คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง มีไว้เพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเฮโรอีนโดยมิได้รับอนุญาต
จำเลยให้การรับสารภาพฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต แต่ปฏิเสธฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายหรือจำหน่าย ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองและฐานจำหน่ายเฮโรอีนโดยมิได้รับอนุญาต เรียงกระทงลงโทษ รวมจำคุก ๕ ปี ๖ เดือน
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ ขอให้ยกฟ้องฐานจำหน่ายเฮโรอีนโดยมิได้รับอนุญาต
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยจำหน่ายเฮโรอีนและเป็นการกระทำกรรมเดียวกับมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา ๒๐ ทวิ ซึงเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่ต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา ๒๐ ตรีอีก พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๒๐ ทวิ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๖ ลงโทษจำคุก ๕ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ก่อนจำหน่ายจำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองอยู่แล้ว ๔ หลอด เป็นความผิดสำเร็จ หลังจำหน่ายแล้วจำเลยยังมีเฮโรอีนเหลืออยู่อีก ๒ หลอด การกระทำของจำเลยแยกได้เป็น ๒ กระทง แต่ละกระทงเป็นความผิดตามกฎหมาย แม้โจทก์จะมิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ มาด้วยก็ตาม ศาลก็มีอำนาจเรียงกระทงลงโทษจำเลยได้
Result
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๔ ทวิ, ๒๐ ตรี, ๒๐ ทวิ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มรตรา ๔, ๖, ๗ ให้ลงโทษเรียงกระทงตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒ ส่วนกำหนดโทษและลดโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ของกลางริบ