของจำเลยได้ร่วมกับผู้แทนโจทก์ตรวจสอบสินค้าประกอบเอกสารที่ส่งเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2537อันครั้งหนึ่ง ในการพิจารณาอุทธรณ์เห็นว่าการสำแดงยี่ห้อปริมาณ และหน่วยวัดความยาวของสินค้าไม่ถูกต้องแต่ไม่ปรากฏว่ามีเจตนาทุจริตในการขอคืนเงินอากร การกระทำของโจทก์เป็นความผิดฐานสำแดงเท็จตามมาตรา 99ให้เปรียบเทียบปรับ 50,000 บาท เพื่อระงับคดีและให้แก้ใบขนสินค้าให้ถูกต้องเพื่อผ่านพิธีการศุลกากรไปได้ โดยรองอธิบดีกรมศุลกากรปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมศุลกากรมีคำสั่งเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2537 โจทก์ส่งสินค้ากลับออกไปนอกราชอาณาจักรเมื่อเดือนมกราคม 2538 โจทก์ขอคืนอากรเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2538ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่าโจทก์มีสิทธิได้รับคืนเงินอากรขาเข้าหรือไม่

เห็นว่าตามพระราชบัญญัติศุลกากร(ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 มาตรา 19 บัญญัติไว้มีใจความว่าของใดที่พิสูจน์เป็นที่พอใจอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายว่าเป็นของรายเดียวกันกับที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรและเสียอากรแล้ว ถ้าส่งกลับออกไปยังเมืองต่างประเทศหรือส่งกลับไปเป็นของใช้สิ้นเปลืองในเรือเดินทางไปเมืองต่างประเทศให้คืนเงินอากรขาเข้าให้แก่ผู้นำของเข้าเก้าในสิบส่วนภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ (ค) ของนั้นได้ส่งกลับออกไปภายในหนึ่งปีนับแต่วันนำเข้า และ (ง) ต้องขอคืนเงินอากรภายในหกเดือนนับแต่วันที่ส่งของนั้นกลับออกไป เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์นำสินค้าเข้า 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่8 สิงหาคม 2536 ตามใบขนสินค้าขาเข้าเลขที่0106-0086-0757 ครั้งที่สองเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2536ตามใบขนสินค้าขาเข้าเลขที่ 0106-0086-3137 และครั้งที่สามเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2536 ตามใบขนสินค้าขาเข้าเลขที่0106-0096-3834 และโจทก์ได้เสียภาษีอากรครบถ้วนแล้วต่อมาวันที่ 4 และ 7 กรกฎาคม 2537 โจทก์ได้ยื่นหนังสือขออนุมัติอธิบดีกรมศุลกากรเพื่อส่งสินค้ากลับคืนออกไป(Re-Export)

แม้โจทก์จะยื่นคำร้องขอส่งสินค้ากลับออกไปภายในหนึ่งปี นับแต่วันนำเข้า แต่เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยได้เปิดตรวจสินค้าเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสำแดงชื่อยี่ห้อสินค้าเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2537 ปรากฏว่าสินค้าบางส่วนไม่ตรงตามสำแดง เช่นพบสินค้ายี่ห้อฮิตาชิซึ่งใบขนสินค้าขาออกสำแดงเป็นยี่ห้อทาชิอิ อันเป็นความผิดฐานยื่นคำร้องขออันเกี่ยวกับของอันเป็นเท็จ มีความผิดตามมาตรา 60, 99 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469และไม่อยู่ในเงื่อนไขที่จะได้รับคืนเงินอากร

โจทก์อุทธรณ์ชั้นศุลกากรโดยยื่นคำขอต่อกรมศุลกากรเมื่อวันที่4 พฤศจิกายน 2537 และได้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมประกอบในการพิจารณาอุทธรณ์เห็นว่าการสำแดงยี่ห้อปริมาณและหน่วยวัดความยาวของสินค้าไม่ถูกต้อง แต่ไม่ปรากฏว่ามีเจตนาทุจริตในการขอคืนเงินอากร การกระทำของโจทก์เป็นความผิดฐานสำแดงเท็จตามมาตรา 99 ให้เปรียบเทียบปรับ 50,000 บาท เพื่อระงับคดี และให้แก้ใบขนสินค้าให้ถูกต้องเพื่อผ่านพิธีการศุลกากรไปได้ โจทก์ส่งสินค้ากลับออกไปนอกราชอาณาจักรเมื่อเดือนมกราคม 2538แสดงว่า การที่โจทก์ไม่สามารถส่งสินค้าออกไปได้เนื่องจากเจ้าพนักงานของจำเลยได้กักสินค้าไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายเมื่อการกระทำของโจทก์เป็นการสำแดงเท็จ เจ้าพนักงานของจำเลยจึงกักสินค้าไว้โดยชอบด้วยกฎหมาย

แม้ต่อมาเจ้าพนักงานของจำเลยจะอนุญาติให้โจทก์ส่งสินค้าดังกล่าวกลับออกไปยังเมืองต่างประเทศก็ตาม แต่ก็ด้วยเหตุผลที่ไม่ปรากฏว่าโจทก์มีเจตนาทุจริตในการขอคืนเงินอากรและเชื่อว่าของที่จะส่งออกทั้งหมดเป็นของรายเดียวกันกับที่นำเข้า ตามบันทึกข้อความเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 9 ถึง 14 ดังนั้น การที่โจทก์ไม่สามารถส่งสินค้ากลับออกไปยังเมืองต่างประเทศภายในหนึ่งปีได้นั้น จึงเป็นความผิดของโจทก์ที่สำแดงใบขนสินค้าอันเป็นเท็จเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานของจำเลยกักยึดสินค้าของโจทก์ไว้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอคืนเงินอากรขาเข้าตามบทบัญญัติดังกล่าวพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

Matter details

Panel of judges
เหล็ก ไทรวิจิตร · สันติ ทักราล · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6837/2538

โจทก์ได้ยื่นใบขนสินค้าขาออกและแบบแสดงรายการการค้าภายใน 1 ปี นับแต่วันนำเข้า แต่ปรากฏว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ได้เปิดตรวจสินค้าแล้วมีความเห็นว่าของที่โจทก์นำเข้าและขอส่งออกไม่ใช่ของรายเดียวกั…

Supreme Court Judgment No. 1342/2546

การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกตรวจสินค้าของโจทก์แล้วพบว่าโจทก์กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯ จึงยึดสินค้าดังกล่าวแล้วนำไปฝากไว้ในตู้เก็บสินค้า โดยผนึกตะกั่วประทับตราของจำเลยที่ 1 ไว้ การเปิดตู…

Supreme Court Judgment No. 15436/2556

ความผิดฐานสำแดงเท็จในการยื่นตราสารอันเกี่ยวด้วย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการนำเข้าสินค้าตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 99 มี พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 มาตรา 16 บัญญัติว…

Supreme Court Judgment No. 7673/2546

การชำระหนี้สินหลายรายที่ถึงกำหนดชำระพร้อมกัน ต้องให้รายที่เก่าที่สุดเป็นอันได้ปลดเปลื้องไปก่อน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 328 วรรคสอง แม้ตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ มาตรา 112 จัตวา วรรคสาม จะบัญญัติให้ถือว่าเงินเพิ่ม เป…

Supreme Court Judgment No. 1889/2546

ในชั้นชี้สองสถานศาลภาษีอากรกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ 5 ข้อ คือ 1. โจทก์มีอำนาจฟ้องและหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ 2. ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ 3. คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ 4. ห้างหุ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up