Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 938/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 2 ในฐานะเลขาธิการ ได้แจ้งข่าวการประชุมของสมาคมธนาคารไทย จำเลยที่ 1 ตามมติของที่ประชุม โดยทำเป็นหนังสือเวียนลับเฉพาะถึงสมาชิก แจ้งให้ทราบถึงพฤติการณ์ของบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ไปขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตจากธนาคารสมาชิกแล้วไม่มาติดต่อขอรับเอกสารไปรับของทำให้ธนาคารสมาชิกได้รับความเสียหาย โดยในหนังสือเวียนได้ระบุชื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวซึ่งมีชื่อโจทก์รวมอยู่ด้วย เพื่อมิให้ธนาคารสมาชิกได้รับความเสียหายดังที่มีมาอีก เช่นนี้ ถือได้ว่าการแจ้งข่าวดังกล่าวเป็นการแสดงข้อความโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 329

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคล ประเภทสมาคมการค้า มีธนาคารพาณิชย์เป็นสมาชิก จำเลยที่ 2 เป็นเลขาธิการ ได้ประชุมสมาชิกแล้วจำเลยที่ 2บันทึกรายงานการประชุมเกี่ยวกับเรื่องแก๊งค์ต้นมนุษย์ว่า มีบุคคลคณะหนึ่งตั้งเป็นแก๊งค์มีพฤติการณ์หลอกลวง โดยบุคคลเหล่านี้จะมาติดต่อกับธนาคารในนามห้างหุ้นส่วนจำกัด ขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต โดยวางเงินมัดจำให้ธนาคารไว้ระหว่างร้อยละ 10 ถึง 15 ของจำนวนเงิน โดยตีราคาสินค้าสูงกว่าความจริงประมาณ 2 - 4 เท่าตัว เมื่อธนาคารเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตและได้รับเอกสารมาแล้ว ก็ไม่มีการติดต่อขอรับเอกสารไปรับของ เพราะของที่สั่งมาไม่เป็นไปตามเลตเตอร์ออฟเครดิต หากธนาคารจะนำเอกสารไปออกของก็ไม่คุ้มกัน

ได้มีการแจ้งระบุชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดให้ที่ประชุมทราบ ที่ประชุมมีมติให้ออกหนังสือเวียนให้สมาชิกทราบ โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาก็มีชื่อในหนังสือเวียนนั้น จำเลยทั้งสองได้จัดส่งหนังสือไปยังธนาคารพาณิชย์ที่เป็นสมาชิกว่าโจทก์เป็นบุคคลในแก๊งค์ต้มมนุษย์ มีความหมายได้ชัดเจนว่าโจทก์ซึ่งเป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคลหลายแห่งเป็นคนหลอกลวงคนทั่วไป ไม่ควรคบและสมาคมติดต่อด้วย เป็นการเหยียดหยามโจทก์ ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 326, 328 กับให้ทำลายต้นฉบับรายงานการประชุมของสมาคมธนาคารไทย ครั้งที่ 20 ซึ่งได้ประชุมเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2512 เกี่ยวกับแก๊งค์ต้มมนุษย์ ให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาของศาลในหนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่า 4 ฉบับ

ติดต่อกันมีกำหนด 5 วัน โดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณาศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธว่า หนังสือที่แจ้งไปออกตามมติที่ประชุมเอกสารท้ายฟ้องได้แสดงโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนเกี่ยวกับส่วนได้เสียตามทำนองคลองธรรม เป็นการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรม จำเลยขอพิสูจน์ความจริงต่อศาลว่าข้อความที่กล่าวนั้นเป็นความจริงศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ขาดอายุความ และการที่จำเลยที่ 2 มีหนังสือเวียนไปนั้น มิได้มีเจตนาแพร่หลาย ได้กระทำไปโดยสุจริตเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความเพื่อป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียตามคลองธรรม มิได้มีเจตนาหมิ่นประมาทโจทก์

ไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยที่ 2 มีหนังสือเวียนถึงธนาคารสมาชิกตามมติที่ประชุม ไม่เป็นการแสดงข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ไม่เป็นการป้องกันตนหรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับตน ตามคลองธรรมข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าสมาคมธนาคารไทยจำเลยที่ 1มีนายบรรเจิด ชลวิจารณ์ เป็นประธานกรรมการและในการประชุมมีนายจำรัสจตุรภัทร เป็นประธานที่ประชุมสมาชิกสมาคม จำเลยที่ 2 เป็นเลขาธิการ ที่ประชุมมีมติให้จำเลยที่ 2 แจ้งเรื่องให้สมาชิกธนาคารทราบว่ามีกลุ่มบุคคลหนึ่งที่เป็นหุ้นส่วนหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ไปขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตจากธนาคารเพื่อสั่งของเข้ามาโดยวางเงินมัดจำไว้เล็กน้อย แต่ตีราคาของที่สั่งเข้ามาสูง

เมื่อของที่สั่งเข้ามาไม่เป็นไปตามเลตเตอร์ออฟเครดิต บุคคลนั้นก็ไม่มาติดต่อขอรับเอกสารไปรับของ ธนาคารจะนำเอกสารไปออกของมาขายก็ไม่คุ้มกัน ทำให้ธนาคารเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก ที่ประชุมมีมติให้จำเลยที่ 2 ในฐานะเลขาธิการแจ้งชื่อกลุ่มบุคคลเหล่านี้ให้สมาชิกทราบ โจทก์เป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนหนึ่งที่มีพฤติการณ์เช่นนี้และถูกระบุชื่อในหนังสือเวียนที่ลับเฉพาะไปถึงธนาคารสมาชิกตามเอกสารท้ายฟ้องศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 2 ได้แจ้งข่าวการประชุมของสมาชิกในฐานะเลขาธิการตามมติของที่ประชุม ตามเรื่องราวที่ได้ประชุมกันถึงพฤติการณ์ที่ทำให้สมาชิกได้รับความเสียหาย และได้แจ้งเป็นหนังสือเวียนลับเฉพาะไปถึงแต่สมาชิกของธนาคาร มิให้ธนาคารสมาชิกได้รับความเสียหายดังที่มีมาอีกเช่นนี้ถือได้ว่า เป็นการแสดงข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมคิด มงคลชาติ · ชลอ จามรมาน · อุดม ทันด่วน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1068/2537

หัวข้อข่าวที่ว่า แอมบาสเดอร์เบี้ยวค่าเฟอร์นิเจอร์เจ้าของร้านฟ้องศาลเรียกหนี้ 1 ล้าน หมายถึงแอมบาสเดอร์ไม่จ่ายค่าเฟอร์นิเจอร์ เพราะไม่ซื่อตรงหรือโกง เจ้าของร้านฟ้องศาลเรียกหนี้ 1 ล้านบาท และหัวข้อข่าวด…

Supreme Court Judgment No. 1203/2520

บริษัทโจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์รายวันแนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์มีโจทก์ที่ 2 เป็นผู้อำนวยการ จำเลยที่ 2 เป็นห้วหน้ากองบรรณาธิการ จำเลยที่ 3 เป็นบรรณาธิการข่าวในประเทศ หนังสือพิมพ์ฉบับนี้มีเงินสวั…

Supreme Court Judgment No. 406/2567

ข้อความที่จำเลยพิมพ์ลงในเว็บไซต์เฟซบุ๊กเป็นการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการแต่งตั้งโจทก์เป็นปลัดกระทรวง อ. ซึ่งก่อนหน้านั้นโจทก์ถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องการนำรถยนต์ราชการไปใช้ในกิ…

Supreme Court Judgment No. 1861/2561

ป.อ. มาตรา 329 เป็นบทบัญญัติยกเว้นการกระทำที่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท เพื่อมิให้ผู้แสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตต้องตกเป็นผู้กระทำผิด ทั้งนี้เพื่อให้การวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นเป็นสิ่งที่กระทำได้ใ…

Supreme Court Judgment No. 11118/2558

ในระหว่างที่จำเลยที่ 1 รับจ้างทำงานให้แก่สำนักงาน น. ซึ่งเป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง ว. นั้น โจทก์ร่วมดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงาน น. และในช่วงระยะเวลาเดียวกันนั้น จำเลยที่ 1 รั…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up