คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 83, 91
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ถึงที่ 9 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 3 และที่ 4 หลบหนี ศาลชั้นต้นออกหมายจับและจำหน่ายคดีชั่วคราว
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ต่อมาหลังจากยื่นอุทธรณ์แล้ว แต่ก่อนส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์เฉพาะจำเลยที่ 5 ถึงที่ 9
ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนของจำเลยที่ 3 และที่ 4 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาเพื่อขอให้ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 4 เสียด้วย เห็นว่า การฎีกาในปัญหาใดต่อศาลฎีกาเป็นปัญหาเฉพาะตัวของจำเลยแต่ละคนจึงถือว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่มีข้อโต้แย้งและคัดค้านว่าศาลอุทธรณ์พิจารณาและพิพากษาคดีในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ถูกต้องและผิดต่อบทกฎหมายอย่างใด เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 มาด้วย เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
ส่วนฎีกาของจำเลยที่ 3 และที่ 4 เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 มีพฤติการณ์หลบหนีไม่มาศาล ให้ออกหมายจับจำเลยที่ 3 และที่ 4 และมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 และที่ 4 ชั่วคราว การดำเนินกระบวนพิจารณาต่อจากนั้นไม่ได้กระทำโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ถือว่ายังไม่มีการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 ในศาลชั้นต้น เมื่อไม่ได้มีการยกคดีในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 ขึ้นพิจารณา การที่ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาคดีต่อจากนั้นไปจึงไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 คงเป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีในส่วนของจำเลยอื่นที่ไม่ได้ถูกจำหน่ายคดี แม้หากคดีนี้จะฟังข้อเท็จจริงได้ดังที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 อ้างว่า
จำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่มีความผิดเช่นเดียวกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ก็ตาม ก็ไม่อาจถือเป็นเหตุในลักษณะคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ให้มีผลถึงจำเลยที่ 3 และที่ 4 ด้วยได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ยกขึ้นอ้างนั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ฟังไม่ขึ้น
Result
พิพากษายืน